แฟ้มเอกสารในมือของเกวลินแทบจะร่วงหล่นลงพื้น หากเจ้าตัวไม่รีบคว้ามันไว้มั่นเสียก่อน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากะพริบปริบๆ มองภาพตรงหน้าระหว่างสถาปนิกสาวหน้าแดงก่ำกับผู้กำกับคิวบู๊หน้านิ่งที่กำลังยืนเว้นระยะห่างกันอย่างผิดปกติ
"เอ่อ... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณเพื่อนรัก" เกวลินลากเสียงยาว ลากสายตาก사บซึ้งแกแกมล้อเลียนสลับไปมาระหว่างพิมพ์รตากับธนัชชา มุมปากของเธอหยักยิ้มเจ้าเลื้อ.ตที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหุบลงได้ง่ายๆ
พิมพ์รตาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ความร้อนผ่าวบนพวงแก้มลามเลียไปจนถึงใบหูและต้นคอ มือเรียวเล็กเนียนนุ่มยกขึ้นทาบอกเพื่อสะกดกลั้นจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับกลองเพล เธอนึกอยากจะหยิบไม้บรรทัด T-Square ฟาดหัวเพื่อนสนิทข้อหาเดินเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเสียจริงๆ แต่ติดตรงที่สายตาคมกริบของอีกฝ่ายกำลังจดจ้องมาด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้
"ถ้าสมองแกว่างมากนัก เกว... เอาเวลาไปตรวจสคริปต์ฉากแอคชั่นตอนท้ายเรื่องดีกว่าไหมคะ" พิมพ์รตาเฉไฉเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นพร่าในน้ำเสียงของตัวเองอย่างสุดความสามารถ พยายามดึงมาดสถาปนิกสาวผู้ทรงภูมิกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
ธนัชชาถอนหายใจออกมาเบาๆ เจ้าตัวยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นผู้กำกับมาดนิ่งสมบุกสมบันเหมือนเดิม แม้ในใจจะแอบเสียดายจังหวะเมื่อครู่จนแทบอยากจะไล่โปรดิวเซอร์สาวออกจากห้องไปเสียให้พ้นทาง
"เรื่องสคริปต์ฉันดูเรียบร้อยแล้วค่ะคุณสถาปนิก" เกวลินลากเก้าอี้มาหย่อนก้นลงนั่งอย่างถือวิสาสะ สายตายังคงแพรวพราวไม่เลิก "แต่เรื่องสถานะระหว่างเธอกับผู้กำกับธันย์นี่สิคะ... ดูท่าทางจะยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แถมยังดู *'รุงรัง'* ชวนให้คิดไปไกลเสียด้วยซ้ำ"
"เกว!" พิมพ์รตาแหวใส่เสียงเขียว หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม
"พอค่ะคุณเกวลิน" ธนัชชาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แววตากลับพราวระยับระือ "ถ้างานเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปเคลียร์พื้นที่ข้างนอกได้แล้วค่ะ ทางนี้สถาปนิกเขายังต้องตรวจแบบแปลนโครงสร้างตึกต่อให้เสร็จ"
เกวลินทำหน้าล้อเลียนส่งท้าย คว้าแฟ้มเอกสารแนบชิดอกแล้วลุกขึ้นเดินถอยหลังออกไปช้าๆ ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายไว้ก่อนประตูกระจกจะปิดลง
"เชิญตรวจแบบตามสบายเลยนะคะ! แต่อย่าเผลอไปตรวจเช็คหัวใจใครเข้าล่ะ เดี๋ยวแบบแปลนจะผิดเพี้ยนเอาได้!"
ปัง!
ประตูกระจกปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนสนิทที่ดังลอดเข้ามาเบาๆ ทิ้งให้ห้องทำงานเงียบสงบลงอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนหวานล้ำที่หนาแน่นจนแทบจะหยิบจับต้องได้
พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้มหน้ามองโต๊ะทำงานของตัวเอง แสร้งหยิบปากกาและกระดาษไขขึ้นมาพลิกดูราวกับว่ามันคือสิ่งสำคัญที่สุดในสามโลก ทั้งที่ในหัวตอนนี้ขาวโพลนไปหมด ภาพริมฝีปากที่เกือบจะแนบชิดกันเมื่อครู่ย้อนกลับมาฉายซ้ำในโสตประสาทจนหัวใจสั่นไหว
"เก่งนักไม่ใช่เหรอคะ เมื่อกี้ทำไมเงียบไปล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ตัว พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นขวับ ก็พบว่าธนัชชาเดินกลับเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานไว้ ราวกับกรงขมขี่กลายๆ ที่ดึงเธอให้อยู่ในอาณัติของเขา
"ใครเงียบกันคะ... ฉันแค่... กำลังใช้สมาธิ" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แผ่นหลังจะแนบชิดกับพนักเก้าอี้จนถอยหนีไปไหนไม่ได้แล้วก็ตาม ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่โน้มเข้ามาใกล้ทำให้สติกระเจิดกระเจิง
"สมาธิ หรือความเขินคะ?" ธนัชชาหรี่ตามอง รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจปรากฏขึ้น "หน้าแดงซะขนาดนั้น หููก็แดง... ถ้าเกวไม่เข้ามาขัดจังหวะซะก่อน ป่านนี้ฉันคงได้คำตอบที่รอคอยมานานแล้วมั้ง"
"คำตอบอะไรของคุณคะ ธนัชชา! เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ ฉันจะทำงาน" พิมพ์รตาเอื้อมมือจะผลักไหล่กว้าง แต่อีกฝ่ายกลับไวรัสยิ่งกว่า จับข้อมือบางทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวเขายิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของพิมพ์รตาทำงานหนัก เธอนิ่งค้างไป สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับไปด้วยความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท
"ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อค่ะพิมพ์..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "ตลอดเวลาที่เรากัดกัน ทะเลาะกัน ช่วยกันแก้ปัญหา... เธอไม่รู้เลยเหรอว่าทุกๆ อย่างที่ฉันทำ มันมีเหตุผลเดียว..."
