"คุณพ่อพูดจริงหรือคะเรื่องนี้..."
เสียงของพิมพ์รตาสั่นพร่าเล็กน้อย แต่แววตาที่มองตรงไปยังบิดาหลังโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เอกสารแผ่นหนาในซองสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงตรงหน้าเปรียบเสมือนโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่ครอบครัวพยายามนำมาล่ามขาเธอไว้ในกรงทองที่ขีดเส้นเอาไว้ตั้งแต่เธอยังเด็ก
"มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาต่อรองกันนะพิมพ์รตา" ท่านประธานใหญ่แห่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนคนฟังรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก "ตระกูลวรากุลเขาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของเรา การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างลูกชายคนโตของเขากับลูกสาวคนเดียวของเรา เป็นทางเลือกเดียวที่จะทำให้โปรเจกต์ใหญ่ปลายปีนี้เดินหน้าอย่างไร้รอยต่อ และที่สำคัญ... คุณณภัทรเขาก็เพียบพร้อม เหมาะสมกับลูกทุกประการ"
"เหมาะสมในสายตาคุณพ่อ หรือเหมาะสมในแง่ของผลประโยชน์ทางธุรกิจกันแน่คะ!" สถาปนิกสาวสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมาตลอดทางจากกองถ่ายละครย่านปริมณฑลระเบิดออก เธอเพิ่งจะผละจากร่างสูงของธนัชชามาหมาดๆ หลังจากผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บเพิ่งจะใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบเขม่าควันบนแก้มให้เธอด้วยความอ่อนโยน ทว่าตอนนี้ เธอกลับต้องมานั่งฟังเรื่องการคลุมถุงชนกับผู้ชายที่เธอไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล
"พิมพ์! อย่ามาใช้เสียงแข็งใส่พ่อนะ" คุณرัตน์ตบโต๊ะเบาๆ แต่สายตาดุดันนั้นเฉียบคมไม่แพ้กัน "หนีไปทำอาชีพสถาปนิกอิสระ ออกแบบตึก ออกแบบห้องให้คนอื่น พ่อก็หลับตาข้างหนึ่งปล่อยให้ลูกเล่นสนุกมานานพอแล้ว ถึงเวลาที่ลูกต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ในฐานะทายาทตระกูลศิริวัฒนากุลเสียที วันอาทิตย์นี้ เตรียมตัวให้พร้อม... เราจะไปทานมื้อค่ำกับครอบครัววรากุลเพื่อตกลงเรื่องฤกษ์หมั้นหมาย"
ประโยคคำสั่งเด็ดขาดนั้นทำเอาพิมพ์รตาชาไปทั้งร่าง มือเรียวที่กำแฟ้มแบบแปลนในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอยิ้มเยาะให้กับความใจร้ายของโชคชะตา โลกกำลังเหวี่ยงผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงและยอมเปิดรับความรักเข้ามาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน โลกใบเดิมก็กำลังพยายามกระชากเธอกลับไปสู่กรงขังที่ถูกตีตราจองไว้ตั้งแต่เกิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์คันหรูของพิมพ์รตาแล่นมาจอดนิ่งสนิทหน้าสตูดิโอถ่ายทำชั่วคราวของธนัชชา บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบเพราะเป็นเวลาเลิกกองแล้ว แต่แสงไฟนีออนสีส้มอุ่นจากตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานยังคงส่องสว่างสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่กำลังยืนสูบบุหรี่พ่นควันสีเทาจาง,ลอยละลิ่วไปในอากาศยามค่ำคืน
ธนัชชาหันมาเห็นรถของเธอพอดี ร่างสูงในเสื้อยืดสีดำเซอร์ๆ กับกางเกงยุทธวิธีลุยงานขยับตัวเดินตรงเข้ามาทันที สีหน้าเข้มจัดที่มักจะหงุดหงิดใส่กองถ่ายในยามปกติพลันแปรเปลี่ยนเป็นความฉنนใจ เมื่อเห็นดวงตากลมโตที่แดงก่ำและร่องรอยความเครียดที่ปิดไม่มิดบนใบหน้าเนียนสวยของคนตัวเล็ก
"เฮ้ย... หน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนี้ ใครทำอะไรคุณมา ยัยสถาปนิก?" ธนัชชาทิ้งก้นบุหรี่ลงถังขยะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นแตะที่ปลายคางมนแล้วบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา "บอกผมมาสิ หน้าตาเหมือนคนกำลังจะไปออกรบแบบนี้... เกิดอะไรขึ้นที่บ้าน?"
