แสงจากคบเพลิงในมือสั่นไหววูบวาบ ทอดเงายาวน่าเกลียดน่ากลัวทาบทับลงบนผนังศิลาแลงโบราณที่ชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นของดิน ค่าความกดอากาศที่ต่ำจนน่าอึดอัด และความเงียบงันที่กดทับลงมาจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง คือสิ่งเดียวที่โอบล้อม ดร.อคิน และ เรย์ ไว้ในความมืดมิดเบื้องล่างนี้
"คุณควรหยุดส่องไฟตรงรอยร้าวพวกนั้นได้แล้ว ดร.อคิน"
เสียงทุ้มต่ำของเรย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อย เรย์ยืนพิงเสาศิลาเก่าแก่ มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังกำลังหมุนวัตถุโลหะแปลกประหลาดในมืออย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวจับจ้องมองชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตำรา
อคินไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาใช้คานเหล็กในมือเคาะลงไปบนผนังหินเบาๆ สองสามครั้ง เสียงทึบตันสะท้อนกลับมาฟ้องความหนาของชั้นหิน "ถ้าตรงนี้มีโพรงอากาศซ่อนอยู่ตามสมมติฐานของผม แผนผังห้องโถงใต้ดินนี้ที่เราคาดการณ์ไว้แต่แรกจะต้องถูกเขียนใหม่ทั้งหมด และมันหมายถึงอารยธรรมที่เก่าแก่กว่ายุคทวารวดีที่เรากำลังขุดค้นอยู่ร่วมหลายร้อยปี"
"ทฤษฎี... และกระดาษคำนวณน่าเบื่อพวกนั้นอีกแล้วสินะครับ" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ "บางครั้งคุณก็เอาแต่มองหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จนลืมใช้สัญชาตญาณสัมผัสสิ่งที่มันอยู่ตรงหน้า... สิ่งที่บรรพบุรุษเขาพยายามจะบอกเราผ่านความมืดพวกนี้"
อคินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาหลังกรอบแว่นฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "โบราณคดีไม่ใช่เรื่องของความเชื่อหรือสัญชาตญาณล่องลอยแบบที่คุณชอบใช้ เรย์ ถ้าเราเริ่มคาดเดาจากอารมณ์ ประวัติศาสตร์ที่เรากำลังกอบกู้ขึ้นมาก็จะกลายเป็นเพียงนิทานปรัมปราที่ไร้ความน่าเชื่อถือ อาจารย์ของผมเคยสอนเอาไว้ว่า..."
"ว่าทฤษฎีคือเกราะป้องกันความกลัวของพวกนักวิชาการที่ไมกล้ายอมรับความจริงอันดำมืด" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี ประโยคนี้บาดลึกเข้าไปในความทรงจำสีเทาของอคิน ทำให้ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมระหว่างทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงประกายตาที่ฟาดฟันกันท่ามกลางความมืดมิดและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ
ทว่า ก่อนที่อคินจะได้โต้แย้งสิ่งใดกลับไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น...
*กริ๊ก... ครืน...*
มันไม่ใช่เสียงถล่มของหินผา แต่เป็นเสียงโลหะขูดเสียดสีกันแผ่วเบา ราวกับฟันเฟืองมหึมาที่หลับใหลมานับพันปีเพิ่งถูกกระตุ้นให้ตื่นจากการจำศีล เสียงนั้นมาจากความมืดเบื้องลึกสุดทางเดินโถงสำรวจ ที่ซึ่งแสงไฟจากคบเพลิงส่องไปไม่ถึง
ทั้งสองคนหยุดการโต้เถียงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของมนุษย์สั่งให้ร่างกายตื่นตัวถึงขีดสุด อคินยกคบเพลิงในมือขึ้นสูง พยายามเพ่งสายตาฝ่าความมืดอันหนาทึบเบื้องหน้า ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปจับด้ามมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระแวดระวัง
เรย์ก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของอคินโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเธอแทบจะชนเข้ากับเสื้อแจ็คเก็ตสนามของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ต้นคอทำให้อขนรู้สึกวาบหวามขึ้นมาอย่างประหลาดท่ามกลางบรรยากาศมรณะ
"คุณได้ยินไหม..." เรย์กระซิบแผ่วเบารดข้างหู เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ "มันไม่ได้มาจากกลไกของกำแพง..."
อคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากพื้นดิน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงกลไกหินโบราณ แต่มันคือ... เสียงฝีเท้า
*สวบ... สวบ...*
เสียงย่างก้าวแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นและมั่นคง ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากโถงมืดเบื้องล่าง ฝีเท้าที่เดินวนเวียนเป็นจังหวะ ราวกับกำลังต้อนพวกเขาให้จนมุมลงไปเรื่อยๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของอารยธรรมที่สูญหาย
อคินก้าวเท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาดำตะคุ่มร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงโค้งมุมผนังศิลา แสงไฟสลัวสะท้อนกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างในมือของร่างปริศนานั้น... มันคือประกายวาววับของคมมีดอาบยาพิษที่คุ้นตาอย่างน่าสยดสยอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งประวัติศาสตร์และปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบจากความมืด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!