สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 6

ก้าวข้ามขีดจำกัด

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสแท้และดาร์กช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมคละคลุ้งอบอวลไปทั่วห้องกระจกควบคุมอุณหภูมิ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายน้องเรียวสวยกำลังบรรจงแต่งแต้มลวดลายบนหน้าขนมปังบริยอช (Brioche) สอดไส้แยมราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวานอย่างมีสมาธิ ทุกท่วงท่าของเธอมั่นคงและเปี่ยมด้วยความสง่างาม ไม่เหลือเค้าลางของอดีตภรรยาผู้เคยหวาดกลัวและยอมจำนนต่ออำนาจเงินของภาคินแม้แต่น้อย "สุดยอด... นี่มันไม่ใช่แค่ขนมปังแล้วครับคุณริน แต่มันคือศิลปะที่กินได้" เสียงทุ้มต่ำของคุณกรินทร์ นักลงทุนมือทองแห่งวงการธุรกิจอาหารและโรงแรมเอ่ยขึ้นด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคมกริบของนักธุรกิจผู้เข้มงวดฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ขณะจ้องมองขนมปังรสขมผสมความหวานละมุนที่รินรดารังสรรค์ขึ้นเพื่อการทดสอบรอบพิเศษวันนี้โดยเฉพาะ รินรดาวางมีดปาดครีมลงบนถาด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ลงทุนระดับวีไอพีด้วยรอยยิ้มบางเบาที่สงบและทรงพลัง "รสชาติของความสำเร็จที่แท้จริง มักผ่านกระบวนการหมักบ่มที่ยาวนานและเจ็บปวดเสมอค่ะคุณกรินทร์ เช่นเดียวกับสูตรลับของร้านเรา... ที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว" คำพูดนั้นสะกิดใจนักลงทุนหนุ่มใหญ่ให้ชะงักไปชั่วขณะ กรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขันและยอมรับในความถือดีอันมีเสน่ห์ของหญิงสาวตรงหน้า "คุณรินนี่ช่างเปรียบเปรยได้เจ็บแสบนัก สมแล้วกับที่คุณธันวาเคยบอกผมไว้ว่า... ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ อีกแล้ว" ชื่อของธันวาทำให้รินรดารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ชาทางเหนือไม่เพียงแต่ส่งวัตถุดิบชั้นดีมาให้เธออย่างสม่ำเสมอ แต่ยังคอยประคับประคองจิตใจที่เคยแตกสลายของเธอให้กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ งอกงามบนความเข้าใจ ทำให้รินรดามีเกราะป้องกันที่มั่น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกระจกกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยอนาคตที่สดใส ประตูทางเข้าร้าน "Maison de Rin" กลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกที่ไม่เป็นมิตรนัก กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังลั่น ทว่าไม่มีใครใส่ใจเสียงนั้นเท่ากับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงลิบลิ่วที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ภาคิน! อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ยืนตระหง่านอยู่กลางร้านด้วยออร่ากดดันที่แผ่ซ่าน รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและอำนาจเงินตราที่เขายึดถือเป็นสรณะยังคงเด่นชัด แต่นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นกลับสั่นระริกเล็กน้อยยามกวาดสายตามองไปรอบร้านที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของรินรดา "ขอโทษด้วยนะคะคุณภาคิน วันนี้ร้านของเราปิดรับบริการภายนอกเป็นการชั่วคราวค่ะ" พนักงานต้อนรับรีบก้าวเข้าไปขวาง พร้อมรอยยิ้มสุภาพตามหน้าที่ แต่ภาคินกลับไม่สนใจเสียงทักท้วง สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่พุ่งตรงไปยังรินรดาโดยไม่สนใจกรินทร์ นักลงทุนระดับพรีเมียมที่กำลังยืนอยู่ข้างเธอเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้เคียงจนกลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดปะปนกับกลิ่นเนยและแป้งสาลี "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำแหบพร่าที่ซ่อนความสั่นเครือไว้อย่างแนบเนียน "ผมต้องการคุยกับคุณเรื่องข้อเสนอ..." "คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกชื่อฉันแบบนั้นค่ะคุณภาคิน" รินรดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น เธอวางอุปกรณ์ทำขนมลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "และถ้าคุณมาเพื่อเจรจาเรื่องธุรกิจ ฉันเกรงว่าตารางงานของดิฉันจะเต็มไปจนถึงปีหน้า... โดยเฉพาะกับคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของผลงานตั้งแต่แรก" คำพูดที่เฉียบคมราวกับคมพายุดังกล่าว ทำให้กรามหนาของภาคินขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวระคนสำนึกผิดตีรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาอยากจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเล็กนั้นเหมือนเช่นอดีต แต่เขารู้ดีว่า... โลกของรินรดาในวันนี้ ไม่ได้มีพื้นที่ให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างเขาอีกต่อไปแล้ว กรินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "ดูท่าทางวันนี้ผมคงรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณรินแล้ว ไว้เราค่อยเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกันนะครับ" "ยินดีค่ะคุณกรินทร์ ขอบคุณมากนะคะสำหรับความไว้วางใจ" รินรดาหันไปยิ้มรับด้วยความจริงใจ ท่าทีที่ให้เกียรติและนุ่มนวลนั้นยิ่งบาดลึกเข้าไปในหัวใจที่ด้านชาของภาคินจนเจ็บแปลบ เมื่อนักลงทุนหนุ่มเดินออกไปจากร้าน บรรยากาศภายในจึงเหลือเพียงแค่เขากับเธอ ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปั่นป่วน เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ มือหนายันขอบหินอ่อนไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "ริน... คุณจะใจร้ายกับผมถึงไหน" ภาคินเค้นเสียงถาม ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย "ทุกสิ่งที่ผมทำ... ผมแค่อยากไถ่บาป อยากให้คุณกลับมา..." "ไถ่บาปเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าหยดน้ำตาและการคุกเข่าขอโทษของคุณในวันนี้ มันจะลบเลือนช่วงเวลาที่ฉันต้องร้องไห้จนแทบขาดใจตายในอดีตได้หรือคะคุณภาคิน? สายไปแล้วค่ะ... ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว" รินรดาหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอกำลังจะหยิบถาดขนมปังเดินหนี แต่เสียงทุ้มสั่นเครือของภาคินก็ดังแทรกขึ้นมาหยุดฝีเท้าเธอไว้ "ถ้าหากว่า... มันยังมีอีกหนึ่งชีวิตล่ะริน..." ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาควานหาซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาวางกระแทกบนโต๊ะ "ถ้าหากว่า... เด็กคนนั้น... ลูกของเรา... ยังมีชีวิตอยู่ล่ะ!" รินรดาร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ถาดขนมในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น สมองของเธอขาวโพลนในพริบตา ขณะที่หูอื้ออึงด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัว เอกสารใบรายงานผลการตรวจ DNA ฉบับจริงที่ประทับตรารับรองจากโรงพยาบาลชื่อดัง ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า... ชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบที่อยู่ในเอกสารนั้น คือความลับที่เธอพยายามปกปิดและซ่อนเร้นจากอดีตสามีผู้โหดร้ายมาตลอดหลายปี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนเมฆหมอกสีชมพูเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%