คำถามนั้นทำเอาเขื่อนน้ำตาที่พิมพ์รตาพยายามกั้นไว้แทบพังทลาย เธอมองใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ตรงหางคิ้ว ริมฝีปากหยักที่ชอบพูดจากวนประสาทแซובהเธอสารพัด แต่วันนี้... มันช่างอบอุ่นและเป็นที่พึ่งเดียวที่เธอโหยหาเหลือเกิน
"ธันย์..." เสียงของเธอกลั้วสะอื้นนิดๆ ก่อนจะโผเข้าซบลงกับอกแกร่งของฝ่ายชายอย่างลืมตัว วงแขนแข็งแรงตวัดโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกทันทีโดยไม่ต้องรอให้เธออธิบายอะไรซ้ำสอง ฝ่ามือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค
"ร้องไห้ทำไมเนี่ย ใครทำอะไรแม่สถาปนิกคนเก่งของผมบอกมาดิ เดี๋ยวผมไปต่อยหน้ามันเอง ไม่ว่าจะหน้าไหน" ธนัชชากระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายตรงหน้าช่วยบรรเทาความพะว้าพะวังในอกของพิมพ์รตาได้ชะงัก
"พ่อฉัน... จะให้ฉันแต่งงาน" พิมพ์รตาผงะตัวออกเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใส "พ่อจับฉันคลุมถุงชนกับลูกชายนักธุรกิจใหญ่... คนที่ฉันไม่ได้รัก และไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ เขาบอกว่าวันอาทิตย์นี้จะให้ฉันไปดูตัว..."
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธนัชชาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทที่น่ากลัว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนสันนูนชัดเจน ความรู้สึกร้อนรุ่มพุ่งพล่านขึ้นมาในอกราวกับมีใครเอาไฟมาสุม
"แต่งงานงั้นเหรอ?" ธนัชชาทวนคำ เสียงของเขาต่ำพร่าและเย็นเยียบจนพิมพ์รตาต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ "หึ... สมัยนี้ยังมีเรื่องคลุมถุงชนบ้าบอแบบนี้อยู่อีกเหรอวะ พ่อคุณคิดว่าชีวิตคุณเป็นหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์หรือไง ถึงได้เอาความสุขของคุณไปแลกกับผลประโยชน์?"
"แล้วฉันควรทำยังไงดีล่ะ ธันย์..." พิมพ์รตาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างอีกครั้ง ความกดดันทั้งหมดถาโถมเข้าใส่จนเธอแทบยืนไม่อยู่ "ฉันไม่อยากไป... ไม่อยากแม้แต่จะเจอหน้าผู้ชายคนนั้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าฉันขัดขืนพ่อ... ท่านก็เอาโปรเจกต์บริษัทมาขู่ และตัดหางปล่อยวัดฉันแน่ๆ"
"ไม่ต้องกลัว..." ธนัชชาดึงเธอเข้ามากอดแนบแน่นยิ่งขึ้น ราวกับต้องการถ่ายทอดความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีให้เธอ ริมฝีปากหยักได้รูปก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างทะนุถนอม "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะพิมพ์รตา จำไว้... มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน ใครหน้าไหนก็บังคับให้คุณแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าพ่อคุณอยากเจอตัวลูกเขยนัก... เดี๋ยวผมพาตัวเองเดินเข้าบ้านไปกราบสวัสดีท่านในฐานะ 'ว่าที่สามี' ของคุณเองเลยดีไหมล่ะ!"
คำพูดติดตลกเจือความจริงจังในน้ำเสียงนั้นทำให้พิมพ์รตาเผลอหลุดหัวเราะออกมาได้เล็กน้อยท่ามกลางคราบน้ำตา เธอตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งของเขาเบาๆ "บ้าสิ! พูดอะไรไม่รู้เรื่อง สถานการณ์ซีเรียสนะเนี่ย"
"ใครพูดเล่น ผมพูดจริงต่างหาก หน้าตาอย่างผมเนี่ย ดีกรีผู้กำกับคิวบู๊มือหนึ่ง แถมหน้าตาหล่อเหลาเร้าใจขนาดนี้ พ่อคุณอาจจะเปลี่ยนใจจากลูกชายนักธุรกิจคนนั้นมาจ้างผมเป็นลูกเขยแทนก็ได้ใครจะไปรู้" ธนัชชายังคงทำเสียงกวนประสาทเพื่อหวังจะเรียกเสียง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายและมีความหวานละมุนเข้ามาแทนที่ ความเงียบงันยามวิกาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นตรงมุมทางเข้าสตูดิโอ พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กดังก้องกังวาน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"พิมพ์รตา! ลูกอยู่ในนั้นใช่ไหม ออกมาคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มทรงอำนาจของคุณรัตน์ที่ดังแทรกเข้ามากลางดึกทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต พิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าบิดาตามมาถึงที่นี่ได้อย่างไร
ธนัชชาหรี่ตาลงมองไปยังทิศทางของเสียงด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวเย็นเฉียบของสถาปนิกสาวมากุมไว้แน่นอย่างไม่คิดจะหลบซ่อนอีกต่อไป
"ดีเลย..." ผู้กำกับหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก พลางก้าวออกไปบังร่างบางไว้ด้านหลังครึ่งหนึ่ง "ในเมื่อคุณพ่อตาอุตส่าห์มาเยี่ยมถึงถิ่นดึกดื่นแบบนี้... สงสัยเราคงต้องเปิดฉาก 'แอ็กชันซีน' แรกอย่างเป็นทางการเสียทีแล้วล่ะมั้งครับคุณพิมพ์"
__________________________________________________
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "พิมพ์รตา" กับ "ธันย์" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมพบกับความมันส์และบททดสอบความรักที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้า... ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!*
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 21
อุปสรรคชิ้นใหม่จากครอบครัว
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!