“เกวลิน... ถ้าโปรเจกต์นี้เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะขออนุญาตเอาคุณไปเข้าฉากสตันท์แมนฉากตกหน้าผาโดยไม่ใช้สลิงสักรอบนะคะ!”
เสียงหวีดร้องกึ่งกระซิบของพิมพ์รตาที่ลอดไรฟันออกมาเมื่อครู่ ยังคงทิ้งคลื่นความระทึกระทองไว้บนอากาศอบอ้าวของกองถ่ายในสตูดิโอเก่าริมน้ำ กลิ่นอายของฝุ่นปูนและควันจางๆ จากฉากแอ็กชันเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหายดี ร่างโปร่งบางในชุดสูทลินินเข้ารูปของสถาปนิกสาวก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของใครบางคนเอื้อมมาปัดเศษผงสีเทาที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มของเธออย่างเบามือ
ธนัชชายืนค้ำร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาพาดรอยแผลเป็นจางๆ ทอดมองเจ้าของแก้มเนียนนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้... แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นของพิมพ์รตาแทบจะชนเข้ากับกระดุมเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบของผู้กำกับหนุ่ม เธอกลืนน้ำลายลงคออื้ออึง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงความใกล้ชิดนี้
“มือเปื้อนฝุ่นปูนค่ะคุณสถาปนิก... หรือว่าสมองคุณกำลังคิดอกุศลอะไรอยู่ ถึงได้หน้าแดงก่ำขนาดนั้นล่ะคะ?” ธนัชชาเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ตามสไตล์ผู้ชายปากร้ายที่ชอบหาเรื่องให้เธออยากจะหยิกเนื้อแน่นๆ สักทีสองที
“ใครหน้าแดงกันคะผู้กำกับธันย์! อย่ามามโนเพ้อเจ้อแถวนี้เลยค่ะ ถอยไปห่างๆ หน่อย อากาศในสตูดิโอมันร้อน ฉันหายใจไม่ออก!” พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้น ถดตัวหนีเล็กน้อยแต่ติดที่แผ่นหลังชนเข้ากับโครงสร้างเหล็กฉากประกอบฉากเสียแล้ว ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงพักตร์คมคายที่ระบายรอยยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท
“ร้อนเหรอคะ? แต่ฉันว่าเมื่อกี้... คุณดูท่าทางเคลิ้มๆ ตอนที่ฉันขู่ยัยเกวเขานะคะเนี่ย” ธนัชชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพิมพ์รตาต้องเผลอกลั้นหายใจ แผ่นหลังแนบสนิทไปกับผนังเหล็กเย็นเฉียบ ความร้อนผ่าวจากกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาปะทะผิวเนื้อจนเธอต้องพยายามควบคุมสติไม่ให้เผลอยกมือขึ้นไปทุบอกแกร่งนั้นข้อหาฐานเข้าใกล้เกินขอบเขต
“คุณธันย์! นี่มันกลางกองถ่ายนะคะ คนตั้งเยอะแยะ เกิดใครมาเห็นเข้า...”
“เห็นแล้วยังไงล่ะคะ? ฉันกำลังดูแลความปลอดภัยให้สถาปนิกคนสำคัญของโปรเจกต์... ผิดกฎข้อไหนเหรอคะคุณพิมพ์”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ้งน้ำหนักคำพูดอย่างจงใจนั้นทำเอาพิมพ์รตาพูดไม่ออก เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองที่เคยประมวลผลงานออกแบบโครงสร้างอาคารนับร้อยล้านกลับว่างเปล่าทันทีเมื่อเจอสายตาคู่นั้น—ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความท้าทายและความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก ซึ่งเธอไม่อยากจะหาญกล้าตีความมันออกมาดังๆ
“แฮ่ม! ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะสวีทหวานมันหมู... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะพลาดช็อตเด็ดตอนพระเอกนางเอกกำลังจะจุ๊บกันไปซะแล้วสิคะเนี่ย!”
เสียงปรบมือดังแปะๆ ตามมาด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแต่วิเคราะห์เฉียบคมดังแทรกบรรยากาศตึง-หวานขึ้นมาทันที เกวลิน โปรดิวเซอร์สาวเพื่อนสนิทมือหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนเท้าสะเอวอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร บนใบหน้าแต่งแต้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชนิดที่เรียกว่าพร้อมจะเอาไปแฉลงกลุ่มไลน์กองถ่ายได้ภายในสามวินาที
พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นจากวงล้อมกลายๆ ของธนัชชาทันทีราวกับโดนไฟลวก สองมือรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสาวตัวแสบที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เกว! แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วหัดเดินให้มีเสียงหน่อยไม่ได้หรือไง สติฉันจะหลุดอยู่แล้วนะ!”
