แรงกดดันระดับที่ทำให้ชั้นบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดแหลมราวกับกระจกแตกร้าว ไม่ได้มาจากเวทมนตร์หรือทักษะใด ๆ ที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือ "เจตจำนง" ของสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งจักรวาล
เซร่าทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินแกรนิตที่แตกละเอียดเป็นจุล แรงโน้มถ่วงรอบตัวเธอดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากมุมปากของเธอทันทีเพียงแค่พยายามจะหายใจ แรงกดดันจากมังกรทมิฬเบื้องหน้าเปรียบเสมือนภูเขาเหล็กกล้าที่กดทับลงบนแผ่นอก แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด... สิ่งที่ทำให้เส้นขนทั่วร่างของเธอ
ลุกชันไม่ใช่ความตาย แต่คือ "ความว่างเปล่า" ในดวงตาของคนที่เธอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่มา
"คริส..." เสียงของเธอแหบพร่าสั่นเทา มือเรียวพยายามไขว่คว้าอากาศเบื้องหน้าราวกับคนใกล้จมน้ำ
ร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทไม่ได้หันกลับมามอง เธอ ดวงตาสองสี ข้างหนึ่งเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง อีกข้างหนึ่งทอประกายแสงสีม่วงเรืองรองของพลังเนตรจักรพรรดิเงา กำลังจ้องมองร่างมหึมาของจักรพรรดิมังกรทมิฬที่กำลังดิ้นรนครั้งสุดท้าย เกล็ดสีดำสนิทขนาดใหญ่เท่าโล่ห์เหล็กหลุดร่วงกราวลงสู่พื้น พร้อมกับละอองพลังงานสีทองปนม่วงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับอณูวิญญาณของผู้ทรงอำนาจกำลังถูกกระชากออกจากร่าง
"เจ้า... เจ้ามันแค่ฮันเตอร์แรงก์ F... ไอ้มดปลวก... ทำไม..."
เสียงคำรามของจักรพรรดิมังกรทมิฬสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ มันพยายามจะอ้ากรามกว้างเพื่อพ่นเปลวเพลิงทมิฬเผาผลาญทุกสิ่ง แต่ทว่า... อาณาเขตเงาที่แผ่ขยายออกไปนับร้อยกิโลเมตรกลับตรึงร่างของมันไว้ราวกับถูกตอกตรึงด้วยหมุดเหล็กแห่งกาลเวลา
คริสยกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวมีกระแสออร่าสีดำทมิฬพวยพุ่นออกมาเป็นเกลียวคลื่น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เยือกเย็น จนไร้ซึ่งความรู้สึกของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่
"แรงก์ F อย่างนั้นหรือ..."
มุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข ทว่ามันคือรอยยิ้มของความเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์ทั้งหมดของโลกใบนี้
"คำว่า 'แรงก์' ที่พวกแกใช้ตัดสินคุณค่าของมนุษย์... มันก็เป็นแค่กรอบกะลาที่พวกแกสร้างขึ้นเพื่อหลอกตัวเองว่าพวกแกคือนายผู้กำหนดชะตากรรมเท่านั้นเอง แต่วันนี้... ข้าจะทำลายกะลานั้นทิ้งเสีย"
สิ้นคำพูดของคริส คลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณระเบิดออกอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดพายุทอร์นาโดสีดำสนิทพัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแยกตัวออกเป็นเหวลึก ลาวาและพลังงานความมืดพวยพุ่งขึ้นมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว เกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะจินตนาการได้
เซร่ากัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างจิกพื้นดินจนเล็บฉีกขาด เลือดไหลอาบย้อมพื้นหิน เธอมองแผ่นหลังของคริสที่ตอนนี้ดูยิ่งใหญ่ราวกับเงาของเทพเจ้าแห่งความตายที่กำลังกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในจักรวาล ความกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่วินาทีเดียวกันนั้น ความรู้สึก "โล่งใจ" และ "สะใจ" กลับตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างประหลาด
*ใช่แล้ว... ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ฮันเตอร์ธรรมดาอีกต่อไป... เขาคือคนที่ลุกขึ้นมาจากกองขยะ เพื่อเหยียบย่ำพวกที่เคยเหยียบย่ำเขาให้จมดิน*
"จงกลืนกิน..."
คริสเอ่ยเบา ๆ แต่คำพูดนั้นก้องกังวานดังก้องในโสตประสาทของทุกสรรพสิ่ง เงาของคริสที่ทอดยาวไปตามพื้นดิน Suddenly ขยายใหญ่ขึ้นนับพันเท่า มันพุ่งเข้าตะครุบร่างของจักรพรรดิมังกรทมิฬที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ออร่าสีทองและเกล็ดมังกรนับล้านชิ้นถูกดึงดูดเข้าไปในร่างของคริสราวกับหลุมดำที่กำลังเขมือบดวงดาว
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวกราดของราชันแห่งมังกรดังสนั่นหวั่นไหว มันพยายามใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายอัดพลังทั้งหมดเข้าใส่คริส แต่ทว่า... พลังเหล่านั้นกลับสลายกลายเป็นหมอกควันสีดำเมื่อเข้าใกล้ตัวของชายหนุ่มในระยะสามเมตร
ร่างของคริสลอยขึ้นจากพื้นช้า ๆ ดวงตาของเขากลายเป็นสีทองประกายเพลิงทมิฬ กล้ามเนื้อทุกส่วนภายใต้ชุดคลุมขยายตัวและปรับโครงสร้างใหม่ พลังงานระดับมหาศาลที่สามารถทำลายทวีปได้ทั้งทวีปกำลังไหลเวียนเข้าสู่เส้นโลหิตของเขา เสียงระเบิดดังขึ้นในหูของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ระบบแจ้งเตือนในหัวส่งเสียงเตือนรัวเร็วจนหน้าต่างสถานะระเบิดเป็นสีแดงฉาน
[คำเตือน: พลังงานเกินขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์!]
