“คุณแม่คะ... พิมพ์ไม่ใช่แบบแปลนอาคารพาณิชย์ที่ใครจะมาขีดเส้นตายแล้วสั่งรื้อทิ้งตามอำเภอใจนะคะ”
น้ำเสียงของพิมพ์รตานิ่งสนิท ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยยามที่เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด บรรยากาศภายในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลเงียบสงบ แต่ในหัวใจของสถาปนิกสาวกลับกำลังเกิดพายุหมุนลูกใหญ่ โทรศัพท์หน้าจอเรืองแสงแสดงรายชื่อของมารดาผู้ให้กำเนิด พร้อมกับประกาศิตคำขาดที่กดทับหัวใจเธอมาตลอดหลายสัปดาห์—*‘ถ้ายังดื้อดึงจะเปิดบริษัทสถาปนิกเล็กๆ กับเพื่อน แล้วคบหากับผู้กำกับคิวบู๊เถื่อนๆ คนนั้น ก็ตัดแม่ตัดลูกกันไปเลย!’*
“พิมพ์... คิดให้ดีนะลูก ทางเลือกที่แม่กับคุณอาเตรียมไว้ให้ มันคืออนาคตที่มั่นคงที่สุด” เสียงปลายสายย้ำเตือนด้วยความคาดหวังที่หนักอึ้ง
“อนาคตที่แม่เลือกให้... แต่มันไม่ใช่ชีวิตของพิมพ์ค่ะ ขอตัวนะคะ”
พิมพ์รตาตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เธอวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ลมหายใจสะท้อนขึ้นลงแรงเพื่อควบคุมหยาดน้ำตาที่พยายามเอ่อรันขึ้นมาขอบตา ความกดดันจากครอบครัวที่มองงานสถาปัตยกรรมของเธอเป็นแค่เรื่องเล่นๆ และมองความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับธนัชชาว่าเป็น ‘ทางถดถอย’ กำลังบีบให้เธอต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว
แผ่นหลังบอบบางสะท้อนไหวเล็กน้อย ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งคุ้นเคยจะทาบทับลงมาตรงหน้า พร้อมกับกลิ่นอายบุคลิกสปอร์ตและกลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมผู้ชายที่เธอจำได้แม่นยำ
“หน้าเครียดเชียว... ใครทำอะไรสถาปนิกคนเก่งของผมอีกเนี่ย หืม?”
ธนัชชาหย่อนกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ถือสา มือใหญ่เอื้อมมาเคาะโต๊ะเบาๆ สองทีเพื่อดึงสติ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่มักจะส่งมาลดทอนความตึงเครียดเสมอ แม้ในยามปกติเขาจะเป็นผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บที่ชอบกวนประสาทเธอก็ตาม แต่แววตาคู่คมที่มองมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง
พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับสัปดาห์พรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ
“ธันย์... ถ้าวันหนึ่งพิมพ์ต้องเลือก...” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตไหวระริก “เลือกระหว่างความคาดหวังของครอบครัว กับเส้นทางที่พิมพ์อยากเดิน... ธันย์คิดว่าพิมพ์โง่มากไหมคะที่เลือกอย่างหลัง”
ธนัชชาชะงัก รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าคมคายเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความลังเลและร่องรอยความเปราะบาง เขารู้ดีว่าพื้นฐานครอบครัวของพิมพ์รตานั้นเคร่งครัดเพียงใด และการที่เธอกล้าลุกขึ้นมาขัดคำสั่งเพื่อทำตามความฝัน มันต้องใช้ความกล้าหาญมากแค่ไหน
ผู้กำกับหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า วางมือหนาลงทับหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจของหญิงสาวได้ชะงัด
“ฟังผมนะพิมพ์...” ธนัชชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มจริงจัง ไม่มีแววหยล้อเล่นล้อเล่นแม้แต่น้อย “คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตตามกระดาษโน้ตที่คนอื่นขีดเส้นให้หรอกนะ ถ้าพิมพ์เลือกทางที่ตัวเองรัก แล้วมันทำให้พิมพ์ต้องเหนื่อยกับอุปสรรค... อย่างน้อยพิมพ์ก็เหนื่อยเพื่อความสุขของตัวเอง ไม่ใช่เหนื่อยเพื่อเป็นหุ่นยนต์ให้ใครเชิด”
“แต่แม่บอกว่า... สิ่งที่พิมพ์ทำมันไม่มีอนาคต” น้ำตาที่กลั้นไว้หยดหนึ่งหลุดร่วงลงมา
“งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับ” ธนัชชากระชับมือที่กุมไว้แน่นขึ้น แววตาสواกประกายความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า “จับมือกับผม... บริษัทสถาปนิกของคุณพิมพ์รตาจะปัง จะรุ่ง หรือจะเจ๊งไม่เป็นท่า ผมนี่แหละจะเป็นคนยืนถือกระบองคิวบู๊ปกป้องหน้างานให้อีกแรง ใครหน้าไหนกล้าดูถูกโปรเจกต์ของคุณ ผมจะไปเตะก้านคอให้เอง!”