“ก็เพราะมาทันตอนที่แกกำลังจะ ‘สติหลุด’ เข้าไปอยู่ในอ้อมอกผู้กำกับธันย์เขาน่ะสิคะ คุณเพื่อนขา!” เกวลินลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ เดินเข้ามาคล้องแขนพิมพ์รตาแล้วดึงตัวออกมาจากรัศมีอันตรายของธนัชชาทันที ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กับผู้กำกับหนุ่มที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอย่างไร้ความสำนึกผิด “จริงไหมคะคุณผู้กำกับ? ฉันนี่มันบาปหนาจริงๆ ที่ดันเดินมาขัดเวลาส่วนตัวของคนเขารักกัน... เอ้ย! คนเขาเคลียร์งานกันอยู่”
ธนัชชาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นก้องกังวานอย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อลวกๆ ก่อนจะปรายตามองสถาปนิกสาวที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงด้วยความเขินอายปนโมโห
“ไม่ได้ขัดหรอกค่ะคุณเกวลิน... จริงๆ แล้วคุณมาได้จังหวะพอดีเลย ฉันกำลังจะขออนุญาตคุณพิมพ์รตาเขาเรื่องสำคัญอยู่พอดี”
พิมพ์รตาหรี่ตามองทันที สัญชาตญาณบอกว่ารอยยิ้มแบบนี้ของธนัชชาไม่มีทางเป็นเรื่องดีเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมแน่นอน “เรื่องอะไรคะ? ถ้าไม่ใช่เรื่องแปลนบล็อก C ฉันไม่อนุมัติทั้งนั้นนะคะ”
“ไม่ใช่เรื่องแปลนค่ะ... แต่เป็นเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ของคุณเอง” ธนัชชาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แม้จะมีเกวลินยืนขวางอยู่ตรงกลาง เขาก็ยังสบตาตรงมาที่พิมพ์รตาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “พรุ่งนี้เราต้องไปถ่ายทำฉากจำลองไซต์งานก่อสร้างจริงที่โลเคชั่นกลางป่า สภาพพื้นที่จะค่อนข้างสมบุกสมบัน ในฐานะหัวหน้าสถาปนิก... ฉันขอ ‘บังคับ’ ให้คุณนั่งรถคันเดียวกับผู้กำกับเพื่อตรวจความเรียบร้อยแต่เช้า ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นฉันจะถือว่าคุณสละสิทธิ์การควบคุมแบบก่อสร้าง”
“นี่คุณใช้อำนาจมิชอบบังคับฉันเหรอคะผู้กำกับธันย์!” พิมพ์รตาโพล่งขึ้นทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์
“เขาเรียกว่า ‘มาตรการความปลอดภัยสูงสุด’ ต่างหากล่ะคะคุณพิมพ์” เกวลินรีบสวนขึ้นมาทันควัน พร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ เชียร์เพื่อนสาวออกนอกหน้าจนน่าหมั่นไส้ “เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ! ให้คุณธันย์เขาดูแลความปลอดภัยให้อย่างใกล้ชิดน่ะดีแล้ว แกจะได้ไม่ต้องมาบ่นว่าฝุ่นเยอะแดดแรงอีก แถมได้นั่งรถแอร์เย็นฉ่ำกับผู้กำกับมือหนึ่ง... คุ้มยิ่งกว่าคุ้มนะคะแก!”
“เกว! นี่แกเป็นโปรดิวเซอร์ละครหรือเป็นแม่สื่อจำเป็นกันแน่ฮะ!” พิมพ์รตาหันไปหยิกแขนเพื่อนสาวเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่เกวลินกลับหัวเราะคิกคักแล้วหลบฉากไปยืนสมทบกับทีมงานอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนเผชิญหน้ากับผู้กำกับปากแซ่บอยู่ตามลำพังอีกครั้ง
ธนัชชายิ้มรับชัยชนะอย่างใจเย็น เขาก้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับพิมพ์รตา ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และกลิ่นสเปรย์ดับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยมาแตะจมูกเธออีกรอบจนใจสั่น
“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้า... ห้ามเลทนะคะคุณสถาปนิก ไม่งั้นฉันจะไปลากคุณออกจากเตียงนอนด้วยตัวเองจริงๆ ด้วย” ธนัชชาเอ่ยกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ก่อนจะหมุนตัวเดินผละไปสั่งงานลูกน้องต่อ ทิ้งให้พิมพ์รตานิ่งค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
ทว่า... ความวุ่นวายยังไม่ทันได้สงบลง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของพิมพ์รตาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน เธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่พอเห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ... เลือดในกายของเธอก็เย็นเฉียบลงในพริบตา
*ข้อความจากเบอร์แปลก:* **“พิมพ์รตา... ลูกสาวตัวดี กลับมาคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์ใหญ่พังคามือ”**
พิมพ์รตานิ่งงัน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ความกดดันและปมปัญหาจากครอบครัวที่เธอพยายามหนีมาตลอดสัปดาห์นี้กำลังไล่ล่าเธอจนมุม... และยิ่งแย่ไปกว่านั้น เงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าสตูดิโอในตอนนี้ กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอกับธนัชชาด้วยแววตาเย็นชาจนน่ากลัว!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแซ่บแต่คลั่งรักของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 11
กองเชียร์ตัวแสบออกโรง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!