คราบเขม่าสีดำบนปลายนิ้วยังคงทิ้งความรู้สึกอุ่นร้อนไว้ ราวกับรอยแผลที่เกิดจากไฟโลกันต์ รอยขูดขีดนับร้อยบนผนังหินศิลาแลงโบราณยังคงสะท้อนเข้าสู่เรตินาของดร.อคิน ภาพของสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายกลับหัวที่เพิ่งถูกกรีดลงไปใหม่ ๆ ส่งกลิ่นอายของความสดใหม่จากเนื้อหินที่เพิ่งถูกกระเทาะ มันไม่ใช่ร่อง
รอยทางประวัติศาสตร์ แต่เป็น “สารท้าทาย” จากปัจจุบันที่ถูกส่งตรงเข้ามาในความมืดมิดของหลุมขุดค้นลึกสามสิบเมตร
อคินสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของดินและหินปูนปะปนกับกลิ่นจาง ๆ ของควันบุหรี่ราคาแพง—กลิ่นที่ไม่ควรมีอยู่ ณ สถานที่ทางโบราณคดีที่ถูกปิดตายแห่งนี้
"คุณกำลังยืนทับเส้นแบ่งระหว่างประวัติศาสตร์กับฆาตกรรมนะครับ ดร.อคิน"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาศิลาค้ำยัน มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน แต่นุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจในห้องสอบสวน อคินไม่สะดุ้ง เขานิ่งค้างในท่าเดิม ค่อย ๆ หมุนตัวกลับช้า ๆ อย่างระมัดระวัง แสงจากตะเกียงคาดหัวสาดส่องกระทบเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงผนังหิน ไขว้มือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้ม เรือนผมสีดำสนิทรกเรื้อเล็กน้อย และดวงตาคู่คมที่กำลังพินิจพิเคราะห์เขาด้วยความสนใจใคร่รู้ ราวกับนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อติดกับ
เรย์
ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีสายมืดที่อคินเคยเห็นเพียงในแฟ้มลับของกรมตำรวจและบทความวิชาการนอกกฎหมาย ตัวจริงของอีกฝ่ายดูอันตรายกว่าในรูปถ่ายหลายเท่า โดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่นั้น
"ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ คุณเข้ามาได้ยังไง" อคินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบและเยือกเย็น ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดใต้เสื้อเชิร์ตลินินกลับตึงเกร็งโดยสัญชาตญาณ เขาเหลือบมองคานเหล็กค้ำยันด้านหลังเพื่อประเมินระยะทาง
"การเข้ามาในสถานที่ที่ไม่มีใครอยากจดจำ มันง่ายกว่าการหาความจริงในตำราเรียนตั้งเยอะครับ ดร.อคิน" เรย์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว รองเท้าคอมแบตเหยียบลงบนพื้นดินโบราณเกิดเสียงดังกรอบแกรบ "ผมแค่เดินตามรอยเท้า... และกลิ่นอายของความตายที่คุณดูเหมือนจะหลงใหลมันเป็นพิเศษ"
"ผมคือนักโบราณคดี ผู้ปกป้องอดีต ไม่ใช่ฆาตกรที่สร้างหลักฐานปลอมเพื่อล้อเล่นกับกฎหมายเหมือนใครบางคน" อคินก้าวเข้าไปประชิด รักษาระยะห่างอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์เพื่อค้นหาพิรุธ "รอยสลักนาฬิกาทรายนั่น... ฝีมือคุณใช่ไหม"
เรย์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงนั้นสะท้อนก้องไปตามโถงถ้ำหินอับทึบ สร้างความน่าสะพรึงกลัวอย่างประหลาด เขาหยุดยืนห่างจากอคินเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นโคโลญจน์เจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงโบราณ
"คุณนี่น่าผิดหวังจังนะครับ ดร.อคิน... ใช้เวลาเป็นสิบปีขุดคุ้ยซากกระดูกและเศษหม้อแตก แต่กลับมองไม่เห็นภาพที่ใหญ่กว่าตรงหน้า" เรย์เอื้อมมือขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางสายตาที่ระแวดระวังของอคิน ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนผนังหิน ใกล้กับรอยสลักนาฬิกาทรายกลับหัวที่ยังคงมีเศษผงหินร่วงกราว "นี่ไม่ใช่รอยสลักเพื่อความสนุกสนาน แต่มันคือ 'การปลดปล่อย' ต่างหาก"
"การปลดปล่อยผ่านศพเหยื่อห้าศพในรอบเดือนเนี่ยนะ?" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดสุขุม "อย่ามาใช้คำพูดสวยหรูบิดเบือนความจริงทางอารกรรม ผู้บริสุทธิ์ต้องตายเพราะสัญลักษณ์บ้า ๆ ที่คุณกับพวกคลั่งลัทธิสร้างขึ้นมา!"
เรย์หันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความจริงจังที่เฉียบคมจนอคินต้องชะงัก แววตาของเรย์มีความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ—ความเจ็บปวดที่นักโบราณคดีผู้ยึดติดกับตำราไม่มีวันเข้าใจ
"คุณคิดว่าพวกมันตายเพราะถูกฆ่าเหรอครับ?" เรย์กระซิบ เสียงของเขาเข้าใกล้ใบหูของอคินจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "เปล่าเลย... พวกเขาถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่ถูกลืมต่างหาก และถ้าคุณยังดึงดันที่จะขุดค้นหลุมนี้ต่อไปโดยไม่รู้ว่าเบื้องล่างซ่อนอะไรไว้... ศพรายต่อไป อาจจะไม่ใช่คนแปลกหน้าในเมืองหลวงอีกแล้ว แต่อาจจะเป็นตัวคุณเอง"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินเย็นเยียบลงฉับพลัน อคินขบกรามแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดัน สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องว่าเรย์ไม่ได้แค่มาขู่ แต่กำลังพยายามปกปิด—หรือบางที... กำลังเตือนเขาถึงบางสิ่งที่น่ากลัวกว่าฆาตกรต่อเนื่อง
ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกมาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง ลึกยิ่งกว่าชั้นที่พวกเขายืนอยู่ มันเป็นเสียงที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในสถานที่ที่ถูกปิดตายมานับพันปี
เรย์หรี่ตาลง รอยยิ้มเย้ยหยันกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง ทว่าในแววตากลับมีความตื่นตัวดุจสัตว์ป่า
"ดูเหมือนว่า... 'เจ้าของบ้านตัวจริง' จะรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญลงมาเดินเล่นเสียแล้วล่ะครับ" เรย์กระซิบเบา ๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปในความมืดของซอกหินอย่างรวดเร็วดุจเงา
อคินหันขวับกลับไปมองที่มาของเสียงด้วยหัวใจที่เต้นรำระทึก เขาชูไฟฉายส่องกราดไปยังอุโมงค์แคบเบื้องล่างที่ทอดตัวสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง และที่นั่น... ใต้แสงไฟสีขาวนวลที่สาดส่องกระทบกับพื้นผิวหินเปียกชื้น ปรากฏรอยเท้าเปื้อนโคลนสด ๆ คู่หนึ่ง...
รอยเท้าที่ไม่ได้มีสี่นิ้วเหมือนมนุษย์ และกำลังเดินตรงขึ้นมาหาเขาอย่างช้า ๆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งประวัติศาสตร์และปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 2
การพบกันที่เหนือความคาดหมาย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!