เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารคดีคอร์รัปชันมูลค่าพันล้านดังสนั่นห้องทำงานมืดทึบ มีเพียงแสงไฟนีออนสีนวลจากตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ เผยให้เห็นรอยย่นบนหน้าผากของทนายความหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในศาล ศรุตกำลังใช้ปลายนิ้วคลึงขมับตัวเองอย่างแรง ราวกับพยายามกดความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากก้านสมองให้สงบลง ความกดดันจากคดีของรวิศที่บีบรัดเข้ามาทุกทิศทาง ประกอบกับเกมการเมืองสกปรกในแวดวงอุตสาหกรรมก่อสร้าง กำลังกัดกินพลังชีวิตของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจทีละน้อย
ทิศายืนนิ่งอยู่หน้ากระดานแปลนอาคารขนาดใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายดินสอ EE ร่างเส้นสายโครงสร้างของตึกที่ถูกบิดเบือนด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย สายตาคมกวาดมองตัวเลขและสัดส่วนที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงอย่างหงุดหงิด สถาปนิกสาวย่อมรู้ดีว่าเส้นที่ลากผิดไปเพียงมิลลิเมตรเดียวบนกระดาษ อาจหมายถึงชีวิตนับร้อยที่ต้องแขวนอยู่บนความเสี่ยง และเธอก็เกลียดความไม่ถูกต้องเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
"คุณกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินคดีความนะคะ ทนายศรุต"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมของทิศาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอยังคงไม่ละสายตาจากแปลนสถาปัตยกรรมในมือ แม้จะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในห้องนี้
"คุณรู้อะไรไหม ทิศา..." ศรุตเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจและแววตาดุดันยามต่อสู้ในชั้นศาล บัดนี้กลับฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด "ในโลกของกฎหมาย ไม่มีหรอกคำว่าความถูกต้อง... มีแต่ใครถือไพ่เหนือกว่าต่างหาก และตอนนี้... ผมกำลังจะแพ้"
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของทนายสายมืดผู้เย่อหยิ่ง ทำให้ทิศาต้องชะงัก เธอกันกลับมามองเขาเต็มตา และวินาทีนั้นเองที่กำแพงน้ำแข็งอันหนาทึบซึ่งศรุตใช้ห่อหุ้มตัวตนมาตลอดชีวิต เกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเด่นชัด
ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน ไม่มีคำพูดถากถาง มีเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้สูทราคาแพงและท่าทีที่เคยแข็งกร้าว ศรุตถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้สองมือลูบหน้าตัวเองอย่างอ่อนแรง มันเป็นภาพที่ทิศาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้—ผู้ชายที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ
"คุณไม่ได้กำลังจะแพ้หรอกค่ะ..." ทิศาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาช้าๆ สัญชาตญาณความเป็นสถาปนิกที่ชอบซ่อมแซมและสร้างสรรค์สิ่งพังทลายกำลังทำงาน แม้สมองจะสั่งให้ถอยห่าง แต่หัวใจกลับบอกให้เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา "คุณแค่กำลังเหนื่อยกับการต้องปกป้องคนผิดต่างหาก"
ศรุตเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไหววับสะท้อนเงาของเธอลงไปอย่างชัดเจน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่รินรดกัน ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างใหญ่ราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ทั้งสองฝ่ายพยายามกดทับไว้
"ถ้าผมถอยตอนนี้... รวิศจะทำลายทุกอย่าง รวมถึงตัวคุณด้วย" เสียงของศรุตแหบพร่าลง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของทิศาไว้ แรงบีบไม่ได้รุนแรงเหมือนทุกครั้ง แต่เต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"ปล่อยค่ะ..." ทิศากระซิบเสียงสั่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้กรอบข้อมือเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตทำให้ผิวเนื้อของเธอกรีดร้องด้วยความวาบหวาบ
แต่ศรุตไม่ยอมปล่อย เขากลับออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยจนร่างเพรียวบางเซเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงาน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเคร่งเครียดของผู้ชายวัย 35 ปี ห่อหุ้มทิศาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ความใกล้ชิดที่ระอุด้วยอุณหภูมิร่างกายทำให้กำแพงความเยือกเย็นของทั้งคู่พังทลายลงในพริบตา
"ผมไม่อยากเป็นแค่ทนายความของคุณแล้ว..." ศรุตกระซิบชิดริมหูกinของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อย "ทิศา... บอกผมทีว่าผมยังมีทางเลือกอื่น"
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ทิศาขนลุกซู่ สมองของเธอขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีเยี่ยมพังครืนลงต่อหน้าแรงดึงดูดอันมหาศาลนี้ แทนที่จะผลักไส มือเรียวกลับยกขึ้นแตะลงบนไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงในวังวนอารมณ์ที่เขาก่อขึ้น
และก่อนที่สติเฮือกสุดท้ายจะทันได้ห้ามปราม ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้การCensor ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความโหยหา รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความลังเลค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดัน ราวกับคนทั้งคู่กำลังระบายความกดดัน ความหวาดกลัว และความปรารถนาที่เก็บกดมาเนิ่นนานลงไปในสัมผัสนี้
ทิศาเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก มือหนาของศรุตเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่อีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว เร่าร้อน ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่ที่พ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดของกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของความเร่าร้อน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัด
*ติ๊ง!*
ศรุตผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจหอบถี่ เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง และเพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก ร่างกายของเขาก็กลับมาเกร็งเครียดดั่งหินผาอีกครั้ง
*“หลักฐานการโอนเงินล็อตสุดท้ายระหว่างรวิศและผู้พิพากษา... ถูกส่งถึงมืออัยการสูงสุดแล้ว”*
ทิศายังคงหอบหายใจรดแผงอกกว้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองศรุตที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนแอ กลับกลายเป็นความเยือกเย็นและดุดันยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงเธออกจากอ้อมแขนอย่างช้าๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารลับที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักลับขึ้นมาเปิดออก
และสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้น... ไม่เพียงแต่พลิกเกมคดีทั้งหมด แต่กำลังจะฆ่าพวกเขาทั้งเป็น
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 10
รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!