Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 7

ความลับของสมาคม

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
"ปล่อย." น้ำเสียงของคริสต่ำทุบและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับสะท้อนประกายแสงสีแดงฉานจากห้วงมิติเบื้องล่างที่กำลังคำรามก้อง แรงดึงดูดมหาศาลพยายามฉีกกระชากร่างของเขาให้ร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เศษหินและฝุ่นผงรอบกายลอยคว้างกลางอากาศราวกับแรงโน้มถ่วงถูกบิดเบือน แต่วินาทีนี้ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดไม่ใช่ความตายที่รออยู่เบื้องล่าง หากแต่เป็นมือสีดำสนิทที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ซึ่งกำลังกุมข้อมือขวาของเขาไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กที่หล่อหลอมขึ้นจากความมืดมิด *“ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้าสักที... ท่านพ่อ”* เสียงกระซิบทรงพลังนั้นดังก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของเขาซ้ำไปซ้ำมา มันไม่ใช่เสียงพูดธรรมดา แต่เป็นคลื่นความคิดที่แฝงจิตสังหารอันเก่าแก่และทรงอำนาจเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะจินตนาการได้ คริสกัดฟันกรอดจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นสันนูน ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับอดีตที่ถูกลบเลือน ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ และกลิ่นคาวเลือดในห้องทดลองใต้ดินเมื่อหลายปีก่อน พลุ่งพล่านขึ้นมาในอกราวกับไฟบรรกัลป์ "แกไม่ใช่ลูกของฉัน... และฉันไม่ใช่พ่อของใคร" คริสเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาหรี่แคบลงอย่างอันตราย ก่อนที่เงาสีดำสนิทที่แผ่พุ่งออกมาจากแผ่นหลังจะรวมตัวกันเป็นดาบคาตานะเล่มยาวในพริบตา ฉับ! คมดาบเงาทะยานตัดผ่านอากาศอย่างไร้เสียง มันเฉียดผ่านนิ้วมือสีดำที่พันธนาการเขาไว้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะของพลังงานเวทมนตร์ระเบิดออกจนห้วงมิติสีแดงสั่นสะเทือน คริสอาศัยจังหวะนี้สะบัดข้อแขนหลุดจากการเกาะกุม พร้อมกับดีดตัวถอยหลังทะยานขึ้นสู่เบื้องบนด้วยวิชาตัวเบาที่ได้รับการยกระดับจากระบบจนถึงขีดสุด ตุบ! ร่างของเขาร่อนลงสู่พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กของชั้นใต้ดินลับที่สั่นคลอนได้อย่างนุ่มนวล ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายตามขมับ เซร่าที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลรีบพุ่งเข้ามาประชิดตัว ดาบในมือของเธอตวัดเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามรอบด้าน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแยกมิติที่กำลังค่อยๆ ปิดตัวลง "คุณคริส... เมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นคะ... เอ่อ หมายถึง... เกิดอะไรขึ้นครับ?" เซร่าเกือบหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของคริส เธอก็รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีด้วยความเคารพ "มีบางอย่างพยายามจะใช้ประตูมิตินี้เป็นสะพานเชื่อมจิตใจ..." คริสเก็บดาบเงากลับเข้าสู่ความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขากลับมาเยือกเย็นดังเดิม สายตากวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่ตอนนี้ถูกทำลายจนย่อยยับจากการปะทะ "มันเรียกฉันว่า 'ท่านพ่อ'... น่าสนใจดีนี่ สมาคมฮันเตอร์คงไม่ได้แค่สร้างฮันเตอร์เทียมขึ้นมาเพื่อใช้งานอย่างเดียวกระมัง" เบื้องหน้าของทั้งคู่คือซากปรักหักพังของห้องทดลองลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นใต้ดินระดับห้าของสมาคมฮันเตอร์สาขาใหญ่ กลิ่นเหม็นเน่าของสารเคมีผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดเก่าเก็บโชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคริสมากที่สุด กลับไม่ใช่เครื่องจักรกลมหาศาลที่ถูกทำลายเสียหาย แต่เป็นตู้กระจกนิรภัยขนาดใหญ่หลายสบอร์ตที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามผนังห้อง ตู้กระจกเหล่านั้น... ว่างเปล่า มีเพียงสายระโยงระยางและของเหลวสีเขียวขุ่นที่ไหลนองอยู่บนพื้น บ่งบอกว่า 'สิ่งมีชีวิต' ที่เคยถูกกักขังอยู่ภายใน ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนที่พวกเขาจะมาถึงไม่นานนัก "ห้องนี้... ถูกใช้งานอย่างลับๆ มานานแค่ไหนแล้ว" เซร่าพึมพำขณะเดินเข้าไปสำรวจแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ หล่อเลี้ยงอยู่ นิ้วเรียวของเธอรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญในฐานะอดีตฮันเตอร์ระดับสูงที่เคยเข้าถึงข้อมูลวงใน "ระบบรักษาความปลอดภัยถูกเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด... แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับ... เอ๊ย หมายถึง สำหรับฉัน มันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ... เอ๊ย ไม่ใช่!" ฮันเตอร์สาวหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายที่เผลอหลุดพูดผิดติดต่อกันถึงสองครั้ง