“ทำไมต้องเป็นวันนี้?” เซร่าถามขึ้น เสียงของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นไหวเล็กน้อยในดวงตาขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังตรวจสอบความคมของกริชเลเซอร์ในมือ เรากำลังยืนอยู่บนยอดตึกระฟ้าฝั่งตรงข้ามสำนักงานใหญ่สมาคมฮันเตอร์ มองลงไปเบื้องล่างที่แสงไฟจากถนนส่องสว่างดุจสายเลือดที่ไหลเวียนในเมืองหลวงแห่งนี้
ผมไม่ได้หันไปมองเธอ สายตาของผมจับจ้องไปที่ตราสัญลักษณ์รูปโล่ไขว้ที่ประดับอยู่บนยอดตึกสูงตระหง่านนั้น มันคือสัญลักษณ์ของความหวังสำหรับมวลมนุษย์... แต่สำหรับผม มันคือหลุมศพของครอบครัวที่ถูกฝังไว้ด้วยคำโกหก
“เพราะถ้าไม่ใช่ตอนนี้ พวกมันก็จะไม่มีวันเปิดเผยร่องรอยของจักรพรรดิมังกรทมิฬออกมาครับ” ผมตอบพลางขยับถุงมือหนังสีดำสนิท “ความยุติธรรมที่ล่าช้าเกินไป คือความอยุติธรรมที่น่ารังเกียจที่สุด เซร่า”
ผมก้าวเท้าออกไปจากขอบดึก ลมปะทะใบหน้าอย่างรุนแรง แต่ก่อนที่ร่างจะร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง พื้นที่ว่างเปล่ารอบกายก็บิดเบี้ยว เงาสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากฝ่าเท้าของผม ก่อตัวเป็นรูปทรงมังกรไร้ปีกที่รองรับร่างของผมไว้กลางอากาศ
*ตูม!*
ผมร่อนลงจอดบนดาดฟ้าของสมาคมฮันเตอร์ แรงกระแทกทำให้พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กแตกร้าวเป็นวงกว้าง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วอาคาร ทันทีที่เสียงไซเรนแผดร้อง ร่างของเหล่าฮันเตอร์ยามเฝ้าประตูจำนวนห้าสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ
“นั่นมัน... เจ้าฮันเตอร์แรงก์ F ที่หายสาบสูญไป!” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยตะโกนขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ด้วยความหยิ่งผยอง
ผมไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กวาดสายตามองพวกเขาราวกับมองฝูงมดที่กำลังพยายามต่อต้านกระแสน้ำป่า ผมยกมือขวาขึ้นช้าๆ แล้วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว
*โฮกกกกก!*
เงาของเหล่าทหารอัศวินนับร้อยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินของดาดฟ้า พวกมันไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีลมหายใจ มีเพียงดวงตาสีม่วงอำมหิตที่สะท้อนความตายออกมา การปะทะเริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีการเจรจา กลิ่นเลือดสดๆ เริ่มคละคลุ้งไปพร้อมกับกลิ่นไหม้ของพลังเวทมนตร์
ผมเดินผ่านความโกลาหลนั้นราวกับอยู่ในสวนหลังบ้าน เซร่าตามมาติดๆ เธอจัดการเก็บกวาดฮันเตอร์ที่พยายามจะลอบโจมตีผมจากด้านหลังได้อย่างแม่นยำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอคือศิลปะของการฆ่าฟัน เรามุ่งหน้าสู่ประตูบานใหญ่ที่ทำจากโลหะผสมพิเศษซึ่งเป็นทางเข้าสู่ห้องลับใต้ดิน—ที่ซึ่งความลับของสมาคมถูกปิดตายไว้
“คริส ระวัง!” เซร่าตะโกน
กระสุนพลังงานสีเงินพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าสู่หัวใจของผม แต่ผมเพียงแค่สะบัดผ้าคลุมสีดำ เงาที่ขยายตัวขึ้นเหมือนโล่มีชีวิตรับกระสุนนั้นไว้จนแหลกสลาย ผมหยุดเดิน แล้วหันไปมองเงามืดในมุมตึกที่กระสุนถูกยิงออกมา
“ออกมาเถอะครับ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ท่านประธานสมาคม... การซ่อนตัวอยู่หลังลูกน้องไม่ได้ทำให้ท่านดูสูงส่งขึ้นหรอกนะครับ”
ร่างชายชราในชุดสูทเนี้ยบก้าวออกมาจากเงามืด แววตาของเขาไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกขยะแขยงจนถึงไขสันหลัง
“เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ คริส” เขาพูดพลางตบมือเบาๆ “แต่แกคิดจริงๆ หรือว่าการบุกมาถึงที่นี่จะเปลี่ยนความจริงที่ว่า พลังของแกมันก็แค่เศษเสี้ยวของมังกรตัวนั้นที่ฉันเลี้ยงไว้ในกรงขังล่ะ?”
ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่มาจากใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่การสั่นสะเทือนของแผ่นดิน แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนหายใจไม่ออก กรงขังที่เขาว่า... มันไม่ได้มีไว้กักขังมังกร แต่มันมีไว้กักขัง 'ใครบางคน'
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้นหรือความโกรธกันแน่ ผมก็เริ่มไม่แน่ใจ
“ท่านไม่ได้ขังมังกรไว้หรอกครับ...” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน “ท่านกำลังขัง 'พ่อ' ของผมไว้ต่างหาก ใช่ไหม?”
ประธานสมาคมหยุดยิ้ม ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับถูกบางอย่างเข้าครอบงำ เขากดปุ่มรีโมทในมือ ทันใดนั้น ผนังห้องโถงใหญ่ก็พังทลายลง เผยให้เห็นร่างชายวัยกลางคนในสภาพสะบักสะบอมถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่สลักอักขระโบราณ และสิ่งที่ทำให้ผมถึงกับชะงักนิ่งไป คือเขี้ยวสีดำทมิฬที่งอกออกมาจากไหล่ของชายคนนั้น... เขี้ยวของจักรพรรดิมังกรทมิฬ
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขาจ้องมองมาที่ผม ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ผมไม่ได้ยินมานานนับสิบปีออกมาด้วยน้ำเสียงที่บิดเบี้ยวเกินมนุษย์
“คริส... หนีไป... ก่อนที่ 'มัน' จะตื่นขึ้นมาในร่างของพ่อ”
ทันใดนั้นเอง พื้นที่ใต้เท้าของผมก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง เสียงคำรามที่ฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะของพระเจ้าดังก้องมาจากความมืดนั้น พร้อมกับเงาขนาดมหึมาที่กำลังก้าวขึ้นมาจากใต้ดิน... เงาที่มีรูปร่างเหมือนกับผมทุกประการ แต่มันกลับดูมืดมิดและชั่วร้ายกว่านับพันเท่า
นี่คือการเดินทางที่ผมได้เรียนรู้ว่า... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คนอื่น แต่คือ 'เงา' ของตัวเองที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในร่างของผู้ให้กำเนิด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 21
บุกรังศัตรู
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!