หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสนทนากลุ่มและสำนักข่าวบันเทิงออนไลน์ดังระงับราวกับเสียงปรบมือในงานประหารชีวิต พิมพ์รตากวาดสายตามองพาดหัวข่าวตัวหนาเป้งด้วยหัวใจที่กระดอนไปกระแทกซี่โครง *“สถาปนิกสาวคนเก่งควงผู้กำกับคิวบู๊ชื่อดัง ซุ่มเงียบปลูกต้นรักกลางไซต์งาน ปั้นโปรเจกต์บังหน้า ซ่อนวาระลับแซ่บเกินเบอร์”*
ภาพถ่ายปาปารัสซี่ความละเอียดต่ำถูกแนบมาด้วย เป็นชั่วขณะที่เธอรับขวดน้ำจากมือของธนัชชาบริเวณมุมอับของโครงสร้างเหล็กเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะไม่มีฉากจูบปากประกบหรืออ้อมกอดแนบแน่น แต่กริยามือที่ยื่นประสานกันผ่านความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ นั้นกลับชัดเจนจนไม่ต้องตีความให้เสียเวลา
"ให้ตายสิ... ใครมันว่างงานขนาดมาซุ่มถ่ายรูปคนอื่นตอนตีสองตีสามเนี่ย"
เกวลินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในห้องทำงานพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สีหน้าของเพื่อนสนิทเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ไม่ใช่แค่คนว่างงานค่ะคุณพิมพ์ แต่เป็นฝีมือของฝั่งทีมคู่แข่งที่กำลังเสียประโยชน์จากโปรเจกต์นี้ต่างหาก พวกเขาจงใจปล่อยข่าวให้หุ้นส่วนใหญ่ไขว้เขว ตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมด่วน และที่แย่ที่สุดคือ... ทางฝั่งคุณธันย์กำลังโดนผู้ใหญ่เพ่งเล็งเรื่องความเหมาะสมในการคุมกองถ่ายด้วย"
พิมพ์รตากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแลارริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะกลัวคำครหา แต่เธอกลัวว่าความฝันและหยาดเหงื่อที่เธอและธนัชชาร่วมกันสร้างมาตลอดหลายเดือนจะพังทลายลงเพราะข่าวโคมลอยไร้สาระพวกนี้
"ธันย์อยู่ที่ไหนคะตอนนี้" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่นัยน์ตากลับวับวามด้วยประกายไฟ
"อยู่ในห้องประชุมใหญ่ค่ะ... กำลังปะทะคารมเดือดกับพวกบอร์ดอาวุโสอยู่เลย พิมพ์ อย่าเพิ่งวู่วามนะคะ สถานการณ์ตอนนี้เราต้องนิ่ง—"
ยังไม่ทันที่เกวลินจะพูดจบ พิมพ์รตาก็คว้าสมุดบันทึกคู่ใจแล้วสาวเท้าเดินออกไปจากห้องด้วยความเร็วสูง เป้าหมายเดียวของเธอในตอนนี้ไม่ใช่การหลบเลี่ยง แต่คือการพุ่งชนปัญหาให้มันจบในคราวเดียว
บรรยากาศหน้าห้องประชุมใหญ่ตึงเครียดเสียจนแทบจะใช้มีดตัดอากาศได้ ประตูบานคู่ปิดสนิท แต่เสียงทุ้มต่ำและเข้มงวดของธนัชชากลับเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน
"ผมรับผิดชอบงานในส่วนของผมเต็มร้อย และเรื่องส่วนตัวมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณภาพของงานสร้าง!"
