เสียงตะโกน “คัท!” ดังสนั่นลั่นโกดังร้างอุตสาหกรรมเก่า ตามด้วยเสียงปรบมือและเสียงถอนหายใจโล่งอกของทีมงานนับชีวิต กลิ่นฝุ่นปูนฉาบ ควันจางๆ จากเอฟเฟกต์ระเบิดปลอม และกลิ่นเหงื่อไคลอบอวลอยู่ในอากาศทึบตัน พิมพ์รตาในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวกับกางเกงสแลคเข้ารูป ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กขึ้นสนิม ใบหน้าเนียนใสบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อดวงตาคู่คมกริบของใครบางคนหันมาสบเข้าพอดี
“ไงคะคุณสถาปนิก... ตามมาคุมงานถึงถิ่นแบบนี้ กลัวโครงสร้างเหล็กดัดเซฟตี้ของฉันมันจะพังใส่หัวนักแสดงจนต้องรื้อแบบใหม่หมด หรือว่า...” ธนัชชาถอดหมวกแก๊ปสีดำเปื้อนฝุ่นออก ใช้หลังมือปาดเหงื่อ1ทีจนเส้นผมชื้นเหงื่อลู่ไปกับกรอบหน้าคมคาย รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้นกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ “คิดถึงคำพูดฉันเมื่อวาน จนต้องรีบแจ้นมาเช้าขนาดนี้คะ”
“หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณผู้กำกับ” พิมพ์รตาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายไฟพร้อมฟาด “ฉันแค่มารักษาผลประโยชน์ของบริษัท และมาตรวจดูว่ากองถ่ายเถื่อนๆ ของคุณกำลังทำลายเสาหลักรับน้ำหนักตรงไหนบ้างต่างหาก ถ้าโครงสร้างตึกนี้ทรุดลงมาเพราะซีนระเบิดงี่เง่าของคุณ คนแรกที่จะโดนฉันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายไม่ใช่ใครอื่นหรอกค่ะ”
ธนัชชาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าฟัง ร่างสูงโปร่งในชุดแจ็คเก็ตยีนส์ลุยๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนพิมพ์รตาต้องเผลอกลั้นหายใจเมื่อกลิ่นกายเฉพาะตัวปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนจากกิจกรรมสมบุกสมบันเมื่อครู่ลอยมาปะทะจมูก
“ปากเก่งจังนะ... แต่เมื่อคืนตอนยืนฟังฉันประกาศิตที่หน้าไซต์งาน ทำไมเงียบกริบ ล่ะคะ?” ธนัชชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของเธอชัดเจน ปลายจมูกแทบจะชนกันถ้าพิมพ์รตาไม่เบี่ยงหน้าหนีไปเสียก่อน
“ถอยไปไกลๆ เลยค่ะ พื้นที่ตรงนี้ฉันมีสิทธิ์ยืนตรวจสอบความปลอดภัยตามสัญญาจ้าง” สถาปนิกสาวเชิดหน้าขึ้น ซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้เกราะความหยิ่งทะนง ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปหลายริกเตอร์กับระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็นนี้
“ตามใจ... อยากเดินตามตูดฉันดูการทำงานนักใช่ไหม งั้นก็เชิญค่ะ ระวังสะดุดเหล็กข้ออ้อยล้มหัวฟาดพื้นก็แล้วกัน ฉันไม่มีเวลามาอุ้มคุณส่งโรงพยาบาลหรอกนะ”
ผู้กำกับสาวโบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปตบไหล่ทีมงานสตั๊นต์แมนและตะโกนสั่งงานต่อด้วยน้ำเสียงดุดันและเด็ดขาด พิมพ์รตากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความเจ็บใจ แต่กระนั้น สายตากลับถูกดึงดูดด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของคนตรงหน้า
ตลอดช่วงบ่ายที่เหลือ พิมพ์รตาได้เห็นธนัชชาในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน ผู้กำกับจอมกวนคนเดิมหายวับไปกับตา กลายเป็นผู้หญิงที่จริงจัง เด็ดขาด และเปี่ยมไปด้วยพลังงานล้นเหลือ ธนัชชาลงไปยืนกำกับมุมกล้องด้วยตัวเอง ยอมเปื้อนฝุ่นและตากแดดร้อนจัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง คอยเชฟความปลอดภัยให้นักแสดงสตั๊นต์ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด สายตาที่เคยมองมากวนๆ ตอนนี้กลับจริงจังและเฉียบคมจนน่าทึ่ง
ภาพของหญิงสาวร่างโปร่งที่กำลังตะโกนสั่งคัทด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ผสมผสานกับความใส่ใจที่ก้มลงไปตรวจเช็กอุปกรณ์เซฟตี้ด้วยมือตัวเอง ทำให้พิมพ์รตาเผลอมองค้างไปโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกชื่นชมบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ... ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ปากแซ่บอย่างเดียวจริงๆ
เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ช่วงเย็น แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ของโกดังร้าง ทอดเงายาวทับซ้อนกัน ทีมงานทยอยเก็บอุปกรณ์จนเกือบหมด เหลือเพียงธนัชชาที่กำลังยืนกางแปลนโครงสร้างตึกกับทีมวิศวกรในมุมอับแสง
พิมพ์รตาถือวิสาสะเดินเข้าไปใกล้ พร้อมยื่นขวดน้ำแร่เย็นเฉียบไปตรงหน้าอีกฝ่ายโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ธนัชชาชะงักเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลน ดวงตาคู่คมกวาดมองขวดน้ำสลับกับใบหน้าเนียนใสที่มีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบางเบา
“อะไรคะ... จะวางยาฉันเหรอ กลัวฉันสั่งคิวบู๊ทำลายตึกคุณต่องั้นสิ” ธนัชชากลั้วหัวเราะในลำคอ แต่ก็ยอมรับขวดน้ำไปเปิดดื่มอึกๆ อย่างกระหาย
“ฉันแค่มารักษาน้ำใจเพื่อนร่วมงาน... เผื่อว่าคุณกินน้ำลายตัวเองเข้าไปเยอะแล้วจะคอแห้ง” พิมพ์รตากอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ยอมรับก็ได้ค่ะ ว่าวันนี้... คุณทำได้ไม่เลวเลย”
ธนัชชาสำลักน้ำเล็กน้อย รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก ก่อนจะหันมามองสถาปนิกสาวด้วยรอยแววตาระยิบระยับที่อ่านยาก “ชมฉันเหรอคะเนี่ย? หูฝันไปหรือเปล่าเนี่ยคุณสถาปนิกคนเก่ง นึกว่าจะเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งเสียอีก”
“อย่ามาหลงระเริงนะคะ ฉันแค่พูดตามเนื้อผ้า งานส่วนงาน ความรับผิดชอบก็ส่วนความรับผิดชอบค่ะ” พิมพ์รตาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ได้รับอนุญาต
“งั้นเหรอคะ...” ธนัชชาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนพิมพ์รตาถอยหลังไปชนกับเสาปูนเปลือยอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงทิ้งน้ำหนักแขนยันเสากั้นทางไว้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยอบอวลจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแทบกระเด็นออกมานอกอก
“คุณ... ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะ คนอื่นยังอยู่แถวนี้—” พิมพ์รตาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดันอกอีกฝ่ายไว้ แต่ธนัชชากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปาก
“ปล่อยเหรอคะ... ในเมื่อคุณบอกเองว่างานคือส่วนงาน แต่เรื่องของเรา...” ธนัชชาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น “มันไม่ใช่แค่เรื่องงานตั้งแต่แรกแล้วค่ะ พิมพ์รตา”
ฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงเรียกของเกวลินโปรดิวเซอร์สาวก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูโกดัง “ยัยพิมพ์! อยู่ไหนวะเนี่ย... แย่แล้ว! ทางโครงสร้างชั้นลอยเกิดเรื่อง—อุ๊ย!”
เกวลินเบรกเอี๊ยดอ้าดเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนตื่นเต้น รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีแต่ยังแอบกางนิ้วออกมอง “อ๊ะ ขอโทษค่ะ! ขัดจังหวะความหวานหรือเปล่า เชิญต่อเลยนะจ๊ะเพื่อนรัก ฉันตาบอดสนิทแล้ว!”
พิมพ์รตารีบผลักอกธนัชชาออกสุดแรง หน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก หันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นนะยัยเกว! แกตาฝาดแล้ว!” พิมพ์รตาร้องเสียงหลง พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ธนัชชาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองสถาปนิกสาวที่กำลังเขินจนทำตัวไม่ถูกด้วยความเอ็นดู ก่อนจะโน้มใบกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“ติดหนี้ฉันไว้ก่อนนะคะคนสวย... คราวหน้า ไม่มีใครมาขัดจังหวะแบบนี้แน่”
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของยัยสถาปนิกกับผู้กำกับจอมกวนคนนี้ด้วยนะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 4
ผู้กำกับจอมเฮี้ยบกับสถาปนิกจอมจู้จี้
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!