กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้สมองของพิมพ์รตาปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ภาพรอยยิ้มมุมปากของธนัชชาเมื่อตอนบ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เหมือนไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงที่กดปุ่มรีเพลย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เธอไม่สามารถหาปุ่มหยุดได้ รอยยิ้มนั้นไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกครั้งที่เขาชอบเข้ามาปأسนงานออกแบบของเธอ แต่มันมีความนุ่มนวล ประหลาด และทรงพลังเสียจนทำเอาสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออะไรง่าย ๆ อย่างเธอถึงกับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
"ให้ตายสิ ยัยพิมพ์... แกเป็นอะไรเนี่ย แค่ผู้กำกับปากเสียยิ้มให้ ถึงกับต้องมานั่งถอนหายใจจนกาแฟเย็นชืดเลยหรือไง"
พิมพ์รตาสบพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เรียวหน้านวลเนียนสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะ มือเรียวที่เคยจับปากกาเขียนแบบอย่างไร้ที่ติ บัดนี้กลับกำลังหมุนดินสอไม้ในมือไปมาด้วยความหงุดหงิดปนฟุ้งซ่าน
เธอเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกที่เหมือนมีใครสักคนแอบปีนข้ามกำแพงป้องกันหัวใจที่เธอสร้างไว้หนาเตอะเข้ามาเดินเล่นได้อย่างหน้าตาเฉย โดยเฉพาะคนคนนั้นคือธนัชชา ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากแซ่บและกวนโมโหเป็นที่หนึ่ง
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งบางของเกวลินก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วชานมไข่มุกในมือ ดวงตากลมโตสอดส่องสำรวจสภาพของเพื่อนสนิทที่นั่งคอตกอยู่หลังกองกระดาษแปลนสถาปัตยกรรม
"ยัยพิมพ์ หน้าตาแกดูเหมือนคนอดนอนมาสามวัน ปรึกษาได้นะยะ หรือว่าโปรเจกต์มิวเซียมมีปัญหา?" เกวลินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางแก้วชาลงบนโต๊ะเสียงดังปานกลาง
"เปล่า... งานไม่มีปัญหา" พิมพ์รตาถอนหายใจยาวเหยียด ปิดสมุดโน้ตตรงหน้าลงแล้วเงยหน้ามองเพื่อนสนิท "แต่มีเรื่องอื่นที่ทำให้ฉันปวดหัวกว่างานเยอะ"
"โอ้โห! เสียงถอนหายใจสะเทือนถึงโต๊ะฉันข้างนอกเลยนะเนี่ย เรื่องอะไรล่ะ หรือว่า... พ่อกับแม่แกจะเร่งเรื่องดูตัวผู้บริหารบริษัทรับเหมานั่นอีกแล้ว?" เกวลินเลิกคิ้วถามอย่างรู้ทัน
"ไม่ใช่เรื่องทางบ้าน" พิมพ์รตากลอกตาขึ้นฟ้า "เรื่องผู้กำกับคิวบู๊จอมกวนประสาทต่างหากล่ะ"
เกวลินเบิกตากว้างทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "อุ๊ย! ธนัชชาเหรอคะคุณสถาปนิก? ไหนแกบอกว่าผู้ชายคนนี้คือศัตรูทางอารยะธรรมอันดับหนึ่งไงยะ ทำไมตอนนี้พูดถึงเขาแล้วหน้าแดงก่ำแบบนั้นล่ะ หรือว่า... ไปแพ้ทางรอยยิ้มเขาเข้าให้แล้ว?"
