"หมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วนค่ะน้องพรีม... เลขสวยจำง่าย ไม่ต้องทอนนะ"
นิ้วเรียวยาวของพ่อเดือนคณะสถาปัตย์เคาะลงบนโต๊ะไม้ในร้านกาแฟใต้คณะนิเทศฯ สองครั้ง เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทในยามปกติ ตอนนี้กลับตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับกำลังยื่นซองจดหมายเรียกเก็บภาษีจากสรรพากร
พรีม (พริมา) อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลونออกจากเบ้า เธอก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่โชว์ใบประเมินราคาซ่อมเลนส์กล้องสลับกับใบหน้าลอยชายของนายกรวิชญ์ด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางกบาลในวันที่แดดร่มลมตก
"มะ... หมื่นสอง?!" เสียงของเธอแหลมปรี๊ดจนลูกค้ารuโต๊ะข้างๆ หันมามองเป็นตาเดียว พรีมรีบหุบปากลงครึ่งหนึ่งก่อนจะโน้มตัวข้ามโต๊ะไปกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด "นี่คุณ! เลนส์คุณมันทำด้วยเพชรซีกหรือว่าทำด้วยทองคำแท้จากดาวอังคารคะ ถึงได้แพงหูฉี่ขนาดนี้! ฉันแค่สะดุดขาตัวเองล้มแล้วชนคุณเบาๆ เองนะ!"
"เบา?" กรณ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองหญิงสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นด้วยความโกรธ "ชนเบาจนกล้องกูหลุดจากมือกลิ้งตกบันไดไปสามขั้น จนบอดี้เป็นรอยขูดขีดและโฟกัสพังยับเยิน... น้องพรีมเรียกว่าเบาเหรอครับ หู้ว... มาตรฐานความรุนแรงของเด็กนิเทศนี่น่ากลัวชะมัด"
"ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่คะ! คุณนั่นแหละมายืนขวางทางตรงบันไดทำไมเล่า!"
"อ้าว กลายเป็นความผิดกูเฉย?" กรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพรีมอยากจะควิ๊กซ์เมาส์ขว้างใส่หน้าสักที สภาพของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากแมวส้มหัวร้อนที่ขนฟูฟ่องพร้อมข่วนทุกสิ่ง "ยืนอยู่ดีๆ ก็มีกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามาชนชนกระเด็น แล้วยังจะมาโบ้ยความผิดให้พี่อีกเหรอครับเนี่ย ใจร้ายจังนะเรา"
"ใครกระสุนปืนใหญ่ไม่ทราบ! พูดให้มันดีๆ นะคะคุณกรวิชญ์!" พรีมกัดริมฝีปากแน่น มือเล็กกำโทรศัพท์ในมือจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สมองหมุนจี๋ด้วยความเครียด เงินเก็บในบัญชีตอนนี้เหลืออยู่แค่สามพันกว่าบาท... ใช่ค่ะ สามพันบาทถ้วนที่จะต้องเอาไว้กินข้าว กินชาบู และจ่ายค่าเน็ตห้องพักทั้งเดือน แล้วเธอจะไปหาเงินหมื่นสองมาจากไหนวะเนี่ย! หรือเธอจะต้องขายไตสักข้างให้กับโรงพยาบาลแถวนี้ดี?
น้ำหวาน เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตที่นั่งเงียบมานาน รีบเอื้อมมือมาดึงแขนเสื้อของพรีมเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาปรามเชิงเตือนสติว่าให้ใจเย็นก่อน
"เอ่อ... พี่กรณ์คะ คือพวกเราเป็นแค่เด็กปีหนึ่งเองค่ะ เงินก้อนขนาดนี้มันค่อนข้าง..." น้ำหวานพยายามหาคำพูดที่ดูซอฟท์ที่สุดเพื่อเจรจา "พอจะมีวิธีผ่อนจ่ายสักสิบปี หรือว่าลดหย่อนอะไรลงได้บ้างไหมคะ"
กรณ์หันไปมองน้ำหวาน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะปรายตามองพรีมที่กำลังนั่งทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอย่างนึกสนุก
"ผ่อนจ่ายสิบปีดอกเบี้ยคงท่วมหัวตายพอดีครับน้องน้ำหวาน... แต่เอาเถอะ พี่ก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรขนาดนั้น" กรณ์เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง จงใจทิ้งช่วงให้หัวใจของพรีมเต้นระรัวด้วยความลุ้นระทึก "มันมีวิธีที่ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสดนะ"
พรีมเงยหน้าขวับ ดวงตาสดใสขึ้นมาทันทีราวกับคนจมน้ำแล้วคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ "วิธีอะไรคะ! บอกมาเลย ฉันทำได้หมดแหละ ยกเว้นไปปล้นธนาคารนะ!"
"ไม่ต้องถึงกับปล้นธนาคารหรอกครับ..." กรณ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นชาเขียวมัทฉะลอยเข้าแตะจมูกพรีมจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "อาทิตย์หน้าคณะสถาปัตย์ของเราต้องส่งโปรเจกต์ใหญ่ประกวดการออกแบบพื้นที่สาธารณะ แล้วทีมกูก็ขาดตากล้องมือดีที่จะมาตามเก็บภาพเบื้องหลังการทำงาน ทั้งภาพนิ่งและคลิปสั้นไว้ทำคอนเทนต์ส่งอาจารย์"
พรีมขมวดคิ้วเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ?"
