"ถ้าแกก้าวเท้าข้ามเส้นนั้นไปเพียงนิ้วเดียว หัวของแกจะหลุดออกจากบ่าโดยไม่ทันได้สัมผัสอากาศข้างนอกนั่นด้วยซ้ำ คริส"
เสียงของเซร่าสั่นเครือ แต่มั่นคง เธอใช้นิ้วชี้จ่อไปที่ขมับของตัวเองด้วยความโกรธจัด ขณะที่สายตาจับจ้องไปยัง 'คริส' ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าบานประตูมิติสีม่วงคล้ำที่บิดเบี้ยวราวกับแผลฉกรรจ์บนท้องฟ้า มันไม่ใช่ประตูมิติธรรมดา แต่มันคือช่องว่างมิติระดับ 'ภัยพิบัติ' ที่แรงกดดันของมันสามารถบดขยี้ฮันเตอร์แรงก์ A จนกลายเป็นเศษเนื้อได้ในพริบตา
คริสไม่หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นขยับถุงมือหนังสีดำที่เปื้อนคราบเขม่าจากการต่อสู้เมื่อครู่ มุมปากของเขากระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นของจักรพรรดิที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"เธอคิดว่าคนอย่างฉันยังเหลืออะไรให้เสียอีกงั้นหรือ เซร่า?" คริสเอ่ยเสียงเรียบ "สมาคมหักหลังครอบครัวฉัน พวกมันฝังความแค้นไว้ในอกฉันมานานเกินพอแล้ว และไอ้สิ่งที่กำลังจะทะลักออกมาจากรอยแยกนี่... มันคือตั๋วใบเดียวที่จะทำให้พวกมันชดใช้"
บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว แรงสั่นสะเทือนจากประตูมิติส่งผลให้ตึกระฟ้าใจกลางเมืองสั่นไหวเหมือนแผ่นดินไหว ฝูงมอนสเตอร์ระดับต่ำที่เคยวางตัวเป็นเจ้าถิ่นต่างหมอบกราบตัวสั่นเทา กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนน่าสะอิดสะเอียน
"เราควรถอย! ข้อมูลที่ได้มามันผิดพลาด นี่ไม่ใช่ระดับภัยพิบัติ แต่มันคือจุดจบของโลก!" เซร่าตะโกนแข่งกับเสียงคำรามที่ดังสนั่นออกมาจากมิติ เสียงนั้นคล้ายกับเสียงของอสุรกายที่หิวกระหายมานานนับพันปี
คริสค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของเขาสะท้อนภาพท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเลือด "ถ้าโลกนี้มันเน่าเฟะจนต้องพึ่งพาสมาคมที่ขายวิญญาณให้ปีศาจ... งั้นให้มันจบลงตรงนี้แหละดีแล้ว แต่ก่อนจะจบ ฉันนี่แหละจะเป็นคนลากคอ 'จักรพรรดิมังกรทมิฬ' ออกมาตัดหัวด้วยมือของฉันเอง"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่มืดมิดอยู่แล้วกลับดำสนิทไร้แสงดาว พื้นดินใต้เท้าของคริสแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมหาศาลกดทับจนแม้แต่ฮันเตอร์แรงก์ A อย่างเซร่ายังทรุดเข่าลงกับพื้น เธอหอบหายใจอย่างยากลำบาก ขณะที่คริสยังคงยืนหยัดด้วยท่าทีสงบนิ่ง กองทัพเงาที่ซ่อนอยู่ในเงาใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง สื่อถึงความตื่นกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้น
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ทุกย่างก้าวที่พ้นออกมาจากประตูมิติ ทำให้มิติโดยรอบพังทลายลงเหมือนเศษกระจก มันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ แต่มันคือ 'ขุนพล' ของกองทัพมังกรทมิฬที่สวมเกราะเหล็กไหลสีดำสนิท ดวงตาที่ไร้แววตาจ้องมองมายังคริสด้วยความเหยียดหยาม
"มดปลวกจากแรงก์ F..." เสียงทุ้มต่ำดังก้องในโสตประสาทของคริส ราวกับเสียงของพระเจ้าผู้เกรี้ยวกราด "เจ้ากล้าดียังไงถึงมายืนขวางทางเสด็จขององค์จักรพรรดิ?"