"ใครหน้าแดง! แกตาฝาดแล้วเกว!" พิมพ์รตารีบยกมือขึ้นแต้มแก้inoเองร้อนผ่าวเพื่อกลบเกลื่อนอาการ "ฉันไม่ได้แพ้ทางใครทั้งนั้น ฉันแค่... แค่หงุดหงิดที่ตัวเองเผลอเสียสมาธิให้คนอย่างเขาต่างหากเล่า"
"แหม ปากแข็งร้อยเมตรเชียวนะยะ" เกวลินหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ "จำไว้นะยัยพิมพ์ คนเราเนี่ยถ้ารู้สึกหงุดหงิดเวลาอีกฝ่ายยิ้ม หรือใจเต้นแรงเวลาเข้าใกล้ แสดงว่าสัญญาณเตือนภัยสีชมพูมันทำงานแล้วคุณน้องขา"
"เพ้อเจ้อ!" พิมพ์รตาแหวใส่เพื่อนเสียงเขียวเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่เธอกลัวที่สุดในใจ "ฉันกับเขาก็แค่คู่กัดที่ต้องมาร่วมงานกันเพราะความจำเป็น แค่นั้นแหละ เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างฉันกับเขามันชัดเจนจะตายไป"
"เส้นแบ่งเขตแดนเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูอย่างประหลาดดังแทรกขึ้นจากทางประตูกระจกที่เปิดแง้มไว้
พิมพ์รตาและเกวลินสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเจ้าเล่ห์และกวนประสาทในเวลาเดียวกันฉาบอยู่บนใบหน้าคมคายของธนัชชา ดวงตาคู่คมคู่นั้นพราวระยับราวกับเสือร้ายที่กำลังมองเหยื่อติดกับ
ธนัชชาก้าวเข้ามาในห้องช้า ๆ รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นห้องทำงานของเธอเป็นจังหวะหนักแน่น สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เกวลินเลยแม้แต่น้อย แต่กลับตรึงไว้ที่ร่างของสถาปนิกสาวที่ตอนนี้เผลอกลั้นหายใจไปโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่!" พิมพ์รตาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือบางเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่นโดยอัตโนมัติ
"ก็ทันได้ยินประโยคที่ว่า... *เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างฉันกับเขามันชัดเจน* พอดีเป๊ะเลยครับคุณสถาปนิก" ธนัชชาลากเสียงกวนประสาท เดินเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
เกวลินรีบกระแอมไอเบา ๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ถอยฉากออกไปอย่างรู้หน้าที่ "อุ๊ย ตายจริง... เหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญนะเนี่ย พอดีนึกขึ้นได้ว่ายังเคลียร์อีเมลไม่เสร็จ งั้น... เชิญพวกคุณเคลียร์ *เขตแดน* กันตามสบายเลยนะคะ!"
พูดจบ โปรดิวเซอร์สาวก็รีบจ้ำอ้าวออกจากห้อง พร้อมกับปิดประตูกระจกดังคลิก ทิ้งให้พิมพ์รตากลายเป็นจำเลยเดี่ยวที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้กำกับหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ตามลำพัง
ห้องทำงานกว้างขวางกลับเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว แต่เสียงหัวใจของพิมพ์รตากลับดังโครมครามจนเธอเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"คุณเข้ามาทำอะไรในห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตูล่ะคะ" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความเย่อหยิ่งและมาดสถาปนิกสาวผู้ทรงพลังกลับมาสวมทับใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าว
"ผมเคาะแล้ว แต่พวกคุณมัวแต่คุยเรื่องของผมกันเพลิน จนไม่ได้ยินต่างหากล่ะ" ธนัชชาตอบหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่กำลังพยายามซ่อนความประหม่าไว้อย่างรู้ทัน เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพิมพ์รตาต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานของตัวเอง
"แล้วตกลง... เส้นแบ่งเขตแดนที่คุณพูดถึงเนี่ย มันอยู่ตรงไหนเหรอครับ?" ธนัชชาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ รดอยู่ข้างแก้มของเธอ "ตรงนี้... หรือว่าตรงนี้ ที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ?"
พิมพ์รตาสบตากับเขา หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำตอนนี้กลับขาวโพลน คำพูดโต้เถียงที่เคยเตรียมไว้หายเกลี้ยงไปจากหัว
ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธนัชชาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกั๊กก็สั่นครืนขึ้นมาทำลายความเงียบ ผู้กำกับหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ละสายตาจากใบหน้าของเธอชั่วขณะเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ประกายตาพราวระยับเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นมาทันที ธนัชชากดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ว่าไง... อือ... ฉันกำลังไป"
เขาเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะกดวางสาย แล้วเงยหน้าขึ้นมองพิมพ์รตาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ชิดขอบโต๊ะ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงแววตาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
"ดูเหมือนเส้นแบ่งเขตแดนที่เราคุยกันเมื่อกี้ คงต้องยกยอดไปเคลียร์กันยาว ๆ ล่ะนะ..." ธนัชชาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความหมายลึกซึ้งที่ชวนให้ใจสั่น "เพราะเอกสารซองนั้น... ที่คุณกำลังสงสัยอยู่ข้างนอก มันกำลังจะเปลี่ยนเกมของเราสองคนไปตลอดกาล"
พูดจบ ธนัชชาก็หันหลังเดินกลับไปที่ประตูทันทีโดยไม่รอให้เธอได้เอ่ยถาม ทิ้งให้พิมพ์รตานั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมกับคำถามมากมายที่โถมซัดเข้ามาในอก... เอกสารซองสีน้ำตาลนั่นคืออะไร และมันเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวของเธอกันแน่?
---
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเดินเล่นบนเส้นทางดอกไม้ริมทางด้วยกันเสมอนะคะ)
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 7
เส้นแบ่งเขตแดนชั่วคราว
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!