คำพูดติดตลกแต่วรรคทองเต็มไปด้วยความจริงใจนั้นเรียกเสียงหัวเราะเจือสะื้นจากลำคอของพิมพ์รตาได้ทันที เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากจากอุบัติเหตุการถ่ายทำฉากบู๊ แต่กลับเป็นรอยแผลที่เธอกลับมองว่าเท่ที่สุดในโลก
“ปากร้ายตลอด... ใครเขาจะให้คุณไปเตะคู่ค้ากันล่ะคะ” พิมพ์รตาผ่อนลมหายใจยาว ความลังเลเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมดสิ้น แทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวครั้งใหม่ที่สطعชัดในดวงตา “ขอบคุณนะคะธันย์... ที่อยู่ข้างๆ กันตลอด”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการสัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้ได้ไหมครับ” ธนัชชายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเจอแรงกดดันจากบ้านหรืออุปสรรคอะไร เราจะลุยไปด้วยกัน... ตกลงไหม?”
พิมพ์รตาสบตากับดวงตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างใน หัวใจเต้นระรัวเป็นจังหวะที่ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอบอุ่นล้ำลึกที่ผู้ชายคนนี้มอบให้ เธอพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่ระบายขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างมั่นใจ “ค่ะ พิมพ์สัญญา”
บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยพลังบวกที่ขับเคลื่อนหัวใจของคนทั้งคู่ให้แนบชิดกันมากกว่าเดิม จนกระทั่งเสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาหยุดตรงโต๊ะของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“พิมพ์รตา! มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้! รู้ไหมว่าคุณพ่อท่านรออยู่ที่บ้านจนโมโหแทบแย่แล้ว!”
น้ำเสียงทรงอำนาจและคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น ทำเอาทั้งพิมพ์รตาและธนัชชาต้องหันขวับไปมอง หญิงสาวหน้าถอดสีทันทีเมื่อพบว่าผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคุณพ่อของเธอเองที่ตามมาถึงที่นี่!
“คุณพ่อ...” พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวเมื่อสบเข้ากับสายตาดุดันที่มองตรงมายังเธอก่อนจะกวาดสายตามามองธนัชชาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้!” คุณพ่อเอ่ยเสียงกร้าว ยื่นมือมาคว้าข้อมือเรียวของลูกสาวหมายจะลากตัวกลับทันทีโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น
“เดี๋ยวก่อนครับคุณอา...” ธนัชชาผุดลุกขึ้นตาม ขยับตัวเข้ามาขวางกั้นระหว่างพ่อของพิมพ์รตากับตัวหญิงสาวไว้ทันที ดวงตาคู่คมฉายแววแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นคนรักถูกกระทำเช่นนั้น “การใช้กำลังบังคับรังแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลงนะครับ เชิญนั่งคุยกันดีๆ ก่อนดีกว่าไหมครับ”
“แกเป็นใคร! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ถอยไปไอ้ผู้กำกับไร้อนาคต!” คุณพ่อตวาดลั่นร้านจนลูกค้าคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว
พิมพ์รตาหน้าซีดเผือด เธอกำลังจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ท่ามกลางสายตาพิฆาตของบิดาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า และมืออุ่นของธนัชชาที่เอื้อมมาคว้าข้อมืออีกข้างของเธอไว้แน่นเพื่อส่งผ่านความกล้าหาญครั้งสุดท้าย...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความรักและอุดมการณ์ของ "พิมพ์รตา" และ "ธันย์" มาจนถึงบทนี้ เตรียมพบกับบทสรุปและการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่หัวใจคุณจะต้องเต้นระทึกยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 22
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!