กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสชั้นดีและช็อกโกแลตแท้ 70 เปอร์เซ็นต์ลอยอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่ แต่กลับมิอาจกลบความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังของรินรดาได้เลย ประโยคท้าทายที่เพิ่งหลุดจากริมฝีปากของเธอยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงบนผืนผ้าใบแห่งความทรงจำอันเน่าเฟะ
“ถามใจตัวเองดูสิคะคุณภาคิน ว่าในสามปีที่ฉันหายไป... คุณทำอะไรหล่นหายไว้ที่ไหนบ้าง”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับแรงผลักประตูกระจกหน้าร้าน *‘Le Doux Rêve’* ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้นลง เสียงกระดิ่งทองเหลืองสั่นพริ้วกังวานราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตา
รินรดายังคงยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน มือเรียวที่เพิ่งวางถาดขนมปังซาวโดว์ลง เผลอกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอไม่ได้หันกลับไปมองทันที เพราะรู้ดีว่าเงาร่างสูงสง่าที่ทอดทาบเข้ามาในร้านนั้นเป็นของใคร... คนที่เธอเคยภาวนาให้กลับมามองเห็นคุณค่าในวันที่เธอยังโง่เขลา และเป็นคนเดียวกันกับที่เธอสาบานกับตัวเองไว้ในวันที่ถือใบหย่าว่า ชั่วชีวิตนี้จะไม่ยอมก้มหัวให้เขาอีกเด็ดขาด
ภาคินหยุดยืนอยู่กลางร้าน สูทแบรนด์ดังยี่ห้อโปรดที่ตัดเย็บอย่างประณีตยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ ทว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เครื่องแต่งกาย หากแต่อ1ยู่ที่แววตาคู่คมกริบที่มักจะมองเธอด้วยความหมาngเมินและรังเกียจเดียดฉันท์มาตลอด บัดนี้... แววตานั้นกำลังเบิกกว้าง ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อนัยน์ตาคู่ดุจพญาอินทรีตวัดมาสบเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมเลือนมันเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ริน...”
ชื่อนั้นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของภาคินด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในโลกธุรกิจอสังหาฯ กลับรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอกจนหายใจไม่ออก สมองที่เคยเฉียบคมและคำนวณผลกำไรได้อย่างแม่นยำในเสี้ยววินาที กลับขาวโพลนว่างเปล่า
เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิทที่ถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ผิวพรรณที่เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันที่เดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลคณากุลด้วยสภาพเหมือนคนใกล้ตาย จนถึงแววตานิ่งสงบ เยקטชา และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ... รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่ภรรยาเงียบงันผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“ยินดีต้อนรับค่ะคุณภาคิน” รินรดากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับกำลังต้อนรับลูกค้าจรทั่วไป ไม่ใช่อดีสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสละ “ไม่ทราบว่าวันนี้... ร้านขนมปังบ้านนอกนากๆ ของฉัน มีเกียรติอะไรถึงได้ต้อนรับนักธุรกิจหมื่นล้านอย่างคุณคะ”
คำพูดที่เจือรอยยิ้มเยาะหยันนั้นทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา จะสามารถยืนมองหน้าเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้
“เธอ... เธอยังไม่ตาย” ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าวราวกับคนละเมอ มือหนายื่นออกไปข้างหน้าราวกับต้องการจะเอื้อมไปสัมผัสเพื่อพิสูจน์ว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดสามปี “วันนั้น... ฉันเห็นรายงาน... ศพในแม่น้ำ... รถคันนั้นมันพุ่งตกลงไป... ทำไม... ทำไมเธอถึง...”
