กลิ่นอายจางๆ ของแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติผสมผสานกับความหอมละมุนของเนยแท้จากฝรั่งเศส ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องอบขนมขนาดกะทัดรัด แต่สำหรับรินรดาแล้ว กลิ่นหอมเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในร้าน *‘Sweet Bitter’* น่ารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเงามืดของอดีตกำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ดวงตากลมโตนิ่งสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบา เธอมองชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งเวลานี้ไร้ซึ่งมาادอันน่าเกรงขามอย่างที่เคยเป็นในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ภาคินกำลังยืนค้ำโต๊ะไม้สักขัดมัน นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาวางกล่องกระดาษสีครามเข้มผูกริบบิ้นสีเงินลงบนเคาน์เตอร์
"พี่อยากให้รินทำมันอีกครั้ง... ขนมปังบริยอชไส้ครีมเกาลัดผสมรัม ที่รินเคยอบให้พี่กินในวันครบรอบปีแรก"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายที่ชื่อภาคิน ผู้ชายคนเดียวกับที่เคยปัดกล่องขนมปังฝีมือเธอทิ้งลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน ด้วยเหตุผลเพียงเพราะมันส่งกลิ่นรบกวนสมาธิในการทำงานของเขา
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยียบเย็นและความสมเพชเวทนาที่เคลือบอยู่ก้นบึ้งของดวงตา
"คุณภาคินคงจำสลับคนแล้วค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังสะอึก "รินรดาคนเดิมที่วิ่งวุ่นอบขนมตามใจคุณอย่างไร้ศักดิ์ศรี ได้ตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยแล้วค่ะ และที่สำคัญ... สูตรขนมปังบ้าๆ นั่น รินเผามันทิ้งไปพร้อมกับทะเบียนสมุดเล่มนั้นนานแล้ว ไม่มีหลงเหลือให้คุณรื้อฟื้นความทรงจำอะไรทั้งสิ้น"
ภาคินชะงักกึก สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ภาพความทรงจำสีเทาในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขาเคยคิดว่าความสำเร็จและเงินตราคือทุกอย่างของชีวิต จนกระทั่งวันที่บ้านหลังใหญ่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งกลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังยามเช้า และไร้ซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยนจากผู้หญิงที่ชื่อรินรดา
เขาเพิ่งตระหนักในวันที่สายเกินไปว่า สิ่งที่เขาทำลายด้วยมือตัวเอง คือความสุขที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวที่เคยมี
"ริน... พี่ขอร้อง" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ มือหนาพยายามเอื้อมไปหมายจะสัมผัสข้อมือเล็ก แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ สัมผัสจากเธอกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่เขาไม่มีสิทธิ์ได้รับอีกต่อไป
"อย่าแตะต้องตัวรินค่ะ" เธอตอกกลับเสียงแข็ง แววตาวาววับด้วยความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นมานาน "ถ้าคุณมาเพื่อซื้อขนม เชิญเลือกชิ้นที่มีอยู่บนชั้นได้เลยค่ะ แต่ถ้ามาเพื่อรื้อฟื้นอดีตที่น่าสมเพช... กรุณาออกไปจากร้านของริน เพราะที่นี่ไม่มีที่ยืนให้คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ"
บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ภาคินกลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองก่อขึ้นนั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะลบล้างได้ด้วยคำขอร้องเพียงไม่กี่คำ แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอื้อnเอ่ยสิ่งใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากประตูกระจานด้านหลังร้าน
"คุณแม่ครับ! น้องต้นกล้าทำการบ้านเสร็จแล้ว วันนี้คุณแม่จะทำพายแอปเปิลให้กินตามที่สัญญาไว้ไหมดลลล..."
เสียงใสๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบหยุดชะงักลงกะทันหัน เมื่อก้าวเข้ามาแล้วพบว่ามีแขกแปลกหน้ายืนอยู่หน้าร้าน
รินรดาหน้าถอดสี หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น เธ้ารีบพุ่งตัวไปอุ้มร่างเล็กของเด็กชายเข้าสู่อ้อมอกทันที พร้อมกับใช้มือเรียวโอบกระชับศีรษะเล็กให้ซบลงกับซอกคอของตนเองเพื่อบังใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นไว้จากสายตาของคนแปลกหน้า ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มือที่โอบกอดบุตรชายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
แต่ทุกอย่าง... ช้าเกินไป
ภาคินยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ภาพเด็กชายตัวน้อยเมื่อครู่สะท้อนอยู่ในม่านตาของเขาอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น... และรอยหยักตรงมุมปากเวลากระพริบตา...
มันคือพิมพ์เดียวกับกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งร้านราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ภาคินค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจสะดุดติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าเด็กคนนี้อายุสี่ขวบ... นั่นหมายความว่า ในวันที่รินรดากำลังถือใบหย่าเดินออกจากคฤหาสน์ของเขาอย่างไร้เยื่อใย เธอกำลังตั้งครรภ์สายเลือดของเขาอยู่... และเขาคือคนที่ผลักไสไล่ส่งทั้งภรรยาและลูกในท้องให้ไปเผชิญโลกกว้างตามลำพังด้วยความเย็นชา!
"ริน..." ภาคินเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น น้ำตาหยดแรกที่กลั้นมานานนับแรมปีร่วงหล่นลงกระทบพื้นร้านอย่างเงียบเชียบ ขณะที่รินรดากอดร่างของลูกชายแน่นขึ้น พร้อมกับส่งสายตาดุดันและเต็มไปด้วยความเกลียดชังกลับไปหาอดีตสามีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปหลังร้านโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
***
จากใจ "เมฆหมอกสีชมพู": หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะอินและฟินไปกับดราม่าเข้มข้นในตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ•ตอนที่ 4
รสชาติแห่งอดีต
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังรสขม กับอดีตสามีที่อยากคุกเข่าขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!