สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 12

เดิมพันด้วยโปรเจกต์ใหญ่

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ เอกสารแบบแปลนโครงสร้างและสตอรีบอร์ดฉากแอ็กชันถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะประชุมไม้ยาวสไตล์มินิมอล ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุราวกับมีกองเพลิงขนาดย่อมๆ แผดเผาอยู่ตรงกลาง “ถ้าคุณธันย์ยืนกรานจะทุบผนังกระจกฝั่งทิศตะวันตกออกเพื่อถ่ายฉากกระโดดทะลุกระจกในเทคเดียว งานออกแบบพื้นที่สีเขียวและการรับน้ำหนักของคานชั้นลอยที่ดิฉันคำนวณมาสามเดือนจะพังไม่เป็นท่าทันทีนะคะ!” พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะลงบนแปลนสถาปัตยกรรมด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้สุดกำลัง ดวงตาคู่คมจ้องมองผู้กำกับคิวบู๊หนุ่มมาดเซอร์ที่นั่งไขว่ห้างกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ชวนให้เลือดขึ้นหน้า ธนัชชาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากที่เห็นแล้วชวนให้หมั่นไส้เสียจนเธออยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้สาสมกับความกวนประสาท “สถาปนิกพิมพ์คะ... คุณมองแต่ความสวยงามและความปลอดภัยบนกระดาษ จนลืมไปหรือเปล่าว่าหนังบู๊เรื่องนี้มันต้องการความสมจริงและเร้าใจ! ถ้าภาพไม่ว้าว นายทุนกระเป๋าหนักที่กำลังจะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบห้องนี้ในอีกสิบนาทีข้างหน้า เขาคงไม่ควักกระเป๋าลงทุนแปดหลักให้เราหรอกค่ะ” ธนัชชาสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบทว่าบาดลึก ทุกถ้อยคำรarดรดด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ “แต่ถ้าผนังนั้นพัง โครงสร้างตึกจะร้าว และคนที่จะซวยไม่ใช่คุณค่ะ!” พิมพ์รตากลั้วหัวใจด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุม ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ “เป็นห่วงผมเหรอคะ ถึงกลัวผมจะซวย?” ธนัชชาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความยำเกรงต่อสถานการณ์วิกฤตเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เขากำลังสนุกที่ได้เห็นแม่สถาปนิกสาวเนียบกริบคนนี้ของขึ้น พิมพ์รตาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อเงาของเขาโน้มทับลงมาบังแสงไฟในห้องจนมิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกปั่นป่วนที่เธอเกลียดนักหนา เวลาอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ทีไร สติสัมปชัญญะที่เคยถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีมักจะพังทลายลงทุกที “อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณธันย์ ดิฉันแค่ไม่อยากทำงานร่วมกับคนไม่มีเหตุผลต่างหาก” พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงน้ำเสียงแข็งกร้าวกลับคืนมา “แล้วก็ช่วยถอนสายตาแบบนั้นออกไปซะด้วย ก่อนที่ดิฉันจะควักลูกตาคุณออกมาเป็นเครื่องประดับโต๊ะทำงาน” “ดุเป็นแมวเปอร์เซียไม่มีผิด...” ธนัชชาพึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้คนฟังได้ยิน เขายืดตัวกลับไปนั่งท่าเดิมพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ทำเอาพิมพ์รตาอยากจะหยิบแก้วกาแฟสาดใส่หน้าเขาจริงๆ ให้ตายสิ ผู้ชายอะไร ทั้งปากร้าย กวนประสาท และอันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า “แฮm! เกรงใจเสียงหัวใจของพวกคุณสองคนบ้างนะคะ พอดีว่าเสียงมันเล็ดลอดทะลุกระจกเข้ามาถึงข้างนอกแล้ว” เสียงกระแอมกระไอมพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนของเกวลินดังขึ้นที่ประตูห้องประชุม เกวเดินถือแท็บเล็ตเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเพื่อนสนิทที่รู้ทันทุกสถานการณ์ “ข่าวร้ายค่ะคุณขา นายทุนใหญ่จากสิงคโปร์บินมาถึงเร็วกว่ากำหนด ตอนนี้ท่านประธานกำลังพาเดินตรวจงานมาถึงชั้นสามสิบเก้าแล้วค่ะ อีกไม่ถึงสองนาทีถึงห้องนี้!” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากสนามรบเป็นห้องฉุกเฉินในพริบตา พิมพ์รตาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวรีบจัดระเบียบกระดุมเสื้อสูทและปัดผมปรกหน้าผากอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ธนัชชาเปลี่ยนจากท่าทางกวนประสาทมาเป็นผู้กำกับมืออาชีพที่ยืนขึ้นเต็มความสูง สีหน้าเรียบเฉยและจริงจังขึ้นมาทันตาเห็น “เอาล่ะ แม่สถาปนิกคนเก่ง” ธนัชชาหันมามองคนข้างกาย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง “เรื่องผนังกระจกเอาไว้ก่อน เราค่อยมาเถียงกันต่อหลังจบการพรีเซนต์นี้ แต่ตอนนี้... ถ้าคุณไม่อยากให้โปรเจกต์ที่เราเหนื่อยกันมาครึ่งปีหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา จงหุบเขี้ยวเล็บแล้วประสานเสียงกับผมให้เนียนที่สุด เข้าใจไหมคะ?” พิมพ์รตากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสบตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความขี้เล่น มีเพียงประกายความมุ่งมั่นและจริงใจที่ส่งผ่านมาถึงกันอย่างน่าประหลาด แม้จะหมั่นไส้เขาแค่ไหน แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... เวลาที่ผู้ชายคนนี้จริงจัง เขาดูมีเสน่ห์จนแทบละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ “...รู้แล้วน่า ไม่ต้องสั่งค่ะ” พิมพ์รตาพึมพำตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่หน้าประตูห้องประชุม เกวลินรีบวิ่งไปประจำที่มุมห้องเพื่อคอยกดสไลด์พรีเซนต์ ส่วนพิมพ์รตาและธนัชชายืนเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า แอ๊ด... เสียงบานประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารสูงสุดก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้เกิร์ดและแขกคนสำคัญชาวต่างชาติ ทว่า... สายตาของพิมพ์รตากลับสะดุดหยุดนิ่งอยู่ที่บุคคลปริศนาอีกคนหนึ่งที่เดินตามหลังมาติดๆ ผู้หญิงในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบเฉยแต่ทว่างดงามราวกับนางพญา ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้องประชุม ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่พิมพ์รตาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พิมพ์รตาตัวชาวาบ ลมหายใจสะดุดกึกลงตรงลำคอ ราวกับถูกกระชากกลับไปสู่หลุมดำแห่งอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดหลายปี... “สวัสดีค่ะทุกคน... หวังว่าฉันจะมาไม่รบกวนเวลาสำคัญนะคะ พอดีว่าฉันได้รับมอบหมายให้มาร่วมตรวจสอบและตัดสินใจในโปรเจกต์นี้ด้วย ในฐานะ... ผู้ถือหุ้นรายใหม่ค่ะ” น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้พิมพ์รตาแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร—พี่สาวต่างแม่ผู้เป็นตัวแทนของความกดดันทั้งหมดในชีวิตเธอนั่นเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแซ่บแต่คลั่งรักของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%