สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 3

กำแพงที่ก่อขึ้นใหม่

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของแป้งสาลีหมักยีสต์และเนสด์แท้เข้มข้นลอยอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวสไตล์มินิมอลของร้าน ‘Doux Rêve’ ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้ากลับไม่ได้หอมหวานละมุนละไมเหมือนกลิ่นขนมปังอบใหม่เลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวสวยของรินรดาตวัดปลายมีดสปาตูล่าปาดครีมลงบนเนื้อเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์รสขมอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความมั่น and นิ่งสนิท ราวกับว่าร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจกใสไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย "ริน... เรามีเรื่องต้องคุยกัน" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เคยใช้เอ่ยวาจาเฉือดเฉือนหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับเจือด้วยความแหบพร่าและร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ภาคินในชุดสูทสีเข้มไร้เนกไทดูแตกต่างจากนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่เคนคุมเกมทุกอย่างในกำมือ เขาดูร่วงโรยลง... ตั้งแต่วันที่เขาเลือกผลักไสเธอกลับสู่กองเพลิงแห่งความอัปยศ รินรดายังคงก้มหน้าตกแต่งหน้าเค้กต่อไป ปลายมีดโลหะกรีดลงบนผิวช็อกโกแลตนุ่มเนียนเป็นลวดลายริ้วคลื่นที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนรอคอยคำพิพากษาจากเธอ "คุณภาคินคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ" เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดคุยกับลูกค้าจรทั่วไป "ที่นี่คือร้านเบเกอรี่ ไม่ใช่ห้องประชุมของบริษัทคุณ และดิฉัน... ก็ไม่ใช่คนที่คุณจะมาสั่งให้หยุดงานเพื่อฟังเรื่องไร้สาระได้ตามอำเภอใจ" คำว่า 'คุณภาคิน' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ บาดลึกเข้าโสตประสาทของชายหนุ่มราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ในอดีต บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็พยายามปฏิเสธมันมาตลอด ความรู้สึกที่เรียกว่า 'การสูญเสีย' "ริน... อย่าทำเป็นคนแปลกหน้าต่อกันขนาดนี้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ผม... ผมรู้ว่าผมผิด ผมขอโทษ" ประโยคสารภาพบาปที่หลุดออกมาจากปากของประธานกรรมการบริหารผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับสั่นเครือและแหบแห้งจนน่าสมเพชในความรู้สึกของรินรดา เธอวางมีดสปาตูล่าลงบนถาดสเตนเลสอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเธอนั้นช่างว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนภาคินต้องผับถอยหลังไปครึ่งก้าว "คำขอโทษเหรอคะ?" รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ประกายความรักและความภักดี บัดนี้ว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง ราวกับบ่อน้ำแห้งขอดที่สะท้อนเพียงเงาความด้านชา "คุณเอาอะไรมาพูดคะ ภาคิน? คนอย่างคุณเนี่ยนะรู้จักคำว่าขอโทษเป็นด้วย? หรือว่า... ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร้อยล้านของคุณกำลังมีปัญหา จนต้องมาใช้ไม้อ่อนกับอดีตภรรยาไส้แห้งที่คุณเคยเหยียบย่ำจนจมดิน?" "ไม่ใช่แบบนั้นนะริน!" ภาคินพุ่งตัวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อมือเล็กของเธอตามความเคยชิน ทว่ารินรดากลับชักมือหลบได้อย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่นลายเล็บ เพล้ง! เสียงช้อนตวงสเตนเลสหล่นกระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องในความเงียบ รินรดาก้าวถอยหลังเว้นระยะห่าง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "อย่าแตะต้องตัวฉัน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่น้ำหนักคำพูดกลับทรงพลังอำมหิต "จำไม่ได้หรือคะว่าคุณเป็นคนประกาศเองว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉัน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมห้องกับคุณ แล้วนี่อะไรคะ? วิ่งแจ้นมาทำหน้าหมาหงอยถึงร้านขนมปังเล็กๆ นี่ คิดว่าความสงสารหรือน้ำตาปลอมๆ ของคุณ มันจะลบภาพความอัปยศที่คุณฝังไว้บนตัวฉันได้งั้นเหรอ?" "ริน... ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ" ภาคินกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกเมื่อตระหนักได้ว่า กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกีดกันเธอกลับกลายเป็นคุกไร้หน้าต่างที่ขังตัวเขาเองเอาไว้ในความมืดมิดตลอดสามปีที่ผ่านมา "ตลอดเวลาที่ไม่มีเธอ ผม... ผมนอนไม่หลับเลยสักคืน รสชาติกาแฟทุกแก้ว ขนมปังทุกชิ้น ไม่มีอันไหนเทียบกับฝีมือเธอได้เลย... กลับบ้านเราเถอะนะริน ให้โอกาสผมได้ชดใช้..." รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังขึ้นกว่าเดิม คราวนี้แววตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชเวทนาที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งหัวใจที่เคยถูกทำลาย "บ้านเหรอ? คุณกล้าใช้คำว่า 'บ้าน' กับสถานที่นรกแตกหลังนั้นได้ยังไง?" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน "ที่นั่นไม่ใช่บ้านของฉันค่ะ ภาคิน! มันคือห้องขังที่ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ! และตอนนี้... ฉันมีชีวิตใหม่ มีความสุขในแบบที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ เลิกวุ่นวายกับชีวิตฉันเสียทีเถอะค่ะ เพราะต่อให้คุณคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นตรงนี้ มันก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับฉันอีกแล้ว" บรรยากาศภายในร้านเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นของตู้เค้กที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ภาคินยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน คำพูดของเธอแต่ละคำเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจจนแหลละเอียด เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับมัน แต่วินาทีที่ได้ยินมันออกจากปากเธอกลับเจ็บปวดเจียนตายยิ่งกว่าความตายเสียอีก ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งขึ้นสู่ขีดสุด เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของธันวาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกล่องกระดาษบรรจุใบชาออร์แกนิกในมือ "รินครับ ชาล็อตนี้ทางไร่ส่งมาเพิ่มแล้วนะ... เอ๊ะ?" ธันวาชะงักฝีเท้าลงเมื่อกวาดสายตามาเห็นแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ บรรยากาศมาคุระหว่างคนทั้งสองทำให้รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของไร่ชาเลือนหายไปทันที "มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับคุณริน?" ภาคินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบฉายแววhostileขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นความสนิทสนมและสายตาห่วงใยที่ธันวาใช้มองอดีตภรรยาของตน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ "คุณเป็นใคร? แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเรียกเธอว่ารินแบบนั้น?" ภาคินก้าวพรวดเข้าไปหาธันวา น้ำเสียงกดต่ำด้วยความเกรี้ยวกราด ธันวายังคงยืนนิ่งอย่างสุขุม ร่างสูงโปร่งไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่ออำนาจคุกคามของนักธุรกิจชื่อดังเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มรับบางๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายสติที่เหลืออยู่ของภาคินจนย่อยยับ "ผมชื่อธันวาครับ... เป็นหุ้นส่วนชีวิต และเป็นคนที่ดูแลหัวใจของรินในวันที่คุณเหยียบย่ำมันจนไม่เหลือชิ้นดี" ภาคินหน้าชาดังกูถูกตบด้วยฝ่าลานเหล็ก เขาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดีและไม่อธิบายแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก่อนที่ภาคินจะได้ระเบิดอารมณ์ใส่ชายหนุ่มตรงหน้า เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วสดใสก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังห้องครัว ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนที่พักอาศัยส่วนตัว "แม่จ๋า! น้องแทนกินขนมหมดแล้วนะฮะ... อ๊ะ! คุณลุงหน้าดุคนนี้มาทำไมอีกแล้วเนี่ย?" ร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบเศษในชุดเอี๊ยมหมีน้อยวิ่งดุ๊กๆ ออกมาเกาะชายกระโปรงของรินรดา ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋วช้อนมองภาคินด้วยความสงสัยใคร่รู้ และวินาทีที่สายตาของภาคินก้มลงไปสบประสานกับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อย... โลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งก็คล้ายกับหยุดหมุนลงทันที ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น... และรอยหยักตรงมุมปากเวลากระพริบตา... มันคือพิมพ์เดียวกับกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%