“บอกกี่ครั้งแล้วว่ามุมกล้องแบบนั้นมันเชยสะบัด ยุคนี้เขาไม่เอาผู้ร้ายมาวิ่งควายหลบกระสุนกันแล้วค่ะ ผู้กำกับธนัชชาขา กรุณาอัปเดตสมองให้ทัน พ.ศ. นี้ด้วยนะคะ”
เสียงใสๆ แต่แฝงความเฉียบคมราวกับกรรไกรตัดกระดาษของพิมพ์รตา ดังแทรกขึ้นกลางกองถ่ายฉากแอ็กชันกลางแจ้ง สถาปนิกสาวในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ยืนกอดอกพิงโครงสร้างเหล็กชั่วคราว ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาใสจ้องมองจอคอมพิวเตอร์พกพาด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้เล็กๆ
ธนัชชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนายกขึ้นเสยกลุ่มผมหยักศกที่ชุ่มเหงื่อลวกๆ เสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้ออวดกล้ามเนื้อสมส่วนตามประสาคนทำงานกลางแจ้งสะท้อนแดดจัด เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวร่างบางในระยะประชิด ชนิดที่ว่ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูกของคนตัวเล็กจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ
“ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่มาจับกล้องเองล่ะคุณสถาปนิก หน้างานจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนเส้นโมเดลในกระดาษไขของคุณหรอกนะ” ธนัชชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทตามฟอร์ม แต่ประกายในดวงตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดูที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ไม่เคยเนียน
พิมพ์รตาถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับโครงเหล็กฉากเสียสนิท กลายเป็นว่าตอนนี้เธอถูกวงแขนแข็งแรงกักตัวไว้กลายๆ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ อยากจะต่อปากต่อคำกลับไปให้เจ็บแสบกว่านี้ แต่สายตาคมกริบที่มองตรงมากับความใกล้ชิดเกินความจำเป็นนี่สิ… มันกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิงอย่างน่าหงุดหงิด
“ถอยไปเลยนะ ผู้กำกับธันย์ พื้นที่กองถ่ายนี้มันเขตปลอดภัยของฉัน กรุณารักษาระยะห่างทางสังคมด้วยค่ะ” พิมพ์รตาเอ่ยเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท
ธนัชชาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความร้ายกาจทำเอาคนมองใจสั่นระทัว “เขตปลอดภัยอะไรกัน เมื่อกี้ยังยืนเถียงฉอดๆ อยู่เลย… อ๊ะ พิมพ์ ระวัง!”
จังหวะที่ธนัชชาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวเพื่อดึงให้พ้นจากมุมโครงเหล็กที่กำลังมีทีมงานเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ผ่านพอดี ร่างบางก็เสียหลักเซถลาเข้าไปซบลงกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ไออุ่นจากร่างกายของคนตัวโตแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนพิมพ์รตารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่แค่เขา… แต่เป็นเธอต่างหากที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เกวลินที่ยืนถือกระดานสคริปต์อยู่ไม่ไกล แกล้งกระแอมไอเสียงดังพร้อมกับยกมือขึ้นปิดตา “อุ๊ย! แดดมันแรงจังค่ะ ตาฝาดหรือเปล่าเนี่ย เห็นคนแถวนี้เขาสวีทกันกลางกองถ่ายจนมดขึ้นจอหมดแล้วมั้งคะคุณผู้กำกับ”
พิมพ์รตาผละตัวออกจากอ้อมกอดนั้นทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิทตัวดีที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่ม “เกว! แกนี่มัน… เลิกแซวฉันสักวันจะตายไหมเนี่ย”
“ไม่ตายค่ะ แต่ถ้าไม่ได้แซว แกอาจจะอกแตกตายเพราะความซึนของตัวเองซะก่อนนะพิมพ์” เกวลินไหวไหล่อย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะหันไปทางประตูทางเข้ากองถ่ายที่อยู่ไกลออกไป “เอ๊ะ… นั่นใครน่ะ เดินมาทางนี้ท่าทางคุ้นๆ นะ”
ประโยคของเกวลินทำให้ทั้งธนัชชาและพิมพ์รตาชะงักไป สถาปนิกสาวหันไปมองตามทิศทางที่เพื่อนรักพยักพิด และในวินาทีนั้นเอง… โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนลงเฉียบพลัน
ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน ก้าวเข้ามาในอาณาเขตสตูดิโอชั่วคราวด้วยท่าทีคุ้นเคย ใบหน้าคมคายที่พิมพ์รตาเคยคุ้นเคยและฝังใจมาเนิ่นนานกำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองหาใครบางคน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของธนัชชา… และพิมพ์รตา
“ธันย์… พิมพ์…”
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยเรียกชื่อพวกเขาทั้งสองคนดังขึ้น ทว่าสำหรับพิมพ์รตาแล้ว มันเหมือนเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างกายของเธอชาดิกไปชั่วขณะ ความทรงจำอันดำมืดและบาดแผลในอดีตที่เคยคิดว่าถูกฝังกลบไว้จนมิดชิด กลับพรั่งพรูขึ้นมาในสมองราวกับเปิดประตูเขื่อน
นั่นคือ ‘กรณ์’… อดีคนคนรักเก่าของธนัชชา ผู้ชายที่เคยสร้างรอยแผลเหวอะหวะไว้ในความรู้สึกของธนัชชาเมื่อหลายปีก่อน และยังเป็นคนที่พิมพ์รตาเคยเกลียดชังน้ำหน้าเข้ากระดูกดำสมัยที่เขายังวนเวียนอยู่ในวงจรชีวิตของธันย์
ธนัชชาชะسะงักไป สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ แข็งค้างลงในพริบตา แววตาคมกริบไหววูบด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ทั้งความตกใจ ความกรุ่นโกรธ และร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว สันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือใหญ่ที่เคยคว้าข้อมือพิมพ์รตาเมื่อครู่ กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
พิมพ์รตาแอบเหลือบมองปฏิกิริยาของธนัชชา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความหึงหวง? ไม่สิ… เธอกับเขาเป็นแค่คู่กัดที่ต้องมาร่วมงานกันไม่ใช่หรือ แต่ทำไมหัวใจถึงได้บีบรัดแน่นจนหายใจไม่ออกเมื่อเห็นสายตาที่ธนัชชากำลังมองผู้ชายคนนั้น
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ… ธันย์ พิมพ์รตา” กรณ์ส่งยิ้มทักทาย พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับไม่รู้ตัวเลยว่าการปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้ กำลังจะจุดชนวนระเบิดลูกใหญ่ขึ้นกลางกองถ่ายที่กำลังระอุอยู่แล้ว
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณบอกเธอว่าการมาเยือนของเงาอดีตครั้งนี้ ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน และเธอก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนกลับมาทำลายรอยยิ้มของธนัชชา… แม้ว่าเธอจะยังไม่มีสถานะอะไรที่ชัดเจนกับเขาเลยก็ตาม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ความรู้สึกของทั้งคู่เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนนี้นะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 15
เงาอดีตที่กลับมาเยือน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!