กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงหินทรายคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงโลหะบดขยี้กันเองดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ราวกับฟันกรามของยักษ์โบราณกำลังขบเข้าหากันอย่างดุร้าย
"หมอบลง!"
ดร.อคินตะโกนสุดเสียง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าใส่ร่างของเรย์ แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุดจากแท่นศิลาโบราณตกลงไปในร่องหลุมแคบๆ เสียงหวีดหิวของลูกศรอาบยาพิษนับร้อยดอกแหวกอากาศผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน ปักฝังลงบนผนังหินด้านหลังจนเกิดเสียงทึบสนิท ขนนกสีดำสนิทที่ปลายลูกศรยังคงสั่นระริกด้วยแรงเหวี่ยง
ความเงียบงันกลับมาเยือนชั่วขณะ มีเพียงเศษฝุ่นที่ร่วงกราวลงมาราวกับละอองฝน
อคินหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของเขาทาบทับอยู่เหนือร่างของเรย์ น้ำหนักตัวและกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายทั้งสองคนแนบชิดกันในพื้นที่จำกัด มือข้างหนึ่งของอคินยังคงยึดกุมไหล่ของอีกฝ่ายแน่นเพื่อป้องกันอันตราย ขณะที่ดวงตาคู่คมของเรย์มองตรงมาที่เขาโดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงระยิบระยับจากความตื่นเต้นในความมืด
"คุณพลาดจังหวะการคำนวณไปสามวินาทีเต็มนะ ด็อกเตอร์" เสียงกระซิบของเรย์นุ่มนวล ทว่าเจือรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างชัดเจน "ถ้าใช้ทฤษฎีห้องสมุดของคุณพิสูจน์กลไกนี้ต่ออีกนิดเดียว สมองของคุณคงกลายเป็นที่ปักลูกศรไปแล้ว"
"ถ้าไม่ใช่เพราะผมดึงคุณลงมาเมื่อกี้ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ชั้นหินพันปีไปแล้วเหมือนกัน เรย์" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน เขายันตัวลุกขึ้นช้าๆ จัดเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นของตนให้เรียบร้อยด้วยความเป็นระเบียบที่ฝังรากลึกในนิสัย แม้ในย่านอเวจีใต้ดินเช่นนี้ "และผมเตือนคุณแล้วว่าศิลาจารึกแผ่นนั้นไม่ใช่สวิตช์เปิดประตู แต่มันคือปุ่มลั่นไก"
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ พลางปัดเศษหินออกจากแขนเสื้อ "ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับว่า บรรพบุรุษผู้สร้างอารยธรรมนี้จะมีความคิดแบบพวกโรคจิต ชอบซ่อนกลไกมรณะไว้ใต้ข้อความสรรเสริญเทพเจ้า น่าสนใจ... มันแปลว่าเรากำลังเข้าใกล้ห้องโถงหลักเข้าไปทุกทีแล้ว"
อคินไม่ตอบคำถามนั้น สายตาของเขาเปลี่ยนมาสำรวจความเสียหายรอบตัว ไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปตามผนังถ้ำ เผยให้เห็นร่องรอยกลไกเฟืองทองเหลืองและสลิงโซ่ที่เริ่มขยับตัวอีกครั้ง เสียงเครื่องจักรกลโบราณใต้พื้นดินเริ่มคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังตื่นจากจำศีล
"เราต้องไปจากที่นี่ เสียงเมื่อกี้มันกระตุ้นระบบสำรองของห้องนี้แล้ว" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ประสบการณ์ภาคสนามสอนเขาว่าความอยากรู้อยากเห็นฆ่าคนมานักต่อนักแล้ว
"เดี๋ยวก่อนสิครับ ด็อกเตอร์" เรย์คว้าข้อมือของอคินไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แรงบิดนั้นมั่นคงและเด็ดขาดจนอคินต้องชะงัก "มองไปที่ผนังฝั่งโน้นสิครับ... หลังจากลูกศรชุดแรกถูกยิงออกไป พื้นที่ตรงนั้นเปลี่ยนไป"