คริสไม่ได้ใส่ใจกับอาการประหม่าของคู่หู สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในมุมมืดของห้อง บนโต๊ะนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไฮเทคใดๆ มีเพียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทเล่มหนา ที่วางทับด้วยกระดาษบันทึกข้อความเขียนด้วยลายมือ มันเป็นวิธีโบราณ... ในยุคที่ข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บไว้บนคลาวด์และเครือข่ายควอนตัม การใช้กระดาษและหมึกจริง หมายความว่าผู้เขียนต้องการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากระบบดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง คริสเดินเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้น ชายเสื้อคลุมสีดำสะบัดตามจังหวะการก้าวเดิน เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารเล่มนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วคือความเย็นเยียบของกระดาษเก่า และกลิ่นอับของกาลเวลา "เจออะไรหรือเปล่าครับ คุณคริส?" เซร่าละสายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเดินเข้ามาสมทบ คริสไม่ตอบ เขาเปิดแฟ้มเอกสารออก หน้ากระดาษแผ่นแรกเต็มไปด้วยผังองค์กรที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริหารระดับสูงของสมาคมฮันเตอร์ กับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพใต้ดินที่มีชื่อว่า 'โอเมก้า โพรเจกต์' (Project Omega) แต่อักษรที่ทำให้ดวงตาของคริสต้องหรี่แคบลงด้วยความโกรธเกรี้ยว คือข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคมด้วยหมึกสีแดงสด *บันทึกประจำวันที่ 12 ตุลาคม:* *‘การทดลองยีนมนุษย์ผสมผสานกับเศษซากพลังงานของจักรพรรดิมังกรทมิฬรุ่นที่ศูนย์ เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย การหลอมรวมความทรงจำของร่างต้น (คริส) เข้ากับภาชนะจำลอง (โคลน) ประสบความสำเร็จเกินคาด แม้ว่าร่างต้นจะรอดพ้นจากการกวาดล้างเมื่อสามปีก่อน แต่จิตวิญญาณส่วนหนึ่งของเขายังคงตกค้างอยู่ในมิติเงา และบัดนี้... ภาชนะได้ตื่นขึ้นแล้ว มันกำลังเรียกหาผู้ให้กำเนิด’* คริสอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจในอกเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความแค้น ความช็อก และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกเปิดเผย ทุกอย่างกระจ่างชัดในสมองของเขาแล้ว... การที่เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับระบบผู้กล้า... การที่เขาถูกไล่ล่าอย่างไร้เหตุผล... และการที่เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนผิดมนุษย์มนา... แท้จริงแล้ว เขาไม่ใช่แค่ฮันเตอร์แรงก์ F ผู้โชคดีที่ได้รับพลังจากความบังเอิญ แต่เขาคือ 'ต้นแบบ' ของการทดลองที่สมาคมฮันเตอร์สร้างขึ้นเพื่อครอบครองพลังแห่งเงา และตัวตนในห้วงมิติสีแดงเมื่อครู่ ก็คือเงาสะท้อนที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้กลายเป็นลูกหลานเทียมของเขาเอง! "พวกมัน... ไม่ได้แค่ทรยศฉัน" คริสพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนเซร่าต้องสะดุ้งสุดตัว "แต่พวกมันใช้ร่างกายและจิตวิญญาณของฉัน เป็นเครื่องมือในการสร้างกองทัพสัตว์ประหลาดเพื่อครอบครองโลกนี้" "ถ้าอย่างนั้น... เอกสารในหน้านั้นบอกไหมครับว่า เป้าหมายต่อไปของพวกมันคืออะไร?" เซร่าถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตระหนักรู้ถึงภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง คริสพลิกกระดาษหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีส้มสลัวจากเพดานส่องกระทบกับข้อความในหน้าสุดท้าย ซึ่งมีรายชื่อของสถานที่แห่งหนึ่งถูกวงกลมด้วยหมึกสีแดงหนาเตอะ พร้อมกับกำหนดการที่ระบุไว้อย่างชัดเจน *กำหนดการปฏิบัติการ: คืนนี้ เวลาเที่ยงตรง* *สถานที่: สนามกีฬาแห่งชาติ (จุดรวมพลฮันเตอร์ทั่วประเทศเพื่อพิธีปลุกพลังครั้งใหญ่)* คริสเงยหน้าขึ้นสบตากับเซร่า แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมืดมิดที่ลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาล และจิตสังหารที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวเบื้องบน เสียงโลหะกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... และแล้ว ประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องทดลองก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงระเบิดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสวมชุดเกราะสีเงินยวดยิ่งนับร้อยชีวิต ที่เดินเรียงแถวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างแน่นหนา ผู้นำของกองกำลังปริศนานั้นก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากกลุ่มควัน สวมหน้ากากอนามัยสีขาวเรียบสนิทที่ไม่มีแม้แต่ช่องมองตา ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดจะดังขึ้นผ่านอุปกรณ์สื่อสาร "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายผู้ทรยศของฉัน" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของจักรพรรดิเงามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%