คราบน้ำตาบนใบหน้าของภาคินในวินาทีนั้น ช่างน่าสมเพชเสียจนรินรดานึกอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ให้สมกับความโง่เขลาที่เพิ่งตาสว่าง
คำถามที่หลุดลอดมาจากริมฝีปากสั่นระริกของผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี มันไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่ง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความหวาดกลัวที่เขาเคยคาดหวังว่าจะได้เห็น
ไม่ใช่ธุระเหรอ? แต่หน้าตาของเด็กคนนั้น... ถอดแบบมาจากผมราวกับแกะเลยนะ ริน... บอกผมมาสิว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร... และเขามีศักดิ์เป็น 'ลูก' ของผมด้วยใช่ไหม?
ประโยคเดิมวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาทของภาคิน ขณะที่ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าประตูห้องครัว วินาทีนี้ความเย่อหยิ่งทระงองตนที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตของนักธุรกิจหมื่นล้าน ได้พังทลายลงไม่เป็นท่า ต่อหน้าเชฟสาวผู้เคยเป็นเพียงเงาไร้ค่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขา
"คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่คะ ภาคิน" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เจือปน ราวกับกำลังสนทนากับคนแปลกหน้าที่ไร้ความสำคัญ "เด็กคนนั้นจะเป็นลูกของใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจไม่ใช่หรือไงคะ กรุณากลับออกไปจากร้านของฉันด้วยค่ะ ที่นี่กำลังจะมีแขกคนสำคัญมาร่วมงานเปิดตัว"
"ไม่! ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าคุณจะตอบความจริง!" ภาคินพยายามจะพยุงร่างตัวเองลุกขึ้น มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะคว้าชายเสื้อกันเปื้อนของเธอ แต่รินรดากลับก้าวถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์นั้น บาดลึกเข้ากลางใจของเขาจนเจ็บแปลบ
ดวงตาคมกริบของอดีตสามีแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ—น้องรัน—ที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังร้านเมื่อครู่ ซ้อนทับกับใบหน้าของเขาเองในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้เลย หัวใจของภาคินบีบอัดเข้าหากันจนแทบหยุดเต้น เมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ใช่แค่ผลักไสภรรยาผู้บริสุทธิ์ออกไปจากชีวิต แต่เขา... กำลังทำลายสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยมือของเขาเอง
"ริน... คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ" เสียงของเขาแหบพร่า แทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ "คุณรู้ว่าผมเกลียดเด็ก... คุณถึงได้ซ่อนเขาไว้ใช่ไหม? คุณตั้งใจจะลงโทษผมแบบนี้สินะ!"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและสมเพชเวทนา เธอปรายตามองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าร้องขอความเห็นใจ ผู้ชายที่เคยบอกว่าการมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาคือ 'ภาระ' และ 'ความผิดพลาด' ในชีวิตแต่งงานของพวกเขา
"ลงโทษคุณเหรอคะ?" รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ "คุณคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่าคะภาคิน ฉันไม่ได้มีเวลาว่างพอที่จะมาวางแผนแก้แค้นอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ในวันที่ฉันอุ้มท้องเด็กคนนี้ด้วยความยากลำบาก ในวันที่ฉันต้องนอนร้องไห้แทบขาดใจเพราะความใจร้ายของคุณ... คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังกอดอยู่กับผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเก่า ภาคินอ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออก น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้กำลังกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบแหลกสลาย
"ผมขอโทษ..." เขาพึมพำซ้ำ ๆ ราคนบ้า "ริน... ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมเถอะนะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ให้ผมได้ชดใช้..."