[คำเตือน: จิตวิญญาณกำลังถูกหลอมรวมเข้ากับแก่นแท้ของจักรพรรดิมังกร!]
[ระบบทำการปรับแต่งสถานะ...]
[เลเวลทะลุขีดจำกัด... บรรลุสถานะ: "จักรพรรดิเงาผู้ไร้พ่าย" (Absolute Shadow Monarch)]
[ปลดล็อกสกิลขั้นสูงสุด: "เนตรทิพย์แห่งบรรพกาล" และ "มหาสงครามเงาไร้จุดสิ้นสุด"]
"อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!"
คริสเงยหน้าขึ้นคำรามลั่นฟ้า เสียงคำรามนั้นไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ แต่มันคือเสียงคำรามที่ผสานกันระหว่างเสียงของราชันมังกรและราชาแห่งเงา คลื่นเสียงอานุภาพทำลายล้างสูงแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้ภูเขาทั้งลูกที่อยู่เบื้องหน้าให้กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว
แสงสว่างเจิดจ้าจากพลังงานมังกรที่ถูกดูดซับสาดส่องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนจนสว่างวาบราวกับกลางวัน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
เซร่าหอบหายใจหนักหน่วง เธอนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นด้วยความหมดแรง ดวงตาสفองกมองขึ้นไปเบื้องบน ร่างของจักรพรรดิมังกรทมิฬ... ศัตรูผู้ทรงอำนาจที่สมาคมฮันเตอร์และกองกำลังทั่วโลกไม่สามารถโค่นล้มได้ตลอดทศวรรษ บัดนี้... ได้หายวับไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า
และ ณ ใจกลางความว่างเปล่านั้น ร่างหนึ่งกำลังค่อย ๆ ลอยตัวลงมาอย่างนิ่มนวล
คริสยืนอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง พื้นผิวรอบตัวเขาราบเรียบไร้รอยขีดข่วน ออร่าสีดำทมิฬที่เคยพวยพุ่งรุนแรงบัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าของเขาดูเยือกเย็น คมคาย และสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามวิกาล หน้ากากสีเงินที่เคยปิดบังซีกหน้าไว้ บัดนี้เกิดรอยร้าวและแตกสลายร่วงหล่นลงสู่พื้น เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ความเจ็บปวด และอำนาจอันไร้ขีดจำกัด
เขากวาดสายตาสีทองมองลงมาที่เซร่า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาช้า ๆ ฝีเท้าของเขาไร้เสียงราวกับเงาที่เคลื่อนไหวตามแสง
เซร่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ พลถามด้วยเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "นาย... สำเร็จแล้วใช่ไหม? เรา... ชนะแล้วใช่ไหมคริส?"
คริสหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อสบตาฮันเตอร์สาวผู้ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน มือหนาเอื้อมออกไปปัดเศษฝุ่นและหยดเลือดออกจากแก้มของเธอ แววตาที่มองเธอนั้นยังคงมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันถูกห่อหุ้มด้วยความเยียบเย็นที่ชวนให้รู้สึกห่างไกล
"ชัยชนะอย่างนั้นหรือเซร่า..." คริสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสีทองทอประกายลึกล้ำราวกับมองทะลุไปถึงอนาคตอันไกลโพ้น
"สิ่งที่พวกเราทำเมื่อครู่... มันไม่ใช่การชนะสงคราม แต่มันเป็นแค่การก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกต่างหาก"
เซร่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "ขั้นแรก? หมายความว่ายังไง? จักรพรรดิมังกรคือตัวบงการไม่ใช่หรือ? แล้วยังมีอะไรอีกที่เราต้องกังวล?"
คริสไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วหันขวับกลับไปมองยังท้องฟ้ายามราตรีที่อยู่เบื้องบน ซึ่งบัดนี้รอยแยกสีแดงฉานขนาดมหึมาที่เคยปิดสนิทไปแล้วครึ่งหนึ่ง... กำลังฉีกขาดกว้างขึ้นด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที กลิ่นอายของความตายและความเกลียดชังที่เข้มข้นกว่าพลังของจักรพรรดิมังกรนับร้อยเท่ากำลังไหลทะลักผ่านรอยแยกนั้นออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานมาจากอีกมิติหนึ่ง... มิติที่อยู่เหนือขอบเขตของทวยเทพและปีศาจ
"นั่นสินะ..." คริสพึมพำเบื้องหน้าความมืดมิดที่กำลังแผ่ขยาย "ดูเหมือนว่า 'พวกมัน' จะส่งแขกรับเชิญที่แท้จริงมารับตัวข้าแล้วล่ะ..."
________________________________________
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 37
ก้าวกระโดดสู่พระเจ้า
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!