หัวใจของพิมพ์รคาราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกักค้าง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบไหม้ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่เงาของตัวเองสะท้อนอยู่ข้างใน
"เหตุผล... อะไรคะ" เธอถามออกไปเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว
ธนัชชายิ้มละมุน รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยแสดงให้ใครเห็นนอกจากเธอ มือที่กุมข้อมือบางเปลี่ยนมาเป็นกุมมือเรียวนุ่มไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเบาๆ
"ก็เหตุผลที่ทำให้ผู้กำกับคิวบู๊ปากร้ายคนนี้ ยอมลดทิฐิ ยยอมเป็นฝ่ายตามง้อ ยอมให้สถาปนิกปากเก่งอย่างเธอจิกกัดอยู่ฝ่ายเดียวไงล่ะคะ" ธนัชชาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียนจนพิมพ์รตาขนลุกซู่ "เพราะฉันชอบเธอ... ชอบมานานตั้งแต่แรกเจอ ยัยสถาปนิกตัวแสบ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาตรงๆ แบบไม่มีฟิลเตอร์ทำเอาพิมพ์รตา สมองอื้ออึงไปหมด ความรู้สึกตื้นตัน ความเขินอาย และความหวานล้ำพรั่งพรูเข้ามาชนกันจนแน่นอก กำแพงความหยิ่งทะนงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา
เธอนิ่งอึ้ง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ธนัชชาเห็นเธอนิ่งเงียบไปนาน จึงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอ็นดู
"เงียบแบบนี้... แปลว่าตกลงยอมข้ามเส้นความสัมพันธ์จากคู่กัดมาเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมคะ?"
พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตา เขยิบสายตาคมดุใส่แก้เขินตามนิสัย แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มบางๆ ออกมาอย่างไม่100% ปฏิเสธ "ใครบอกว่าฉันจะตกลงกันล่ะคะ... ฉันยังไม่ได้พูดสักคำ..."
"ปากแข็งจังนะคะ" ธนัชชาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะแตะคลอเคลียกัน "งั้นถ้าไม่พูด... ฉันขอทวงคำตอบด้วยวิธีของฉันเองนะ"
ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนพิมพ์รตาต้องหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นร้อนที่จะตามมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของสถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องในทีมที่ผลักประตูพรวดเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษแปลนขนาดใหญ่
"พิมครับ! แบบแปลนโครงสร้างโซน C มีปัญหาด่วนครับ ต้องให้คุณพิมคอนเฟิร์มด่วนเลย..."
ธนัชชาผละออกจากใบหน้าของพิมพ์รตาแทบไม่ทัน เจ้าตัวหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันระดับร้อยเล่มเกวียน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนรุ่นน้องหนุ่มสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดแทบไม่ทัน
พิมพ์รตาลืมตาขึ้น หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินระคนขบขันกับสีหน้าฮึดฮัดของแฟนหนุ่มป้ายแดง
"เอ่อ... คือ ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ..." รุ่นน้องหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคออ้าปากค้าง
ธนัชชาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างหัวเสียสุดขีด ก่อนจะหันมามองพิมพ์รตาที่กำลังหลุดหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ
"ดูเหมือนว่า... ความสัมพันธ์ของเรา จะมีมารผจญมาขัดจังหวะเป็นคนที่สองแล้วสินะคะคุณแฟน" ผู้กำกับหนุ่มกระซิบเสียงต่ำชิดใบหู พร้อมกับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่พร้อมจะทวงคืนทบต้นทบดอกในทันทีที่สถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องคนนี้เดินออกไปจากห้อง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นของยัยสถาปนิกกับผู้กำกับปากแซ่บในตอนนี้ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้ากันนะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 18
ก้าวข้ามเส้นความสัมพันธ์
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!