กระดาษแผ่นบางในมือสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของร้านเบเกอรี่ แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะอิดสะเอียนที่เพิ่งถูกเปิดเผยภายใต้กองแฟ้มเอกสารเก่าเก็บ ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดในตู้เหล็กหลังร้าน
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสองข้างที่เคยฉายแววอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก บนกระดาษจดบันทึกข้อตกลงและแปลนโครงการร้านขนมปังในอดีต—ความฝันหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดที่เธอทุ่มเทสร้างมันขึ้นมาด้วยมือคู่เดียว—ปรากฏลายเซ็นปลอมแปลงและเส้นทางการเงินที่ถูกโยกย้ายอย่างแนบเนียน ชื่อของผู้จัดการบัญชีในขณะนั้นถูกใช้เป็นนอمینาสub แต่ลายมือและรหัสอนุมัติวงเงินเบิกจ่ายก้อนใหญ่กลับชี้ชัดไปยังบุคคลเดียวที่กุมอำนาจสูงสุดในบ้านหลังนั้น... ภาคิน
"ที่แท้... คุณก็เป็นคนผลักฉันลงเหวด้วยมือของคุณเอง ตั้งแต่แรกแล้วสินะคะ..."
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง รินรดายังจำความรู้สึกในวันที่ร้านขนมปังแห่งแรกของเธอต้องล้มละลายลงได้ดี วันนั้นเธอสูญเสียทั้งเงินเก็บทั้งหมด สูญเสียความมั่นใจ และเกือบสูญเสียแม้กระทั่งสติสัมปชัญญะ ขณะที่เธอกำลังร้องไห้อย่างแทบขาดใจอยู่บนโซฟา ภาคินสามีผู้เพียบพร้อมในสายตาคนนอก กลับเดินเข้ามาตบไหล่เธอเบาๆ ด้วยท่าทีปลอบโยนจอมปลอม เขากล่าวถ้อยคำที่เปรียบเสมือนยาพิษเคลือบน้ำผึ้งว่าธุรกิจมันมีความเสี่ยง และเขายินดีจะเลี้ยงดูเธอเองในฐานะสามีที่พึ่งพาได้
ช่างเป็นความกรุณาที่น่าคลื่นไส้อะไรเช่นนี้! เขากล้าขโมยความฝัน ขโมยหยาดเหงื่อ และทำลายอนาคตของเธอ เพื่อบีบคั้นให้เธอกลายเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองที่ต้องพึ่งพาเงินตราจากเขาแต่เพียงผู้เดียว จากนั้นจึงค่อยๆ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคราบคามืออย่างเลือดเย็น
รินรดากำใบเสร็จและเอกสารโอนเงินในมือจนยับยู่ยี่ ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ทำให้เธอน้ำตาไหลพรั่งพรูอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับหลอมรวมกลายเป็น "เพลิงแค้น" ที่ลุกโชนขึ้นมาในอก ความรู้สึกโง่เขลาและอ่อนแอในอร่างอดีตถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงเชฟเบเกอรี่สาวผู้เยือกเย็นและพร้อมจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใสเบาๆ ดึงสติเธอกลับมาจากภวังค์ ธันวายืนอยู่เบื้องหลังบานประตูนั้น รอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยส่งผ่านเข้ามา แม้เขาจะไม่เคยล้ำเส้น แต่ทุกครั้งที่เธอเผชิญกับพายุร้าย ธันวาจะคอยยืนอยู่ตรงนี้เสมอเพื่อเป็นที่พักพิงอันปลอดภัย
"ริน... คุณโอเคไหมครับ เอ๊ย... รินดูหน้าซีดไปนะ มีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือเปล่า" ธันวาชะงักคำพูดเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ รินรดารีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะวางเอกสารทั้งหมดลงในแฟ้มแล้วปิดมันอย่างมิดชิด
"รินไม่เป็นไรค่ะพี่ธัน... แค่เอกสารบัญชีเก่าๆ มันมีตัวเลขที่ผิดปกตินิดหน่อยค่ะ รินกำลังจัดการอยู่" รินรดายิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม แม้รอยยิ้มนั้นจะไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยก็ตาม
"ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วย บอกได้เสมอนะครับ รินไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวหรอก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับวางกล่องเค้กช็อกโกแลตรสเข้มข้นที่เธอชอบลงบนโต๊ะ "ทานอะไรรองท้องเสียหน่อยเถอะ หน้าตาคุณดูเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้วนะ"
"ขอบคุณนะคะพี่ธัน... รินซาบซึ้งใจจริงๆ ที่มีพี่คอยอยู่ข้างๆ"
คำพูดนั้นออกมาจากใจจริง แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและธันวาจะยังคงอยู่ในสถานะเพื่อนร่วมทางที่แสนดี แต่ในยามที่โลกทั้งใบพังทลายลง ความอบอุ่นเรียบง่ายเหล่านี้แหละคือสิ่งที่ค้ำจุนไม่ให้รินรดาล้มลงไปเสียก่อน ทว่า... ความสงบสุขในห้องทำงานกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก
กึก... กึก... กึก...
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นกระเบื้อง บ่งบอกถึงการมาเยือนของผู้ทรงอิทธิพลที่มักจะคิดว่าทุกสถานที่บนโลกใบนี้ต้องสยบแทบเท้า รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความรักหรือความอาลัย แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณเตือนภัยที่กรีดร้องว่า "ปีศาจ" ตนนั้นได้ตามมาหลอกหลอนถึงถิ่นของเธอแล้ว
แกร็ก!
ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามและเย่อหยิ่งเช่นเคย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นข้อมือแกร่งที่สวมนาฬิกาเรือนหรู ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดา
"อยู่ที่นี่เองสินะ... ผมตามหาคุณทั่วร้านเลย ริน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเผด็จการดังขึ้น ภาคินก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้มต้อนรับ และแน่นอนว่าไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
"ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉันค่ะ คุณภาคิน... และดูเหมือนว่าเราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องพูดคุยกันเป็นส่วนตัวอีกแล้ว เชิญออกไปค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก
ภาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก เขาไม่เคยชินกับการถูกภรรยาเก่าปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ ยิ่งเธอนิ่งเฉยและแข็งกร้าวมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกระตุ้นความกระหายที่จะเอาชนะในตัวเขามากขึ้นเท่านั้น
"ไม่มีเรื่องคุยงั้นเหรอ? แต่ผมมี..." ภาคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะไม่มีช่องว่าง "เรื่องที่เราคุยกันคราวก่อนยังไม่จบ และวันนี้... ผมบังเอิญไปเจอเอกสารบางอย่างที่สำนักงานเขตเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์... ชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบคนนั้น... ทำไมในใบสูติบัตรถึงระบุว่าเขาไม่มีพ่อล่ะ ริน?"
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงในฉับพลัน รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต บัดนี้กลับถูกผู้ชายไร้หัวใจคนนี้ขุดคุ้ยขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอีกครั้ง
"เรื่องนั้นมันไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ!" รินรดาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเธอยิ่งเดือดพล่าน
"ไม่ใช่ธุระเหรอ? แต่หน้าตาของเด็กคนนั้น... ถอดแบบมาจากผมราวกับแกะเลยนะ ริน... บอกผมมาสิว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร... และเขามีศักดิ์เป็น 'ลูก' ของผมด้วยใช่ไหม?"
————————————
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนดุเดือดนี้ด้วยกันนะคะ* — **เมฆหมอกสีชมพู**
สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาแป้ง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!