“พรีม ตั้งสติหน่อยยัยเด็กโง่!”
ฉันยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง หลังจากที่ผู้ชายอันตรายคนนั้น—กรวิชญ์ เดือนคณะสถาปัตย์ตัวแสบ—เดินทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วผละออกไปหน้าตาเฉย ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันบ้าชัด ๆ! ฉันเป็นสตรีมเมอร์สาวฝีปากกล้าที่ฟาดกับเกรียนคีย์บอร์ดมานักต่อนัก ทำไมพอมาเจอ “มุกหยอด” เลเวลอนุบาลของนายบ้านั่นทีไร ถึงได้กลายเป็นยัยใบ้กินทุกทีนะ
“แกหน้าแดงแจ๋เลยว่ะพรีม เป็นลมแดดหรือว่าโดนของจากไอ้พี่กรณ์เขาล่ะเนี่ย” น้ำหวานเดินถือแก้วชานมไข่มุกเข้ามาใกล้ พร้อมกับหรี่ตามองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
“ของบ้าอะไรเล่า! ร้อนต่างหาก สตูดิโออะไรก็ไม่รู้ แอร์เสียหรือไงถึงได้อบอ้าวขนาดนี้” ฉันแก้ตัวเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ พร้อมกับคว้าขวดน้ำเปล่าขึ้นมาเปิดฝากระดอกดื่มอั๊ก ๆ เพื่อดับความร้อนผ่าวที่ลามเลียไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ
แต่ดูเหมือนฉันจะรีบเกินไปหน่อย...
“แคก ๆ! แคق!”
น้ำเย็นจัดไหลสำลักหลอดลมจนฉันต้องไอโขลกออกมาหน้าดำหน้าแดง น้ำหวานรีบเข้ามาลูบหลังให้เป็นการใหญ่ พร้อมกับส่งทิชชูมาให้ด้วยความตกใจ
“โอייה ยัยพรีม! กินยังไงให้เหมือนคนจะลงแดงตายเนี่ย เห็นไหมล่ะ ร้อนตัวจนสำลักน้ำเลยนะเรา”
“ก็... ก็มัน...” ฉันพยายามจะเถียง แต่เสียงมันกลับแหบแห้งจนน่าอนาถ ดวงตาคู่เก่งร้อนผ่าวเพราะฤทธิ์ของการสำลัก และในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นเพื่อสูบอากาศเข้าปอด
เงาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง... ให้ตายเถอะ นี่เขาเดินวนอยู่ในสเตอริโอหรือว่ามีสกิลวาร์ปกันแน่เนี่ย!
“เป็นห่วงก็บอกว่า เป็นห่วง... ไม่เห็นต้องสำลักน้ำโชว์พี่ขนาดนี้เลยนี่ครับ เด็กน้อย”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยหัวเราะนิด ๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากหยักได้รูป กรณ์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ในระดับสายตาเดียวกับฉัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นพราวระยับไปด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่เห็นแล้วอยากจะหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง ๆ
“ใคร... ใครเป็นเด็กน้อยของคุณกันคะรุ่นพี่! แล้วก็ถอยไปไกล ๆ เลยนะ ฉันหายใจไม่ออก!” ฉันแหวใส่เสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามขยับตัวถอยหนีแต่ติดเก้าอี้กองถ่ายจนมุม
“อ้าว ก็เห็นหน้าแดงแจ๋แถมสำลักน้ำซะขนาดนั้น นึกว่าเป็นห่วงกลัวพี่จะเหนื่อยงานซะอีก” กรณ์ไม่พูดเปล่า เขายื่นมือหนามาถือวิสาสะใช้ทิชชูในมือฉันซับหยดน้ำที่เปรอะเปื้อนตรงมุมปากให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาฉันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เสียงทีมงานที่กำลังจัดไฟในสตูดิโอราวกับอยู่ไกลออกไปเป็นล้านปีแสง ในหัวของฉันตอนนี้มีเพียงกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก กับสายตาแพรวิบวับคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
“อะแฮ่ม! ดูเหมือนแถวนี้ออกซิเจนจะน้อยเกินไปนะว่าไหม น้ำหวาน... แก