อคินหันขวับไปมองตาม นิ้วมือเรียวยาวของเรย์ชี้ไปยังผนังหินที่เคยทึบตัน บัดนี้แผ่นศิลาขนาดใหญ่เคลื่อนตัวแยกออกจากกัน เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องหลัง และสิ่งสะท้อนแสงบางอย่างที่กระทบกับลำแสงไฟฉายวาววับ
มันไม่ใช่ทางตัน... แต่มันคือห้องลับที่ถูกผนึกไว้ด้วยเลือดและกลไก
พวกเขาก้าวเข้าไปใกล้ช่องลับนั้นอย่างระมัดระวัง กลิ่นอายความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของยางไม้โบราณลอยเตะจมูก อคินส่องไฟเข้าไปด้านใน และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของนักโบราณคดีมืออาชีพสะดุดกึก
ใจกลางห้องลับนั้น มีแท่นหินหยกสีดำสนิทตั้งตระหง่าน บนแท่นวางวัตถุลึกลับที่ไม่มีตำราประวัติศาสตร์เล่มใดเคยบันทึกไว้ มันคือ 'วงแหวนกลไกสุริยัน-จันทรา' ทำจากโลหะผสมสีทองแดงและเงินสลักลวดลายดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีของยุคสมัยนั้นจะสร้างได้ และที่สำคัญที่สุด... ตรงใจกลางวงแหวน มีสมุดบันทึกหนังแท้เล่มหนึ่งวางอยู่ สภาพของมันสมบูรณ์อย่างน่าประหลาด ราวกับมีใครเพิ่งนำมาวางไว้เมื่อวานนี้เอง
อคินก้าวเข้าไปใกล้โดยลืมความระแวดระวังไปชั่วขณะ มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นทางวิชาการ นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลบล้างทฤษฎีปลอมแปลงประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่วงการวิชาการถกเถียงกันมาเป็นสิบปี
"อย่าแตะต้อง!" เสียงคำรามต่ำของเรย์ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของเรย์พุ่งเข้ามากระชากตัวอคินถอยหลังสุดแรง
*คลิก!*
เสียงกลไกดีดตัวดังขึ้นจากใต้แท่นหินหยกดำ พื้นศิลาใต้เท้าของพวกเขาหลุดร่วงลงสู่ห้วงเหวสีดำสนิทในพริบตา อคินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตนเองกำลังลอยเคว้งอยู่เหนือหลุมมรณะที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง มีเพียงมือข้างหนึ่งของเรย์ที่คว้าจับปกเสื้อของเขาไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด ร่างของเรย์เองก็ห้อยโหนอยู่กับขอบหินที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย
เศษหินและฝุ่นร่วงหล่นลงไปเบื้องล่างอย่างไร้เสียงสะท้อน ความตายอยู่ห่างจากพวกเขาแค่เพียงเอื้อมมือเดียว
"คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเสียจริงนะ ด็อกเตอร์" เรย์กัดฟันกรอด กล้ามเนื้อแขนเกร็งจนปูดโปนเพื่อดึงร่างของอคินขึ้นมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายชีวิต เขากลับส่งยิ้มมุมปากให้เสียอย่างนั้น "บอกแล้วไงครับว่า สัญชาตญาณสำคัญกว่าตำรา... และดูเหมือนว่า 'กับดักแรก' ที่เปิดเผยนี้ จะไม่ได้ต้อนรับเราในฐานะแขกเสียแล้วล่ะ"
ก่อนที่อคินจะทันได้เอ่ยคำใดตอบโต้ แสงไฟฉายจากมุมมืดของห้องลับก็สาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้าของทั้งคู่ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความตกตะลึงของสองหนุ่ม ร่างของบุคคลที่สามก้าวออกมาจากเงาดำเบื้องหลังแท่นหินหยก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้ายครับ... อาจารย์อคิน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งประวัติศาสตร์และปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 6
กับดักแรกที่เปิดเผย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!