“แกทำอะไรลงไป!” คริสคำรามเสียงต่ำ ลำคอของเขาตีบตันด้วยไอความร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากจิตวิญญาณที่แตกสลาย แรงกดดันมหาศาลถาโถมจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม รัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบตัวเขากำลังเปลี่ยนไป เงาทุกแห่งที่เคยซ่อนเร้นบัดนี้บิดเบี้ยวกลายเป็นสีแดงฉานดุจเลือดที่เพิ่งหลั่งริน มันไม่ใช่แค่เงามืดธรรมดา แต่มันคือมหาสมุทรแห่งความโกรธแค้นที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
เซร่าถอยกรูดไปด้านหลัง ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้ซีดเผือด เธอเห็นคริสที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ชายหนุ่มที่เธอเคยร่วมทางมา แต่เป็นปีศาจที่กำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละนิ้ว
“คริส... ฟังฉันก่อน สมาคมมันวางแผนล้อมจับเราไว้หมดแล้ว ถ้าพวกเราไม่ทำแบบนี้—!”
“วางแผนงั้นหรือ?” คริสเค้นหัวเราะ เสียงของเขาเย็นเยียบจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัวบนอากาศรอบข้าง “พวกมันไม่ได้วางแผนเพื่อจับเรา แต่มันกำลังหยามเกียรติของคนที่ตายไปแล้ว!”
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เงาสีแดงฉานที่พื้นดินก็พุ่งขึ้นเป็นรูปหอกนับพันเล่ม พุ่งทะลวงผ่านชั้นดินขึ้นมาด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองทัน บรรยากาศรอบข้างสั่นสะเทือนด้วยเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขัง นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘จักรพรรดิเงา’ พลังที่ไม่ได้มาจากระบบ แต่มันเกิดจากความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำลายล้างความอยุติธรรมทั้งหมดให้สิ้นซาก
“ออกมารับใช้ข้า...” คริสพึมพำ ดวงตาสีดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉากฉานราวกับอัญมณีที่อาบเลือด “แม่ทัพเงาทั้งสาม สละโซ่ตรวนแห่งการหลับใหล และก้าวออกมาสู่โลกที่เน่าเฟะใบนี้เสียที!”
ผืนดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนทหารฮันเตอร์ที่ดักซุ่มอยู่โดยรอบนับร้อยนายต้องเสียหลักล้มลงคุกเข่า พื้นที่ตรงหน้าคริสฉีกออกเป็นรอยแยกมิติสีดำสนิท ก่อนที่ร่างของยักษ์สามตนจะค่อยๆ ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า
แม่ทัพเงาคนแรก ‘คาร์ลอส อดีตอัศวินผู้พิทักษ์’ เขามาพร้อมกับดาบยักษ์ที่แผ่ไอสังหารเข้มข้น ร่างกายกำยำถูกห่อหุ้มด้วยเกราะสีดำทมิฬที่ไม่มีวันแตกสลาย
แม่ทัพคนที่สอง ‘มาดามวิคตอเรีย จอมเวทผู้ถูกลืม’ เธอลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน รอบกายรายล้อมไปด้วยลูกไฟสีน้ำเงินที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เหลือเพียงธุลี
และคนสุดท้าย ‘สเปกเตอร์ นักฆ่าไร้เงา’ ผู้ที่แม้แต่ลมหายใจก็ยังไม่ปรากฏตัวตน เขาหายไปในอากาศธาตุทันทีที่ก้าวข้ามประตูมิติมา
“ท่านคริส... กองทัพของท่านรอคำสั่งอยู่” คาร์ลอสคุกเข่าลง เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องในหัวของคริส มันไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณ
คริสเหลือบมองกองกำลังสมาคมฮันเตอร์ที่เริ่มปรากฏตัวออกมาจากเงามืดของตึกร้างรอบๆ พวกมันถืออาวุธระดับ A ที่สลักลวดลายมนตราสำหรับปราบปรามเงา แต่อย่างไรก็ตาม... สำหรับคริสตอนนี้ อาวุธเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากไม้จิ้มฟัน
“ฆ่าให้หมด” คริสออกคำสั่งสั้นๆ แต่มันกลับฟังดูเหมือนคำพิพากษาประหารชีวิต “อย่าให้เหลือแม้แต่ลมหายใจเดียวที่รู้จักชื่อสมาคมเฮงซวยนี้”
สงครามในคืนนั้นไม่ใช่การต่อสู้ แต่มันคือการสังหารหมู่ แม่ทัพเงาทั้งสามเคลื่อนไหวประสานกันอย่างไร้ที่ติ คาร์ลอสเป็นโล่และดาบที่บดขยี้แนวหน้าของฮันเตอร์ฝ่ายสมาคม วิคตอเรียโปรยปรายเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่เผาไหม้เกราะระดับ A จนละลายติดผิวหนังของพวกมัน ส่วนสเปกเตอร์... เขาคือฝันร้ายที่แท้จริง คมมีดที่มองไม่เห็นกระชากชีวิตศัตรูไปทีละคนด้วยความเร็วที่เหนือชั้น
คริสยืนมองภาพความพินาศนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจเขาเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้จนหมดสิ้น เขาเดินตรงไปยังใจกลางวงล้อมของศัตรู ทุกก้าวที่เดินผ่าน ร่างของฮันเตอร์เหล่านั้นสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำและถูกดูดกลืนเข้าสู่เงาของเขา เพื่อเพิ่มจำนวนกองทัพให้แข็งแกร่งขึ้น
“แกคิดว่าจะหนีพ้นงั้นหรือ คริส!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืด มันคือผู้นำหน่วยกวาดล้างของสมาคม ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ถือครองไอเทมโบราณ ‘กรงขังมิติ’
คริสหยุดเดิน เขาเอียงคอเล็กน้อย มองชายผู้นั้นด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดปลวก “การที่แกยังกล้าโผล่หัวออกมานั่นแหละ คือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแก”
“ตายซะ! พลังของแกมันก็แค่ภาพลวงตา!” ผู้นำหน่วยกดปุ่มบนกรงขังมิติ พลันเกิดตาข่ายแสงสีทองพุ่งเข้าพันธนาการร่างของคริสไว้แน่น มันบีบอัดจนกระดูกของเขาเริ่มลั่น
แต่คริสกลับไม่ขัดขืน เขายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ผู้นำหน่วยต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “รู้ไหม... สิ่งที่แกเห็นในฐานะกรงขัง จริงๆ แล้วมันคืออะไร?”
คริสสะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้น เงาสีแดงฉานที่พื้นดินก็พุ่งขึ้นมาพันธนาการกรงขังแสงสีทองนั้นไว้ และดูดกลืนพลังงานของมันไปจนหมดสิ้น ก่อนที่ตาข่ายทองจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวพลังงานที่ไหลย้อนเข้าสู่ร่างกายของคริส
“มันคืออาหารอันโอชะของจักรพรรดิเงาอย่างไรล่ะ”
คริสพุ่งตัวเข้าหาผู้นำหน่วยในพริบตา มือของเขาคว้าลำคอชายผู้นั้นยกขึ้นเหนือพื้น ความมืดมิดไหลทะลักออกจากฝ่ามือของเขาเข้าสู่ร่างกายของศัตรูอย่างรุนแรง “ก่อนที่แกจะตาย... บอกมา ว่าใครเป็นคนบงการให้พวกแกหักหลังครอบครัวฉัน”
ชายผู้นั้นดิ้นทุรนทุราย ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว “แก... แกไม่มีวันรู้หรอก... ท่านผู้นั้น... เขาไม่ได้อยู่ในมิตินี้... เขาคือ...”
ทันใดนั้น ร่างของผู้นำหน่วยก็ระเบิดออกเป็นละอองเลือด ไม่ใช่เพราะคริสบีบมันจนตาย แต่เป็นเพราะมี ‘บางอย่าง’ สังหารเขาจากภายในเพื่อปิดปาก!
ท่ามกลางเศษเนื้อที่กระจัดกระจาย มีกล่องสีดำสนิทชิ้นหนึ่งตกลงมาที่แทบเท้าของคริส มันสลักลวดลายประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คริสหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เมื่อเขากดเปิดฝากล่อง สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดหยุดลงทันที
มันคือ ‘ดวงตา’ ข้างหนึ่งที่ยังคงเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต... และมันคือดวงตาของพ่อเขาที่ถูกควักออกมา!
เงาที่รายล้อมรอบตัวคริสหยุดนิ่งสนิท ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบของใครบางคนก็ดังสะท้อนออกมาจากดวงตาในกล่องนั้น “ในที่สุด... เจ้าก็ได้รับของขวัญชิ้นแรกแล้วนะ จักรพรรดิเงาตัวน้อยของข้า”
คริสกำกล่องในมือแน่นจนเลือดซึมออกมาจากง่ามนิ้ว เขาหันไปมองมิติเบื้องหน้าที่เริ่มเปิดออกพร้อมกับร่างมหึมาที่แผ่แรงกดดันระดับหายนะก้าวข้ามผ่านออกมา!
ความแค้นที่สั่งสมมานานถึงคราวระเบิดออก หรือนี่จะเป็นจุดจบของทุกสรรพสิ่งกันแน่?
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" นะครับ
Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก•ตอนที่ 32
แม่ทัพเงา
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Phantom: ฮันเตอร์ไร้เงา ปิดฉากหายนะโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!