เสียงกระแทกของประตูห้องทำงานสถาปนิกสาวดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่จนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ พิมพ์รตายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตัวตนของเธอในยามนี้ราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน ทั้งเย็นชาและห่างเหิน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้นและเต็มไปด้วยประกายไฟยามปะทะคารม บัดนี้กลับราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์
"ถ้าคุณเคลียร์งานตรงนี้เสร็จแล้ว ก็เชิญกลับได้เลยค่ะ ผู้กำกับธนัชชา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอ ธนัชชาสะท้านไปทั้งร่าง ร่างสูงโปรดิวเซอร์สาวในคราบผู้กำกับคิวบู๊ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กำลังยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย ความร้อนรนตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนเธอแทบหายใจไม่ออก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่หน้ากองถ่าย—ภาพที่พิมพ์รตาบังเอิญไปเห็นเธอกำลังกอดอยู่กับนางเอกสาวดาวรุ่งท่ามกลางเงาสลัวของกองฉาก—กำลังย้อนกลับมาทุบทำลายความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นทีละน้อย
"พิมพ์... คุณกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะคะ" ธนัชชาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกก้าว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและติดจะกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้กลับสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด "เรื่องเมื่อคืนมันไม่มีอะไรเลย น้องเขากำลังจะสะดุดล้มเพราะสายรองเท้า ฉันแค่รับไว้ตามสัญชาตญาณ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้นแม้แต่นิดเดียว"
พิมพ์รตาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาคู่คมนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความหยิ่งทะนง
"แล้วยังไงคะ? คุณต้องมารายงานฉันด้วยเหรอว่าใครจะสะดุดล้ม ใครจะอยู่ในอ้อมกอดของคุณ เราเป็นอะไรกันเหรอคะผู้กำกับธันย์... เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ต้องมาออกแบบสตูดิโอให้คุณตามสัญญาจ้างเท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ?"
คำพูดที่พ่นออกมาเปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง ธนัชชาหน้าชาไปวูบหนึ่ง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความร้อนรน กลัวเหลือเกินว่าความเงียบงันและความเข้าใจผิดนี้จะพรากผู้หญิงตรงหน้าไปจากชีวิตของเธอตลอดกาล
"พิมพ์! อย่าพูดจาแบบนี้นะคะ" ธนัชชาทุบมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องงาน! ที่ผ่านมาทั้งหมด คุณไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอคะ กับทุกอย่างที่เราผ่านมา... สายตาที่คุณมองฉัน เวลาที่เราเถียงกันจนดึกดื่น หรือแม้แต่ตอนที่เราจิบกาแฟด้วยกันที่ไซต์งาน มันไม่มีความหมายเลยเหรอในสายตาคุณ"
พิมพ์รตากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อ้วนิ้วขาวซีด เธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะหลงรักผู้หญิงปากร้ายคนนี้จนหมดหัวใจ และเธอก็กลัวความจริงที่ว่า ตัวเองเป็นแค่ "หนึ่งในตัวเลือก" ของผู้กำกับสาวเสน่ห์แรงคนนี้เหมือนที่คนในกองเขาลือกัน
"ความหมายเหรอคะ?" พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าว "สำหรับคุณ ฉันอาจจะเป็นแค่โปรเจกต์สนุกๆ ระหว่างถ่ายทำหนังบู๊ก็ได้นี่คะ ใครจะไปรู้ว่าคุณมีใครซ่อนไว้อีกกี่คน"
ธนัชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนเจ็บปวด เธอไม่เคยคิดเลยว่าภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเจ้าชู้กะล่อนของตัวเอง จะกลายเป็นกำแพงหนาทึบที่หันกลับมาทำร้ายหัวใจของคนที่เธอแคร์มากที่สุดในชีวิต
"ฉันไม่เคยมีใคร!" ธนัชชาตะโกนออกมาเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบไม่เหลือมาดผู้กำกับมือหนึ่ง "ในชีวิตของฉัน... ตั้งแต่มีคุณเข้ามา วงโคจรของฉันมันก็มีแค่คุณคนเดียวพิมพ์รตา! คุณเอาแต่สร้างกำแพง แล้วก็ผลักไสฉันออกไปโดยไม่ยอมฟังคำอธิบายอะไรเลยเหรอคะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย and ร้าวรานของคนทั้งคู่ พิมพ์รตาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า หัวใจที่ปิดตายสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ทว่าความระแวงและความกลัวที่จะต้องเจ็บปวดจากความคาดหวังก็ยังคงทำหน้าที่ปกป้องเธอไว้อย่างเหนียวแน่น
ธนัชชาเห็นความลังเลในแววตานั้น เธอก็ไม่รอช้าที่จะพังทลายระยะห่างที่เหลืออยู่ ร่างสูงก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปประชิดตัวสถาปนิกสาวทันที พิมพ์รตาผุกรุกถอยหลังจนสะโพชนิดชิดขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารโดยไม่มีทางหนี
"ธันย์... คุณจะทำอะไร..." พิมพ์รตาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดันอกเสื้อแจ็คเก็ตหนังของอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อธนัชชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม
"จะทำให้คุณรู้ค่ะ... ว่าหัวใจของฉันมันมีไว้ให้ใครคนเดียว"
ธนัชชาใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวบาง2ข้างเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวได้รูป ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนและแตกต่างจากมาดแบดๆ โดยสิ้นเชิงนี้ ทำให้พิมพ์รตานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเวทนาและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้กำกับสาวลอยวนอยู่รอบตัว พิมพ์รตาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธและความเข้าใจผิดเมื่อครู่เริ่มละลายหายไปกับสัมผัสที่จริงจังและเว้าวอนนี้
ธนัชชาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากอุ่นจัดเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย
"เชื่อใจฉันเถอะนะคะ... พิมพ์"
ในวินาทีที่หัวใจของพิมพ์รตากำลังจะยอมอ่อนยวบและพังทลายกำแพงทั้งหมดลง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ!
"คุณพิมพ์คะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าไซต์งาน—!"
เกวลิน โปรดิวเซอร์สาวเพื่อนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่แล้วเสียงของเธอก็ต้องขาดหายไปในลำคอ เมื่อดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า—ภาพที่ผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บกำลังโอบกอดสถาปนิกสาวคนสนิทของเธอไว้แนบชิดติดโต๊ะทำงาน ในระยะที่ริมฝีปากแทบจะแตะโดนกันอยู่รอมร่อ!
พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ผลักร่างของธนัชชาให้ออกห่างอย่างแรง ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ส่วนธนัชชากัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่จังหวะเวลาดันมาพังลงตรงหน้าผากพอดี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ความรู้สึกของทั้งคู่เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนนี้นะคะ!
---
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะคะ - ดอกเดซี่ริมทาง)
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 16
ความเงียบที่บาดลึก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!