“นายกำลังฆ่าพวกมัน... ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชนะ แต่นายกำลังสนุกกับมัน”
เสียงของเซร่าสั่นเครือ เธอถอยกรูดไปจนหลังชนกับผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ ปลายดาบของคริสยังคงหยดเลือดสีม่วงคล้ำของอสูรแรงก์ A ที่เพิ่งถูกเขาสังหารไปเมื่อครู่นี้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโถงมิติ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า... มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์อีกต่อไป
คริสไม่ได้หันมามองคู่หูของเขา เขาก้มลงมองมือตัวเอง พลังงานสีดำสนิทดั่งหมึกที่ลอยวนเวียนอยู่รอบปลายนิ้วดูราวกับมีชีวิต มันกำลังกัดกินเนื้อหนังของเขาอย่างช้าๆ แต่ทว่ากลับทำให้เขารู้สึกถึงพลังที่ไร้ขีดจำกัด
“สนุกงั้นหรือ?” คริสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยโทนเสียงที่ต่ำลึกจนดูไม่เป็นธรรมชาติ “เซร่า... เธอไม่เข้าใจหรอก โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยกฎที่ง่ายดายที่สุด ใครแข็งแกร่ง ผู้นั้นคือผู้คุมกฎ ใครอ่อนแอ ก็เป็นเพียงฝุ่นผงใต้เท้า สมาคมฮันเตอร์ที่หักหลังครอบครัวฉัน พวกมันก็แค่ฝุ่นผงที่กำลังจะถูกปัดกวาด”
“แต่พวกมันเป็นมนุษย์นะคริส!” เซร่าตะโกนสุดเสียง พยายามดึงสติชายหนุ่มที่เธอมองว่าเป็นเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ “นายเริ่มสูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้ว พลังของจักรพรรดิเงา... มันกำลังกลืนกินวิญญาณของนาย!”
คริสหันขวับมามอง รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขานั้นเหยียดหยามและเย็นชาจนเซร่าเผลอหยุดหายใจ เงารอบกายของเขาก่อตัวเป็นรูปร่างของอัศวินไร้หัวที่พร้อมจะพุ่งเข้าจู่โจมตามคำสั่งเพียงเสี้ยววินาทีของนายเหนือหัว
“ความเป็นมนุษย์?” คริสแค่นหัวเราะ “ความเป็นมนุษย์มันเคยปกป้องพ่อแม่ฉันได้ไหม? มันเคยหยุดยั้งไอ้พวกเวรนั่นไม่ให้ใช้ชีวิตพวกเราเป็นหมากในเกมการเมืองหรือเปล่า? ความเมตตาคือโซ่ตรวนที่คนอ่อนแอสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง แต่ฉัน... ฉันเลือกที่จะเป็นความตายที่ไร้ความปราณี”
บรรยากาศรอบกายคริสหนักอึ้งขึ้นจนอากาศแทบกลายเป็นของแข็ง แรงกดดันมหาศาลจากมานาสีดำพุ่งทะลักออกมาจากร่างของเขาจนเซร่าเข่าอ่อนลงกับพื้น เธอสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเฉยเมยต่อทุกสรรพสิ่ง
“ถ้าพลังนี้มันจะทำให้ฉันต้องทิ้งความเป็นมนุษย์... ก็ให้มันเป็นไป” คริสเดินผ่านเซร่าไปโดยไม่ชายตาแล “เพราะต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครในโลกนี้ที่กล้าเหยียบย่ำฉันได้อีก แม้แต่ไอ้จักรพรรดิมังกรทมิฬนั่น... ฉันจะขยี้มันด้วยมือคู่นี้เอง”
เซร่ามองตามแผ่นหลังที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกทมิฬ เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ ต่อให้เธอเอาชีวิตเข้าแลก ก็คงไม่มีวันดึงคริสกลับมาได้แล้ว หัวใจของเขาถูกแช่แข็งอยู่ในหลุมลึกที่มืดมิดเกินกว่าใครจะหยั่งถึง
ในขณะที่คริสกำลังจะก้าวผ่านประตูมิติเพื่อไปยังชั้นถัดไป เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของพลังที่เขากำลังถือครองอยู่... *“ถวายวิญญาณแก่ข้า... แล้วเจ้าจะได้เป็นผู้ครองโลกทั้งใบ”*
คริสหยุดชะงัก รอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาก่อนจะตอบกลับในใจว่า “เอาสิ ถ้าหากข้ากลายเป็นปีศาจได้... ข้าก็จะเป็นปีศาจที่ฆ่าล้างโคตรพวกที่ทรยศข้าให้หมดสิ้น”
ทันใดนั้นเอง ผนังถ้ำด้านหน้าเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ พลังงานมานาสีทองอร่ามพุ่งเข้าปะทะกับไอความมืดของคริสจนเกิดแรงระเบิดมหาศาล ร่างเงาที่อยู่เบื้องหลังคริสถึงกับสั่นคลอน และท่ามกลางฝุ่นควัน เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมา... ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ของสมาคมฮันเตอร์ที่คุ้นตา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับแดงฉานด้วยความอาฆาตแค้นที่มากกว่าใครทั้งหมด
“ในที่สุด... ข้าก็หาเจ้าจนเจอ คริส” เสียงที่ฟังดูเหมือนทั้งชายและหญิงดังขึ้นพร้อมกัน “ศิษย์คนสุดท้ายของสมาคม... ผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นภาชนะสำหรับพลังของเจ้า... คืนนี้คือวันตายของเจ้า!”
คริสเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกเกราะนั้น... ใบหน้าที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสามปี... ใบหน้าของคนที่เขารักที่สุดที่ควรจะตายไปตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วเรามาพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 18
ความมืดมิดในใจ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!