ว่าเราควรไปหาอะไรกินแถวหน้ามอดีกว่า ปล่อยให้คนแถวนี้เขาสวีทกันตามสบายเถอะ” ไทด์โผล่พรวดเข้ามาขัดจังหวะด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม พร้อมกับลากแขนน้ำหวานออกไปอย่างรู้หน้าที่ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้อ้าปากปฏิเสธเลยสักนิด
“ไอ้ไทด์! ไอ้เพื่อนทรยศ!” ฉันตะโกนไล่หลังเสียงหลง แต่สองคนนั้นกลับโบกมือหยอย ๆ แล้วเดินหายลับไปหลังฉากอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้... ท่ามกลางสตูดิโอที่เริ่มเงียบสงบลง เหลือเพียงแค่ฉันกับตาบ้านี่สองต่อ and two เท่านั้น
“เพื่อนเธอนี่รู้ความดีนะ” กรณ์ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาว ๆ ก้าวเข้ามาประชิดจนฉันต้องแหงนคอมอง “ไหน ๆ ก็ว่างแล้ว ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่า พี่เลี้ยงเอง... ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้สาวสวยแถวนี้สำลักน้ำจนหน้าดำหน้าแดง”
“ไม่ว่างค่ะ! ฉันต้องรีบกลับไปเตรียมตัวไลฟ์สตรีมเกมต่อนะคะรุ่นพี่ เชิญไปเลี้ยงคนอื่นเถอะค่ะ” ฉันเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามทำตัวให้ดูน่าหมั่นไส้ที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่มันดังเกินพิกัดไปแล้ว
“โห ใจร้ายจัง...” กรณ์แกล้งทำเสียงงอนระคนอ้อน ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด “งั้นเปลี่ยนเป็น... นั่งไลฟ์ที่ห้องพี่ไหมล่ะ? พี่มีทั้งเน็ตแรง ๆ และขนมอร่อย ๆ คอยซัพพอร์ต รับรองว่ายอดวิวพุ่งกระฉูดแน่นอน”
“เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย! ถอยไปเลยนะ!” ฉันผลักอกกว้างของเขาเบา ๆ เพื่อเปิดทางหนี แต่คนตัวโตกลับคว้าข้อมือฉันไว้หลวม ๆ ไม่ยอมปล่อย แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
“ไม่ได้เพ้อเจ้อสักหน่อย...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “พี่พูดจริง... และก็ไม่ได้พูดเล่นด้วย”
ดวงตาคมกริบที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความจริงจังที่วับแวบอยู่หลังแววตาขี้เล่น ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้โลกทั้งใบราวกับแคบลงเหลือเพียงแค่เราสองคน
และก่อนที่ฉันจะได้สติเอ่ยปากด่าอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนที่อยู่ในกระเป๋าก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดพอดี ฉันอาศัยจังหวะนั้นสะบัดมือออกจากการเกาะกุมอย่างทุลักทุเล แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดปนโล่งใจ
แต่ทว่า... ข้อความล่าสุดที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแชต กลับทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึกลงไปทันที
*[กรณ์วิชญ์]: พรีม... จริง ๆ แล้วที่ตามจีบอยู่ทุกวันเนี่ย... ไม่ได้แปลว่าว่างนะ*
*[กรณ์วิชญ์]: แต่เพราะพื้นที่ในใจมันว่าง... และมีไว้ให้เธอคนเดียวต่างหากล่ะ*
ให้ตายเถอะ! นี่เขาส่งข้อความนี้มาตอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันเนี่ยนะแถมพอกดจะกดยกเลิก นิ้วซุกซนของเจ้าตัวก็ดันกดส่งซ้ำไปอีกรอบหน้าตาเฉย!
ฉันเงີยหน้าขึ้นมองเจ้าของข้อความด้วยความตกตะลึง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
“อะ... ไอ้คนบ้า!”
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะเวียนมาอมยิ้มและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม•ตอนที่ 7
มุกเสี่ยวเคี้ยวเพลิน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!