คริสไม่ได้ตอบโต้วาจา เขาเพียงแค่สะบัดมือขวา กองทัพเงาที่เขาบ่มเพาะมานับพันชีวิตพลันลุกโชนขึ้นเหมือนไฟนรก ดาบสีดำทมิฬปรากฏขึ้นในมือของเขา กระแสมานาที่รุนแรงเปลี่ยนสีผิวของเขาให้กลายเป็นสีซีดขาวดุจคนตาย แต่แฝงไปด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างดวงดาวได้ทั้งดวง
"มดปลวกงั้นหรือ?" คริสแค่นเสียงหัวเราะ "ข้าคือกองทัพ ข้าคือความมืดมิดที่พวกแกหวาดกลัวที่สุดในนรก และวันนี้... ข้าจะทำให้พวกแกได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า"
เขาพุ่งตัวออกไปราวกับกระสุนปืน สวนทางกับกองทัพมอนสเตอร์ที่โถมเข้ามา ความเร็วของคริสเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะมองทัน เขากลายเป็นเงาที่กรีดผ่านร่างของมอนสเตอร์ระดับสูงจนขาดสะบั้นราวกับกระดาษ เลือดสีดำสาดกระจายย้อมสีเมืองที่พังทลายให้กลายเป็นสีเดียวกับความตาย
เซร่ามองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบระเบิด ความแข็งแกร่งของคริสในขณะนี้เหนือกว่าสิ่งที่เธอเคยรู้จักไปไกลโข แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่สุด...
สิ่งที่ทำให้เธอหยุดหายใจคือ เมื่อเธอเห็นเงามืดที่อยู่หลังคริสไม่ได้มีเพียงแค่เงาของเขา แต่มันเริ่มรวมตัวกันเป็นร่างยักษ์ที่มีเขาสีดำโง้งขึ้นไปบนฟ้า ร่างนั้นดูเหมือนจักรพรรดิมังกรทมิฬที่เธอกลัวที่สุด แต่มันกลับก้มหัวให้คริสอย่างนอบน้อม
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดก็เกิดขึ้น ประตูมิติยักษ์ที่เปิดออกกว้างเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่มันจะปิดสนิท มือขนาดมหึมาที่ทำจากเกล็ดมังกรสีนิลแทรกผ่านเข้ามา มันจับขอบมิติที่กำลังจะปิดไว้แน่น แล้วกระชากให้มันฉีกออกกว้างกว่าเดิม แรงกระชากนั้นส่งผลให้ตึกรอบข้างถล่มลงมาเป็นฝุ่นผง
คริสชะงักฝีเท้า ดาบในมือสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดมิด เขาเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่กำลังก้าวออกมาจากช่องว่างมิตินั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แค่ขุนพล แต่มันคือร่างแยกที่แท้จริงของจักรพรรดิมังกรทมิฬที่เขารอคอย
"คริส... หนีไป!" เซร่ากรีดร้องสุดเสียง แต่สายตาของคริสกลับจับจ้องไปยังเงาของมังกรยักษ์ที่เริ่มเผยใบหน้าออกมา... และสิ่งที่เขาเห็นในเสี้ยววินาทีนั้นทำให้เลือดในกายเขาสั่นสะท้าน
ใต้หน้ากากเหล็กมังกรที่บิดเบี้ยว ใบหน้าของสิ่งที่ก้าวออกมาจากประตูมิติ... กลับเป็นใบหน้าของคนที่เขาควรจะตายไปเมื่อห้าปีก่อนในเหตุการณ์กบฏสมาคม!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย เงาฮันเตอร์ไร้เงาครับ
Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 26
ประตูมิติยักษ์
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!