“ทำไมฉันถึงยังรอดชีวิตมานั่งทำขนมปังขายอยู่ในที่ที่ไกลหูไกลตาคุณอย่างนั้นหรือคะ?” รินรดาย้อนถาม เสียงหวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมกับปัดเศษแป้งบนผ้ากันเปื้อนออกอย่างไม่ใส่ใจ “น่าเสียดายจังนะคะที่ความตายไม่ได้เมตตาฉันขนาดนั้น หรือบางที... อาจจะเป็นเพราะสวรรค์ท่านยังมีความปรานี อยากให้ฉันอยู่ดูจุดจบของคนที่เคยทำลายชีวิตคนอื่นเล่นสนุกเสียก่อนกระมังคะ”
“ริน... ฟังฉันก่อน” ภาคินละล่ำละลัก เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจสั่นเครืออย่างน่าสมเพชในสายตาของเธอเอง “ตลอดสามปีที่ผ่านมา... ฉันตามหาเธอ ฉันรู้ว่าฉันทำผิด ฉัน... ฉันสำนึกผิดแล้ว”
“คำว่าสำนึกผิดของคุณ มันมีราคาค่างวดเท่าไหร่เหรอคะคุณภาคิน?” รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่กรีดแทงหัวใจของคนที่กำลังพยายามไถ่บาปให้เจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด “เท่ากับหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทคุณ หรือว่าเท่ากับน้ำตาที่ฉันเคยหลั่งรดพื้นห้องนอนเย็นเฉียบในคฤหาสน์หลังนั้นคะ? น่าเสียดายจัง... ของราคาถูกแบบนั้น ฉันไม่รับซื้อคืนหรอกค่ะ”
บรรยากาศภายในร้านเริ่มตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมหวานของขนมปังอบใหม่กลายเป็นกลิ่นฉุนกานพลูในความรู้สึกของภาคิน เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมน้ำ คลื่นความรู้สึกผิด ความโหยหา และความเสียดาย พรั่งพรูเข้ามาซัดสาดจนเขาตั้งรับไม่ถูก ภาพของรินรดาในอดีตที่คอยยืนถือเสื้อสูทและจัดโต๊ะอาหารรอเขาจนดึกดื่นทุกคืนซ้อนทับขึ้นมากับเชฟสาวผู้สง่างามตรงหน้า ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาเบาปัญญาของตนเองในอดีต
ก่อนที่ภาคินจะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาอีก เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ริน... แป้งสาลีล็อตใหม่มาส่งแล้วนะ ให้ฉันเอาไปเก็บไว้ที่ห้องครัวเลยไหม... เอ๊ะ?”
ธันวา เจ้าของไร่ชาหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระสอบแป้งบนบ่า ก่อนจะชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าผู้ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่กลางร้าน สายตาคมปลาบของธันวาสำรวจภาคินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระแวดระวัง เช่นเดียวกับที่ภาคินหันขวับไปมองผู้ชายคนสนิทที่เดินเข้ามาในร้านของภรรยาเก่าด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเลย
ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขมับทันทีของภาคิน ใบหน้าคมสันบึ้งตึงขึ้นมาในพริบตา สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของที่เคยถูกละเลย บัดนี้กลับตื่นตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“แกเป็นใคร?” ภาคินเค้นเสียงถามลอดไรฟัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัว
รินรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นชาเสียจนภาคินต้องใจกระตุก เธอก้าวเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาหยุดยืนเคียงข้างธันวาอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความสนิทสนมที่ตั้งใจจะกรีดแทงหัวใจอดีสามีโดยเฉพาะ
“แนะนำให้รู้จักนะคะคุณภาคิน...” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงใสซื่อทว่าเชือดเฉือน “นี่คุณธันวา... คู่ชีวิตคนปัจจุบันของฉันเองค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น ภาคินก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจดวงแกร่งหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความมืดมิดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ระเบิดอารมณ์คลั่งออกมา สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เพิ่งวิ่งถือตุ๊กตาหมีออกมาจากหลังประตูกระจกฝ้าด้านในร้าน
เด็กชายวัยประมาณสองขวบเศษ... ที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ!
________________________________________
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 2
การเผชิญหน้าที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!