สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 24

พายุโหมกระหน่ำสตูดิโอ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระแทกนั้นดังพอจะเรียกให้สถาปนิกสาวขมวดคิ้วมุ่น พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นจากโมเดลจำลองสตูดิโอถ่ายทำคิวบู๊ที่เธอนั่งบรรจงแก้แบบมาสามวันสามคืนติดต่อกัน ดวงตาคู่คมใสหันไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทว่ากรุ่นไปด้วยไอความหงุดหงิดที่พร้อมแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาขวางความตั้งใจ “ถอนทุนคืน หรือจะรื้อทิ้งทั้งหมด... เลือกเอาสักอย่างเถอะคุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างเอ่ยขึ้น ธนัชชายืนค้ำโต๊ะทำงานของเธออยู่ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงยุทธวิธีเซอร์ๆ ดูไร้มาดผู้กำกับคิวบู๊มือหนึ่งผู้กุมเรตติ้งอันดับหนึ่งไปโดยปริยาย ยามนี้เขากลายเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดือดดาลกับคำสั่งบ้าบิ่นจากเบื้องบน “คุณธันย์พูดบ้าอะไรคะ! แบบโครงสร้างนี้ฉันคำนวณมาอย่างดี เซฟตี้ทุกตารางเมตรตามมาตรฐานสากล จะให้รื้อทิ้งหรือถอนทุนบ้าบออะไรตอนนี้ โปรเจกต์เรากำลังจะเปิดกล้องสัปดาห์หน้าแล้วนะ!” พิมพ์รตากระแทกปากกาในมือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขาอยู่บ้าง แต่พลังงานความดื้อรั้นและอีโก้ที่พุ่งพล่านในตัวก็ทำให้เธอไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใครง่ายๆ “นายทุนใหญ่สั่งระงับชั่วคราวค่ะคุณพิมพ์! เขาบอกว่าสถาปัตยกรรมแบบมินิมอลผสมผสานความดิบเท่แบบที่คุณออกแบบ มันดูเซฟความปลอดภัยเกินไปจนขาดความเร้าใจในมุมมองภาพยนตร์บู๊ระทึกขวัญ... เขาต้องการให้ทุบผนังรับแรงกระแทกออกครึ่งหนึ่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ฉากแอ็กชันเสี่ยงตาย!” ธนัชชาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างหัวเสีย เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ จนมันยุ่งเหยิงไปหมด “ฉันเถียงปากเปียกปากแฉะจนคอแทบแตก แต่พวกมันบอกว่าถ้าไม่แก้ตามสั่ง ก็เตรียมรับจดหมายยกเลิกสัญญาได้เลย” คำว่า *‘ยกเลิกสัญญา’* เหมือนค้อนเหล็กที่ตกลงกลางใจ พิมพ์รตาชะงักไปชั่วขณะ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับเดือนตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินลงทุนมหาศาล แต่มันคือหยาดเหงื่อ ความฝัน และศักดิ์ศรีของสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความมักง่ายของนายทุนกระเป๋าหนัก “ทุบผนังรับแรงกระแทกออกครึ่งหนึ่งเหรอคะ? สมองพวกเขามีไว้คั่นหูหรือไง ถึงได้คิดไอเดียฆ่าคนทางอ้อมแบบนั้นออกมาได้!” สถาปนิกสาวหัวก้าวหน้ากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “ถ้าทำแบบนั้น เวลาเข้าฉากคิวบู๊เสี่ยงตาย โครงสร้างจะรับแรงอัดไม่ไหว มันจะพังครืนลงมาทับนักแสดงกับทีมงานตายคาฉากน่ะสิคะ! คุณในฐานะผู้กำกับคิวบู๊ จะยอมให้เขาเอาชีวิตคนมาแลกกับเรตติ้งจอมปลอมแค่นี้หรือไง!” ธนัชชาชะงักไป ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววกราดเกรี้ยวค่อยๆ อ่อนลงเมื่อกวาดมองใบเนียนใสที่รื้นไปด้วยความโกรธและ... ความเครียดจนขอบตาร้อนผ่าของหญิงสาว เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว ปลายจมูกแทบจะชนกันหากพิมพ์รตาไม่ถอยหลังหนีด้วยความถือดี “คิดว่าฉันยอมเหรอพิมพ์?” เสียงของเขาอ่อนลง ยามนี้มันนุ่มทุ้มและจริงจังจนน่าใจหาย “ฉันสู้แทบตายเพื่อปกป้องเซฟโซนในกองถ่ายของฉัน... และปกป้องผลงานที่คุณตั้งใจทำมาตลอดหลายเดือนนี้ด้วย แต่ถ้าเราต่างคนต่างหัวดื้อ ไม่ยอมประนีประนอมหาทางออกร่วมกัน นายทุนพวกนั้นมันเขี่ยเรากระเด็นออกจากโปรเจกต์นี้แน่ แล้วถึงวันนั้น ใครจะปกป้องความฝันของเราล่ะ?” คำว่า *‘ความฝันของเรา’* ทำเอาหัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธของพิมพ์รตากระตุกวูบ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมคู่นั้น ที่แม้จะดูแข็งกร้าวต่อหน้าคนอื่น แต่ยามที่มองเธอ มันกลับมีความห่วงใยและเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่เสมอ ผู้ชายปากร้ายที่ชอบกวนประสาทเธอตั้งแต่แรกเจอคนนี้ แท้จริงแล้วคือคนที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอดท่ามกลางพายุหมุนของวงการบันเทิง “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ... ในเมื่อแบบนี้มันแก้ไม่ได้” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเข้มแข็งที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธนัชชายื่นมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ เป็นการปลอบโยนในแบบฉบับของเขา “ร่วมมือกับฉันสิ...” ธนัชชากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาคมกริบเป็นประกายมุ่งมั่น “เราจะแก้แบบโครงสร้างใหม่... แบบที่หลอกตาพวกนายทุนว่าทำตามสั่ง แต่ความจริงแล้วซ่อนโครงสร้างเหล็กเสริมพิเศษไว้ข้างใน ให้มันยังคงเซฟตี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม นายทุนได้ฉากแอ็กชันสะใจตามต้องการ นักแสดงปลอดภัย และเราสองคน... ก็ยังได้ร่วมงานกันต่อ” พิมพ์รตานิ่งอึ้ง สมองอันปราดเปรียวประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่คือแผนการที่บ้าบิ่นและเสี่ยงมาก หากนายทุนจับได้ว่าโดนหลอก พวกเขาอาจโดนฟ้องจนหมดตัว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นทางออกเดียวที่จะรักษาทั้งชีวิตคนและผลงานชิ้นเอกนี้ไว้ได้ “คุณมันบ้าจริงๆ ธันย์...” เธอยิ้มออกมาได้ในที่สุด เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความโล่งใจและความท้าทาย “แต่ก็นั่นแหละ ฉันเองก็บ้าพอที่จะบ้าตามคุณเหมือนกัน” ธนัชชาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือหนายื่นไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ อย่างลืมตัว “ดีมากเด็กดื้อ งั้นคืนนี้เราต้องนอนเคลียร์แบบแปลนนี้ให้เสร็จภายในรุ่งสาง เตรียมกาแฟเข้มๆ ไว้ได้เลย เพราะงานนี้ไม่ได้นอนแน่” บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมราวกับมีพายุโหมกระหน่ำ กลับตาลปัตรกลายเป็นสนามรบแห่งความร่วมมือที่เต็มไปด้วยเคมีพุ่งพล่าน ทั้งสองคนนั่งลงเคียงข้างกันบนโต๊ะเขียนแบบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์วนเวียนอยู่รอบตัว สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดเข้าหาเส้นสายทางสถาปัตยกรรมและการคำนวณแรงเหวี่ยงของฉากบู๊ มือเรียวของพิมพ์รตาจรดปากกาลงบนกระดาษไข โดยมีปลายนิ้วอุ่นของธนัชชาคอยชี้จุดรับน้ำหนักให้ ทั้งใกล้ชิดและแนบแน่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งบรรยากาศภายนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นของยามดึก พายุฝนข้างนอกกระหน่ำซัดสาดกระจกสตูดิโอเสียงดังสนั่น ราวกับฟ้าดินกำลังทดสอบความอดทนของพวกเขา ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสามครั้งติดกัน ขัดจังหวะความเงียบสงบและสมาธิอันลึกซึ้งของคนทั้งคู่ ธนัชชาขมวดคิ้วหันไปมองหน้าประตูด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พิมพ์รตาวางปากกาลงแล้วเตรียมจะเอ่ยปากไล่แขกยามวิกาล แต่ทว่า... ประตูบานใหญ่กลับถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างแรงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างระหงของเกวลิน โปรดิวเซอร์สาวเพื่อนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด หอบหายใจจนตัวโยน หยาดน้ำฝนเกาะพราวตามเสื้อผ้าและเส้นผม แสดงให้เห็นว่าเธอเพิ่งฝ่าพายุฝนข้างนอกเข้ามาอย่างรีบเร่ง “เกว? เธอเข้ามาได้ยังไง ดึกดื่นป่านนี้แล้ว...” พิมพ์รตาเอ่ยถามด้วยความตกใจ เกวลินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที หญิงสาวหันไปสบตากับธนัชชาสลับกับพิมพ์รตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาหยิบแท็บเล็ตหน้าจอแตกยับเยินชูขึ้นมาตรงหน้าพวกเขา “ฉันว่าพวกเธอเลิกแก้แบบกันตอนนี้เถอะ...” เกวลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงสั่นพร่าเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสถาปัตยกรและผู้กำกับหนุ่มเย็นเฉียบลงพร้อมกัน “เพราะตอนนี้... นายทุนใหญ่เพิ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตกะทันหันกลางพายุ... และในพินัยกรรมล่าสุดที่เพิ่งเปิดเมื่อห้านาทีก่อน ระบุชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ที่จะเข้ามาควบคุมโปรเจกต์นี้ทั้งหมด... เป็นคนเดียวกับคนที่พวกเธอเกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก!” ——————- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความทุ่มเทของพิมพ์รตาและธนัชชามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%