ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 4

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบขึ้นมาในความเงียบงัน ขับให้เงาของตัวอักษรบนไฟล์ปริศนาดูลึกล้ำราวน้ำหมึกสีดำที่หยดลงบนกระดาษทิชชูเปียกชื้น ชื่อของคนที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ดินมานานถึงห้าปี ปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้าของทิศาและศรุต ลมหายใจของสถาปัตยกรรมสาวสะดุดกะทันหัน ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นแขน ราวกับว่าอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้กำลังฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อทวงถามความยุติธรรม "คุณคิดว่ามันเป็นฝีมือของใคร..." เสียงของทิศากล่าวแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความสั่นเครือที่เธอพยายามควบคุมอย่างยิ่งยวด ดวงตาคู่สวยจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับกลัวว่ามันจะหายวับไปกับตา ศรุตไม่ตอบในทันที ทนายความหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธออีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาช่วยดึงสติของทิศากลับมาได้บ้าง นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนขอบโต๊ะเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองข้อความในอีเมลอย่างรวดเร็ว สมองอันเฉียบแหลมกำลังประมวลผลความเสี่ยงทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น "ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใคร แต่มันกำลังบอกเราอย่างหนึ่งค่ะคุณทิศา..." ศรุตหันมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าเกรงขาม "ว่าเกมนี้... มีคนพยายามเปิดฉากใหม่ โดยที่เรายังไม่ได้ตั้งตัว" การเปิดตัวโครงการแกรนด์เรสซิเดンスในค่ำคืนนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงอีเวนต์หรูหราอลังการเพื่อเรียกเรตติ้งจากสื่อมวลชนและนักลงทุนระดับประเทศอีกต่อไป แต่กลายเป็นสนามประลองที่เต็มไปด้วยกับระเบียบทางกฎหมายและชนวนแค้นที่รอวันปะทุ ทิศาในชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูแต่เฉียบคมตามสไตล์สถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ ยืนมองกระจกเงาบานใหญ่ในห้องรับรองพิเศษ เธอกำลังจัดแต่งปกเสื้อให้เข้าที่เพื่อซ่อนความกังวลที่ฉายชัดอยู่บนดวงตาคู่สวย เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตของศรุตจะก้าวเข้ามา เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอสะท้อนผ่านกระจกเงา สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดราตรีสีเข้มอย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย "ชุดนี้... เหมาะกับคุณดีค่ะ ทำให้คุณดูเหมือนราชินีที่กำลังจะเดินเข้าสู่สนามประลอง มากกว่าจะเป็นแค่สถาปนิกผู้สร้างตึก" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยที่ทำให้หัวใจของทิศากระตุกวูบ "ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ แต่ฉันคิดว่าฉันคงไม่ต้องใช้ชุดนี้เพื่อเป็นเกราะป้องกันหรอกค่ะ เพราะฉันมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง" ทิศาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทายอย่างไม่ยอมแพ้ ศรุตหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและน่าฟัง แต่ก็เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้ชายที่ผ่านสังเวียนการต่อสู้มาโชกโชน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อย จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง ทิศาชะงักไปเล็กน้อยแต่ไม่ยอมถอยหลังหนี เธอยังคงเชิดหน้าสบตากับเขาอย่างทระนง แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นจะใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือจางด้วยกลิ่นมินต์จางๆ "ความสามารถของคุณมันยอดเยี่ยมมากค่ะคุณทิศา ฉันไม่เคยปฏิเสธเรื่องนั้น..." ศรุตโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะปัดผ่านพวงแก้มเนียนนุ่ม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "แต่ในโลกธุรกิจที่รวิศกำลังชักใยอยู่... ความสามารถอย่างเดียวมันปกป้องคุณไม่ได้หรอกนะคะ คุณต้องมีฉัน... ถึงจะรอด" คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ทิศารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างกายของเธอบอกให้ผลักเขาออกไปเสีย แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับร่ำร้องให้ยอมจำนนต่อความเย้ายวนอันตรายนี้ ความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นทำให้ผิวเนื้อภายใต้ร่มผ้าเริ่มร้อนผ่าว สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดของศรุตที่เอื้อมมาแตะเบาๆ บริเวณเอวคอดกิ่วเพื่อดึงเธอให้เข้าไปแนบชิดยิ่งขึ้น ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปชั่วขณะ "คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะคุณศรุต..." ทิศากระซิบเสียงพร่า พยายามใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "ถ้าไฟดวงนั้นมันคือก2ลวงตาที่คุณสร้างขึ้นมา..." ศรุตพูดจบก็ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างอุกอาจและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน จุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความเย้ายวนค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นตามแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า ทิศาสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจก่อนที่มือเรียวจะเผลอขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว รสจูบที่เปี่ยมด้วยชั้นเชิงและประสบการณ์ทำให้เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียการควบคุม ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันลากไล้สร้างความวาบหวามจนขาแทบทรุด ศรุตโอบกระชับเอวบางให้แนบสนิทเข้ากับร่างแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง ความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้ชุดราตรีเนื้อดีทำให้สติปัญญาอันเฉียบคมของทิศาหลอมละลายลงทีละน้อย ความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชาของคนทั้งคู่ระเบิดออกในห้องรับรองส่วนตัว เสียงหอบหายใจแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ท่ามกลางความตึงเครียดของคดีความที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า บทเพลงรักเงียบงันระหว่างทนายสายมืดกับสถาปนิกสาวได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ กระทั่งเสียงเคาะประตูห้องพักรับรองดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงประกาศเรียกตัวผู้บริหารโครงการขึ้นสู่เวทีหลัก ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างจำยอม ทิศารีบยกมือขึ้นจัดแต่งเส้นผมและเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบเมื่อครู่ ขณะที่ศรุตยังคงมีรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและชัยชนะ "ได้เวลาลงไปรับมือกับหมาป่าตัวจริงแล้วค่ะคุณทิศา..." ศรุตยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ แววตาคมกริบฉายประกายความมุ่งมั่น "พร้อมไหมคะ" ทิศาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมา ก่อนจะวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างหนักแน่น "สำหรับฉัน... ไม่มีคำว่าไม่พร้อมค่ะ" ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงกันออกจากห้องรับรอง มุ่งหน้าสู่แสงไฟเจิดจ้าของงานอีเวนต์เปิดตัวโครงการที่เต็มไปด้วยสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่1โถงจัดงานหลัก สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างของชายหนุ่มผู้คุ้นเคย รวิศยืนยิ้มเยาะอยู่ที่มุมห้อง ด้านข้างของเขามีบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนอยู่—หญิงสาวหน้าตาคุ้นตาที่ถือแฟ้มเอกสารคดีเก่า ซึ่งควรจะหนีไปต่างประเทศตั้งแต่ห้าปีก่อน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%