กลิ่นอับชื้นของหินปูนอายุหลายพันปีผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากคบเพลิงฉุกเฉิน คืออากัปกิริยาที่ปอดของดร. อคินต้องจำยอมรับในยามนี้ แสงสีส้มสั่นไหวสาดกระทบผนังถ้ำชั้นใต้ดิน เผยให้เห็นร่องสิ่วหินที่หยาบกระด้างแต่แฝงไว้ด้วยระเบียบวินัยอันน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ร่องรอยการขุดเจาะเพื่ออยู่อาศัย แต่มันคือซากอารยธรรมที่ถูกฝังกลบเพื่ออำพรางความจริงบางอย่าง
"คุณกำลังใช้ตรรกะแบบอาจารย์ของคุณอีกแล้วนะ ดร.อคิน"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะดังขึ้นจากความมืดทางด้านซ้าย เรย์ยืนพิงเสาหินศิลาแลง มือเรียวยาวในถุงมือหนังกำลังหมุนพู่กันขนสัตว์เล่มเล็กในมือเล่น สายตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนทฤษฎีอันเปราะบางของเขาได้ทุกเมื่อ
อคินไม่หันไปมอง เขาใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางสัมผัสร่องรอยสลักบนผนังหินอย่างระมัดระวัง ผงหินสีขาวร่วงกราวลงสู่พื้นราวกับเกล็ดหิมะยามวิกาล อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้ลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ
"วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อความเชื่อ เรย์ แต่มันมีไว้เพื่อพิสูจน์ความจริง" อคินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นจ้องเขม็งไปยังสัญลักษณ์เรขาคณิตตรงหน้า "และสัญลักษณ์ชุดนี้ ไม่ได้ถูกสลักขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งความตายตามที่คุณพยายามโน้มน้าวคณะกรรมการขุดค้น"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสะท้อนไปตามผนังถ้ำแคบๆ เธอเดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นจางๆ ปะปนกับกลิ่นดินปืนและอับชื้น "ความจริงเหรอคะ... เอ่อ ขออภัยครับ ความจริงหรือครับ ดร.อคิน? คุณบอกว่านี่คือบันทึกการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่มือของคุณกำลังสั่นตอนที่แตะร่องหินรูปดวงตานั่นนะ"
อคินชะงักมือเล็กน้อย เป็นความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธ ร่องสลักตรงหน้าไม่ใช่ตัวเลขทางคณิตศาสตร์แบบบาบิโลนหรืออียิปต์โบราณที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือเส้นสายย่อยๆ ที่ร้อยเรียงกันเป็นโครงสร้างคล้ายระบบประสาทของมนุษย์ และเหนือสิ่งอื่นใด... รอยสลักเหล่านี้ถูกขูดลบและเขียนทับด้วยแรงอารมณ์ที่รุนแรง ราวกับช่างสลักกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังความมืด
"ผมไม่ได้สั่นเพราะความกลัว" อคินแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามควบคุมกล้ามเนื้อกรามไม่ให้ขยับ "ผมสั่นเพราะความต่างของอุณหภูมิในห้องใต้ดินนี้ต่างหาก โครงสร้างอากาศถ่ายเทไม่สะดวก..."
"ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นสำหรับบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากออกксฟอร์ด" เรย์ขัดขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างเขา แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบสันจมูกโด่งและดวงตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ "ลองมองลึกลงไปสิคะ... อ่า ขออภัยครับ มองลึกลงไปสิครับ ดร.อคิน ไม่ใช่แค่มองด้วยตา แต่ใช้สัญชาตญาณ... สัญลักษณ์พวกนี้ไม่ได้บอกว่า 'ดาวดวงไหนตกลงมา' แต่มันกำลังบอกว่า 'สิ่งใดถูกกักขังไว้ข้างใต้ต่างหาก'"
ปลายนิ้วเรียวของเรย์แตะลงบนผนังหิน ห่างจากนิ้วของอคินเพียงไม่กี่เซนติเมตร สัมผัสของเธอเบาราวกับผีเสื้อขยับปีก ทว่ามันกลับทำให้ขนแขนของอคินลุกชันขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณที่เขาเกลียดชัง—ความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงคนนี้อ่านความคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง
"ถ้านี่คือแผนผังการกักขัง..." อคินฝืนเบนความสนใจกลับไปยังตัวอักษรเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "ทำไมมันถึงมีรหัสผ่านเจ็ดหลัก กำกับไว้ด้วยอักษรภาพตระกูลเมโสโปเตเมียยุคปลาย? อารยธรรมนั้นไม่มีเทคโนโลยีการล็อกกลกลไกซับซ้อนขนาดนี้"
"เพราะคุณคิดว่าบรรพบุรุษของเราโง่เขลาไงล่ะครับ ดร.อคิน" เรย์กระซิบข้างหูเขา ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะกับใบหูของเขา "คุณคิดว่ามนุษย์ในอดีตสร้างสิ่งเหล่านี้ด้วยความศรัทธาและความกลัวต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่ความจริงก็คือ... พวกเขาสร้างมันขึ้นเพราะพวกเขา 'เคยเห็น' และ 'เคยสู้' กับมันต่างหาก"
อคินหันขวับมามองเธออย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่กระชั้นชิดทำให้ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับเส้นผมสีเข้มของเธอโดยไม่ตั้งใจ เรย์ไม่ถอยหนี เธอกลับสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอนิ่งสงบราวกับบึงน้ำลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง
"คุณหมายความว่ายังไง?" อคินถาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ
"ลองถอดรหัสตามลำดับที่ฉันบอกสิครับ" เรย์ผละตัวออกช้าๆ เธอยื่นคบเพลิงในมือเข้าไปใกล้ผนังหินมากขึ้น แสงไฟสีส้มสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นรอยสลักที่ซ่อนอยู่ใต้คราบตะไคร่น้ำ "ช่องแรก... สัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกควักออก ช่องที่สอง... แขนมนุษย์ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ และช่องที่สาม... ปากที่ถูกเย็บสนิท"
อคินขมวดคิ้วแน่น สมองของเขาประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร คำสาป? พิธีกรรมบูชาเพชฌฆาต? หรือนี่จะเป็นหลักฐานของโรคระบาดโบราณที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของสัญลักษณ์?
"ถ้าเราใส่รหัสผิด..." อคินพึมพำ วิเคราะห์กลไกน้ำหนักของหินที่ต่อเชื่อมกับเพดานถ้ำ "คานหินน้ำหนักสามตันด้านบนจะร่วงลงมาบดขยี้เราทันที นี่ไม่ใช่แค่กำแพงห้องสมุดโบราณ แต่มันคือ 'กิโย틴' ชัดๆ"
"ถูกต้องครับ" เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เธอทวีความอันตรายขึ้นเป็นเท่าตัว "เพราะฉะนั้น เลือกเอาครับ ดร.อคิน... ว่าคุณจะใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาดของคุณ เพื่อพาเราเดินไปสู่ความตายอย่างมีเกียรติ หรือจะเชื่อสัญชาตญาณของคนที่คุณดูถูกเหยียดหยามมาตลอดอย่างฉัน เพื่อไขประตูบานนี้"
บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นผิวหินเป็นจังหวะราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง อคินมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในอดีต—ภาพของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่ดันทุรังเดินเข้าสู่ซากปรักหักพังโดยไม่ฟังคำเตือน จนต้องจบชีวิตลงใต้ซากถล่ม—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพหลอน
เขาต้องเลือกระหว่างความถูกต้องตามตำราที่อาจฆ่าเขาทั้งเป็น กับการเดิมพันชีวิตไว้กับสัญชาตญาณของหญิงสาวสายมืดคนนี้
อคินสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะลงบนสัญลักษณ์แรกตามที่เรย์บอก เสียงกลไกเฟืองหินโบราณส่งเสียง "คลิก" ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ราวกับเสียงกระดูกลั่นในความมืด
ผนังหินตรงหน้าเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งออกมาจากรอยแยก พร้อมกลิ่นอับของซากศพที่เน่าเปื่อยมานับพันปี และในวินาทีที่แสงจากคบเพลิงลอดผ่านช่องว่างที่เพิ่งเปิดออกนั้นเอง...
ดวงตาสีขาวขุ่นนับร้อยคู่ที่ถูกดองไว้ในโหลแก้วโบราณหลังผนังหิน ก็พร้อมใจกัน "กลอก" กลับมาจ้องมองพวกเขาพร้อมกันในความมืดมิด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งประวัติศาสตร์และปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 3
รหัสผ่านมรณะ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!