"สายไปแล้วค่ะ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไร้ซึ่งความลังเลใจใด ๆ ทั้งสิ้น "ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอย่างคุณหفรอกค่ะ เชิญออกไปเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะต้องเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปให้พ้นหน้าลูกค้าระดับ VVIP ของฉัน"
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยจอแจจากโซนด้านนอกเริ่มดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่างานเปิดตัว "ขนมปังรสขม" สูตรพิเศษที่เธอกับธันวาร่วมกันพัฒนาขึ้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ภาคินถูกบังคับให้ต้องลุกขึ้นยืนด้วยความจำยอม ใบหน้าคมคายที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืนสายตาคุกคามจากอดีตภรรยาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเชฟสาวผู้สง่างาม เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวเดินผ่านม่านกำมะหยี่สีเข้มออกไปสู่ห้องจัดเลี้ยงหลักที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับกลิ่นอายละมุนของชาอัสสัมและดาร์กช็อกโกแลตคั่วเข้มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ งานเปิดตัวในค่ำคืนนี้ไม่ได้เชิญสื่อมวลชนทั่วไป แต่คัดสรรเฉพาะบุคคลระดับแนวหน้าของสังคมชั้นสูง เซเลบริตี้ชื่อดัง นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และเหล่าไฮโซผู้ทรงอิทธิพลที่ต่างพากันมาลิ้มลองรสชาติความอร่อยที่เลื่องลือกันแบบปากต่อปาก
บนโต๊ะจัดแสดงตรงกลางห้อง ถูกประดับประดาด้วย "ครัวซองต์ชาร์โคลไส้คัสตาร์ดชาเขียวรสขมปลายลิ้น" และไฮไลต์สำคัญของงานอย่าง "ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลสูตรลับเฉพาะ" ที่รินรดากลั่นกรองทุกความเจ็บปวดในอดีตออกมาเป็นรสชาติอันมีมิติ ซับซ้อน หวานละมุนตอนแรกสัมผัส แต่ทิ้งรสชาติขมปร่าติดปลายลิ้นไว้อย่างน่าประทับใจ ราวกับชีวิตของหญิงสาวที่ผ่านมรสุมอันโหดร้ายมาก่อนจะเบ่งบานอย่างงดงาม
สายตาทุกคู่ในห้องโถงจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว ธันวา ซึ่งยืนยันตัวตนในฐานะพาร์ทเนอร์คนสำคัญและเจ้าของไร่ชาวัตถุดิบหลัก ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้จากมุมห้อง เป็นการให้กำลังใจที่เงียบเชียบแต่ทรงพลังที่สุด
รินรดากวาดสายตามองแขกเหรื่อด้วยความมั่นใจ เธอหยิบมีดตัดขนมปังขึ้นมาเตรียมจะตัดเค้กชิ้นแรกเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ แต่ทว่า... ทันทีที่เธอกวาดสายตาผ่านกลุ่มแขกแถวหน้า ร่างกายเธอกลับต้องชะงักง้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเกือบจะหลุดร่วง
ที่มุมหนึ่งของห้องรับรอง แขกผู้ทรงเกียรติคนใหม่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับการอารักขาของบอดี้ชายชุดสูทสีดำสนิท ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาแต่ยังคงความทรงอำนาจ... และดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นที่จ้องมองตรงมายังเธอ
นั่นคือ "ท่านกิตติ" เจ้าสัวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเงินและการเมือง ผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในงานอีเวนต์เล็ก ๆ แบบนี้เลยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา!
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ไม่ใช่ตัวท่านกิตติ...
หากแต่เป็นชายหนุ่มอีกคนที่เดินตามหลังท่านกิตติมาติด ๆ—ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมปลา นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรอยยิ้มมุมปากที่เธอมั่นใจว่าไม่มีวันลืม... "คุณใหญ่" ทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดังคู่คดีเก่าของภาคิน และเป็นคนที่กุมความลับอันดำมืดที่สุดในอดีตของครอบครัวเธอเอาไว้!
คุณใหญ่กวาดสายตามองไปทั่วงาน ก่อนจะมาหยุดที่ป้ายชื่อแบรนด์เบเกอรี่ของเธอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ยินดีด้วยนะเชฟริน... ไม่คิดเลยว่าเชฟฝีมือดีที่ท่านกิตติพูดถึง จะเป็น 'อดีตภรรยา' ที่หนีออกจากบ้านของน้องชายฉันเอง"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกสายตาหันขวับมามองรินรดากับผู้มาใหม่สลับกันไปมาอย่างตื่นตระหนก
รินรดากำด้ามมีดในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด เธอลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่า... งานเลี้ยงเปิดตัวที่ควรจะเป็นก้าวสำคัญในการทวงคืนศักดิ์ศรีของเธอ บัดนี้ได้กลายเป็น "สนามประลองเลือด" ที่ศัตรูตัวฉกาจก้าวเข้ามาถึงใจกลางปราการของเธอเสียแล้ว!
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เชฟรินรดามาจนถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไป รับรองว่าสะใจและเข้มข้นจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ! - เมฆหมอกสีชมพู)*
สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 8
เกมที่เริ่มพลิกผัน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!