"เกี่ยวเต็มๆ เลยครับ..." กรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองตรงมาที่ดวงตากลมโตของเธอ "มาเป็นตากล้องฝึกหัดส่วนตัวให้กู... ทำงานชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะครบหมื่นสองพันบาท สนใจไหมล่ะครับ?"
"ห๊ะ?! ตากล้องส่วนตัว?" พรีมโพล่งออกมาเสียงดังลั่นจนคนในร้านหันขวับมามองอีกรอบ "นี่คุณจะบ้าเหรอ! ฉันเรียนนิเทศ เอกภาพยนตร์และการแสดงนะคะ ไม่ใช่คณะวิศวะกร้องหรือช่างภาพอาชีพ ถึงฉันจะชอบสตรีมเกมและจับกล้องถ่ายคอนเทนต์บ้าง แต่ให้ไปตามติดชีวิตคุณเพื่อถ่ายรูปงานโปรเจกต์เนี่ยนะ ไม่มีทาง!"
"อ้าวเหรอ นึกว่าเก่ง..." กรณ์แกล้งทำเสียงล้อเลียน ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หี้ "ถ้าไม่อยากทำก็ไม่บังคับครับ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเอาใบเสร็จจากศูนย์ซ่อมไปยื่นให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาให้จัดการหักทุนการศึกษาหรือเรียกผู้ปกครองมารับทราบแทนก็แล้วกันเนอะ ดีลนี้แฟร์ดีออก"
*ไอ้... ไอ้บ้าคนนี้! หน้าตาดีซะเปล่า แต่จิตใจทำด้วยอะไรเนี่ย!*
พรีมอยากจะกรี๊ดใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้คอแตก เธอรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูอาจารย์ฝ่ายปกครองหรือทางบ้าน แม่ของเธอต้องบ่นจนหูชาแถมส่งเสียงตามสายมาเทศนาดยาวสามวันสามคืนแน่ๆ การไปเป็นตากล้องจำเป็นให้ไอ้เดือนคณะจอมกวนคนนี้ ถึงจะน่ารำคาญและเสี่ยงต่อโรคหัวใจวายตายก่อนวัยอันควร แต่มันก็ยังดีกว่าการหาเงินหมื่นสองมาจ่ายสดหรือโดนเรียกผู้ปกครองแน่นอน!
"ฮึ่ย! คุณนี่มัน... เจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลย!" พรีมกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ก็ได้! ฉันตกลง! แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้างานเสร็จเมื่อไหร่ เราถือว่า "หมดหนี้" ต่อกันทันที ห้ามมีข้อแม้เด็ดขาด!"
"ดีมากครับเด็กดี..." กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยความสะใจที่ได้แกล้งคนตรงหน้าจนมุม "พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง เจอกันที่สตูดิโอคณะสถาปัตย์ เตรียมกล้องตัวเก่งของเธอมาด้วยล่ะ... หวังว่าจะไม่ซุ่มซ่ามทำกล้องฉันพังเพิ่มอีกรอบนะ"
พรีมทำหน้าบูดบึ้ง สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่เตรียมจะลุกหนีจากตรงนั้นเพื่อตัดปัญหาความประสาทกิน แต่มือหนาของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับสะกิดเบาๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมา
"อ้าว พรีม น้ำหวาน... อยู่นี่เองเหรอวะ พอดีเลย กูมีเรื่องจะบอก"
ไทด์ เพื่อนสนิทสายชงของกรณ์เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ในมือถือกระดาษตารางงานแผ่นใหญ่
"มีอะไรอีกเล่าไทด์ วันนี้ฉันเจอเรื่องซวยมาทั้งวันแล้วนะ อย่าบอกนะว่าจะมีเรื่องใหม่อีก" พรีมโวยวายใส่ทันที
"ไม่ใช่เรื่องซวยเว้ย..." ไทด์หัวเราะร่าเริง ก่อนจะหันไปมองหน้ากรณ์ที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่แล้ว "คืออาจารย์สั่งเปลี่ยนกฎกะทันหันว่ะ... โปรเจกต์ที่ไอ้กรณ์มันต้องทำร่วมกับคณะนิเทศฯ ของเธอเนี่ย นอกเหนือจากตากล้องทั่วไปแล้ว คณะเขาบังคับให้ "จับคู่บัดدي" ทำงานร่วมกันแบบตัวติดกันตลอดโปรเจกต์สองเดือนเต็ม เพื่อความสมจริงในการบูรณาการข้ามคณะ"
พรีมชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน เธอกะพริบตาปริบๆ หันขวับไปมองหน้าไทด์สลับกับกรณ์ที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้
"หมายความว่า..." พรีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "ฉันต้องเป็นบัดดี้คู่หูกับอีตาบ้านี่... ตลอดสองเดือนเต็มเหรอ?"
"แม่นแล้วครับน้องพรีม..." กรณ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน แต่แววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม ชายโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียว กระซิบเบาๆ ด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของพรีมกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมที่หนึ่งของพี่นะครับ... คุณบัดดี้ตัวน้อย"
ชาพีชหวานน้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมวงความวุ่นวายในตอนนี้นะคะ
เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม•ตอนที่ 2
ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายด้วยแรงงาน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!