"แต่คุณธนัชชาครับ ภาพลักษณ์ของโปรเจกต์นี้มูลค่าหลายร้อยล้าน การที่ผู้กำกับกับสถาปนิกหลักมีข่าวฉาวเชิงชู้สาว มันทำให้ความน่าเชื่อถือของเราสั่นคลอน!" เสียงของหนึ่งในคณะกรรมการบอร์ดอาวุโสตอบกลับมาอย่างไม่ไว้หน้า
ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
พิมพ์รตาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามและเยือกเย็น แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล แต่แผ่นหลังของเธอยังคงตั้งตรง ดวงตากลมโตสบตากับคณะกรรมการทุกคนในห้องอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างสูงของธนัชชาที่ยืนค้ำโต๊ะประชุมอยู่ สีหน้าของเขาเรียบตึง แต่ทันทีที่เห็นว่าเป็นเธอ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นก็ไหววูบด้วยความกังวลระคนตกใจ
"ขออนุญาตค่ะ..." พิมพ์รตาเอ่ยเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้อง
"ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ ดิฉันคิดว่ามีสิทธิ์เต็มที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริง ข่าวลือที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ต่อโครงสร้างทางวิศวกรรมและการออกแบบของเรา และหากทางคณะกรรมการมีความกังวลเรื่องความเหมาะสม ดิฉันยินดีที่จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ขอความกรุณาอย่าเอาผลงานและหยาดเหงื่อของทีมงานทุกคนมาเป็นเครื่องมือในการด้อยค่าความตั้งใจของใครเลยค่ะ"
ธนัชชาหันขวับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอก ชายหนุ่มเม้มปากแน่นก่อนจะขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธออย่างไร้ความลังเล ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของกันและกัน
"ตามที่พิมพ์บอกครับ" ธนัชชาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังไร้ความเกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ "ถ้าพวกคุณอยากจะลงโทษ หรืออยากจะหาแพะรับบาปจากข่าวไร้สาระนี้ เชิญลงที่ผมคนเดียวได้เลย อย่าลากเธอเข้ามาเกี่ยว"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปอีก ประธานกรรมการบอร์ดถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะวางเอกสารในมือลง
"คุณสองคนนี่มัน... ดื้อด้านไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณยืนยันแบบนั้น ทางเราจะให้เวลาพวกคุณพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งจนถึงวันส่งมอบงานโค้งสุดท้าย ถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จลุล่วงด้วยดีตามมาตรฐาน ข่าวพวกนี้ก็จะเงียบหายไปเอง แต่ถ้าพลาด... เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาก็แล้วกัน"
เมื่อการประชุมด่วนสิ้นสุดลง พิมพ์รตาเดินตามธนัชชาออกมาที่ระเบียงทางเดินด้านนอกที่ปลอดผู้คน ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านเส้นผมสลวยของเธอ แต่ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาในทันที
ธนัชชาหันกลับมามองคนข้างกาย ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่แล้วมือคู่นั้นก็ชะงักค้างกลางอากาศ
"ทำไมต้องบุ่มบ่ามเข้ามาในห้องนั้นด้วยครับพิมพ์ รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณแค่ไหน" น้ำเสียงของเขาเจือความดุเล็กน้อย แต่แววตากลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย
พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ริมฝีปากบางยกยิ้มเยาะเล็กน้อยตามนิสัยปากเก่งของเธอ "ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะคุณผู้กำกับ หน้าตาบึ้งตึงแบบนั้น เดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยถามหาไม่รู้ด้วยนะ"
ธนัชชาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวจนสถาปนิกสาวต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดุดันที่แฝงความคลั่งรักพุ่งเข้าโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"ปากเก่งแบบนี้... ต้องโดนทำโทษให้เข็ดซะบ้าง" ธนัชชากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเสน่หาที่ไม่อาจซ่อนเร้น
พิมพ์รตาหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะได้ก้มลงมาใกล้กว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของเกวลินก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมทางเดิน
"พิมพ์! คุณธันย์! แย่แล้วค่ะ... รีบเปิดดูอีเมลจากทางสำนักข่าวใหญ่นั่นด่วนเลยค่ะ ตอนนี้พวกเขากำลังปล่อยภาพเซ็ตใหม่... ภาพที่ชัดเจนกว่าเดิม และมันไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้วล่ะค่ะ!"
ธนัชชาชะงักก้าง พิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทั้งสองคนหันขวับไปมองหน้าเกวลินที่ยืนหอบหายใจโยนแท็บเล็ตในมือมาให้ พร้อมกับหน้าจอที่แสดงภาพหลักฐานชิ้นใหม่... ภาพที่สั่นคลอนทุกความสัมพันธ์และเปลี่ยนเกมทั้งหมดในพริบตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความรักและอุดมการณ์ของ "พิมพ์รตา" และ "ธันย์" มาจนถึงบทนี้ เตรียมพบกับบทสรุปและการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่หัวใจคุณจะต้องเต้นระทึกยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 23
จุดแตกหักก่อนโค้งสุดท้าย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!