สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 9

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้จากฝรั่งเศสและแป้งหมักธรรมชาติที่อบอวลอยู่ภายในห้องครัวเปิดโล่งของร้าน "De' Rinda" ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดรอบกายผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายเรียวเล็บสีนู้ดสะอาดตาจรดอยู่กับมีดตัดแป้งพาสทรี เธอขยับข้อมืออย่างมั่น and เฉียบคม ตัดแบ่งแป้งโดว์ครัวซองต์ออกเป็นชิ้นสามเหลี่ยมขนาดเท่ากันทุกประการอย่างไร้ที่ติ ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสมาธิอันแน่วแน่ โดยไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาขึ้นไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังบานกระจกนิรภัย ภาคินยังคงอยู่ที่นั่น... เขานั่งอยู่ที่โต๊ะมุมสุดติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่มานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่ร้านเปิดให้บริการในช่วงสาย สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาแต่ไร้รอยยิ้มคู่นั้น ไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังของหญิงสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว ในอดีต... รินรดาเคยเป็นผู้หญิงที่เฝ้ารอคอยเพียงแค่หางตาหรือรอยยิ้มจอมปลอมจากผู้ชายคนนี้ เธอเคยยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีเพื่อก้มหัวให้กับความเย็นชาและความหมางเมินของสามีทางนิตินัย แต่ในวันนี้... สถานะกลับตาลปัตร รินรดาในเวอร์ชันที่ผ่านพ้นนรกบนดินมาแล้ว ไม่เหลือเยื่อใยหรือความหวาดกลัวใดๆ ให้คนใจร้ายคนนี้อีกต่อไป มีเพียงความนิ่งเฉยที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอ "เชฟรินคะ..." พนักงานสาวในร้านเดินเข้ามาสะกิดเบาๆ พร้อมกับยื่นถาดกระดาษคราฟท์สีน้ำตาลที่บรรจุขนมปังบริยอชอบใหม่ "คุณธันวาฝากนี่มาให้ค่ะ บอกว่าเป็นชาอู่หลงสูตรพิเศษจากไร่ที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ ส่งตรงมาให้คุณรินโดยเฉพาะเลยค่ะ" รินรดารับถาดนั้นมาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปาก รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติและอบอุ่นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคินไม่เคยได้รับมันมานานนับหลายปี—ไม่สิ... อาจจะไม่เคยได้รับมันเลยด้วยซ้ำตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกัน "ขอบคุณมากนะคะฝน ฝากบอกคุณธันวาด้วยว่ารินถูกใจมากค่ะ" น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยตอบพนักงานดังลอดผ่านช่องกระจกมาเข้าหูของภาคินอย่างชัดเจน ทุกถ้อยคำ ทุกรอยยิ้ม และแววตาระยิบระยับยามที่เธอกล่าวถึงชายอื่น แทงเข้าที่กลางใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งเข้าอย่างจังจนความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอาดๆ ตรงไปยังประตูทางเข้าโซนวีไอพีที่กั้นระหว่างลูกค้ากับห้องครัวทันที โดยไม่สนใจสายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นที่เริ่มหันมามองความผิดปกติของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล กริ๊ง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานพับดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้รินรดายอมหยุดมือจากการนวดแป้ง เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ ใช้ผ้ากันเปื้อนสีครีมสะบัดมือเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยแววตาราบเรียบสนิท ปราศจากความหวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น "ร้านของเราเปิดให้บริการสำหรับลูกค้าที่มาซื้อเบเกอรี่นะคะคุณภาคิน ถ้าคุณต้องการสั่งขนมปังรสขมสักก้อนเพื่อเตือนความจำถึงอดีต ฉันยินดีให้พนักงานจัดเตรียมให้เป็นพิเศษค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนด้วยวาจาคมกริบถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ภาคินชะงักฝีเท้าลง ห่างจากเคาน์เตอร์เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมปลาบสีนิลกวาดมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—นี่น่ะหรือ... รินรดา ผู้หญิงเงียบๆ ไร้เสียงเรียกร้องที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้เธอกลับเปล่งประกายเจิดจ้า มีเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างล้นเหลือ และที่สำคัญที่สุดคือ เธอกล้าที่จะยืนหยัดมองสบตาเขาตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ผมไม่ได้มาซื้อขนมปัง" ภาคินเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อยอย่างคน1ที่เพิ่งตระหนักรู้ถึงความผิดพลาดมหันต์ในชีวิต "ผมมาหาคุณ... ริน" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความหยันเย้ยและสมเพชระคนกัน เธอใช้ปลายนิ้วปัดเศษแป้งออกจากหน้าตักอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเขาตรงๆ "เราหย่าขาดจากกันทางกฎหมายและทางพฤตินัยไปนานแล้วนะคะคุณภาคิน คำว่า 'ริน' ที่หลุดออกมาจากปากของคุณ มันไม่มีความหมายอะไรกับฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ กรุณาให้เกียรติสถานที่และลูกค้าคนอื่นด้วยนะคะ ถ้าไม่มีธุระเรื่องงาน... เชิญออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของฉันด้วยค่ะ" คำไล่ที่เยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวทำเอาภาคินถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว ไม่ใช่ความถือดีที่เคยมีมาตลอดชีวิต แต่มันคือความ "หวงแหน" และความ "สำนึกเสียใจ" ที่พรั่งพรูเข้ามาประเดประดอนจนหายใจแทบไม่ออก ภาพของรินรดาในอดีตที่คอยยืนรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารทุกค่ำคืน ภาพที่เธอน้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามฝืนยิ้มเวลาที่เขาพูดจาทำร้ายจิตใจ ภาพเหล่านั้นย้อนกลับมาทุบตีหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่สายลมแห่งความจริงพัดกระโชกเข้าใส่ ทำไม... ทำไมเขาถึงเพิ่งมองเห็นคุณค่าของผู้หญิงคนนี้ในวันที่เธอเดินจากไปไกลจนเอื้อมไม่ถึงแล้วกันนะ? "ริน... ผมรู้ว่าผมเคยทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน ผมขอโทษ..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์อีกนิด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนหลังมือเรียวของเธอ แต่รินรดากลับชักมือหลบราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสของเขามาแปดเปื้อน แม้แต่นิดเดียว "เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้กับคนที่เขายังต้องการมันเถอะค่ะคุณคิน" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนน่ากลัว "เพราะสำหรับฉัน... เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน ยังมีค่าให้ฟังมากกว่าคำแก้ตัวจากปากอดีตสามีอย่างคุณเสียอีก" ประโยคเชือดเฉือนนั้นบาดลึกถึงกระดูกดำ ภาคินหน้าชาดิ่งลงไปทันที ความเย่อหยิ่งที่ค้ำคอมาทั้งชีวิตแทบจะพังทลายลงตรงหน้า แต่แทนที่จะโกรธ เขากลับรู้สึกเจ็บปวดจนแทบอยากจะคุกเข่าลงอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเธอเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า... ก่อนที่ภาคินจะได้เอื้อnเอ่นคำใดออกมาเพื่อรั้งร่างระหงที่กำลังจะหันหลังเดินหนี เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูด้านหลังร้านเสียก่อน "รินครับ... ชาอู่หลงล็อตนี้ กลิ่นหอมละมุนกำลังดีเลย คุณลองชิมดูหน่อยสิครับว่าถูกใจไหม" เสียงทุ้มอบอุ่นของ "ธันวา" ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของเจ้าของไร่ชาที่เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้รินรดาอย่างสนิทสนม ภาคินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ดวงตาคมกริบุกวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความสนิทสนมระหว่างอดีตภรรยากับชายหนุ่มเจ้าของไร่ชาผู้นี้ บรรยากาศรอบตัวพลوكคุรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหึงหวงและสงครามประสาทที่กำลังปะทุขึ้นอย่างเงียบงัน รินรดาไม่ได้สนใจสายตาดุดันของภาคินแม้แต่น้อย เธอหันไปรับแก้วชาจากมือของธันวาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน "ขอบคุณนะคะธันวา รินกำลังอยากดื่มอะไรอุ่นๆ พอดีเลยค่ะ" ภาพความสนิทสนมและรอยยิ้มที่รินรดามอบให้อีกฝ่าย เหมือนมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมของภาคิน เขากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนสั่นเทาด้วยความอัดอั้นตันใจ ทว่า... ในจังหวะที่ภาคินกำลังจะก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง สายตาคมกริบของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่บนชั้นวางเอกสารมุมโต๊ะทำงานของรินรดา ซึ่งถูกลมพัดปลิวตกลงมาคว่ำหน้าอยู่บนพื้นพรม มันคือเอกสารรายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปี... แต่สิ่งที่สะดุดตาและทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุดกึกจนแทบหยุดเต้น คือ "รูปถ่ายอัลตราซาวด์" แผ่นเล็กๆ ที่แนบมากับซองเอกสาร พร้อมกับตัวเลขระบุอายุครรภ์ที่เด่นหร่าชัดเจน... ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตะลึง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อสมองประมวลผลได้ทันทีว่าช่วงเวลาของอายุครรภ์นั้น... มันตรงกับช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะหย่าขาดจากกันพอดิบพอดี! _________________________________ *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและฟินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนของเชฟรินรดานะคะ บทหน้า รับรองว่าไฟลุกท่วมจอและสะใจจนหยดสุดท้ายแน่นอนค่ะ! - เมฆหมอกสีชมพู*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%