เสียงเบสหนักๆ จากลำโพงบลูทูธตัวยักษ์ที่เปิดคลอในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ชื่อดังแถวมหาวิทยาลัย แทบจะกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะของพรีมจนมิด... ถ้าไม่ติดว่ายัยน้ำหวานเพื่อนรักกำลังใช้ศอกสะกิดสีข้างเธอแรงๆ จนน้ำเก๊กฮวยในแก้วแทบกระฉอกออกมาเลอะเสื้อยืดโอเวอร์사이즈ตัวโปรด
"แก... ยัยพรีม มองอะไรค้างขนาดนั้นวะ น้ำลายจะไหลลงไปในยำรวมมิตรอยู่แล้วนะนั่น" น้ำหวานกระซิบรัวๆ พร้อมกับทำหน้าล้อเลียนแบบที่เห็นแล้วอยากจะคว้าทิชชูมาปาใส่หน้าสักสိပ်รอบ
"พูดอะไรของแกน้ำหวาน ฉันแค่... มองไฟประดับร้านต่างหาก สวยดีออก" พรีมรีบแก้ตัวเสียงสูง ปฏิเสธพัลวันทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู สายตากลอกกลิ้งหนีภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ซึ่งกำลังยืนยิ้มพิมพ์ใจอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนคณะสถาปัตย์ฝั่งตรงข้าม
ให้ตายเถอะ... หลังจากประโยคชวนหัวใจวายพองโตเมื่อคืนก่อนที่ริมรั้วมหาลัย วันนี้ยัยเพื่อนตัวแสบอย่างไทด์ก็ลากเธอมายัดเยียดร่วมวงปาร์ตี้ฉลองโปรเจกต์ผ่านของปีสามจนได้ ด้วยเหตุผลโคตรคลาสสิกที่ว่า 'มาเนียนกินฟรี' แต่ดูทรงแล้ว คนที่กำลังจะอกแตกตายเพราะความเขินไม่ใช่ใครที่ไหน... ก็เธอนี่แหละ!
"หรอจ๊ะ มองไฟหรือมองเดือนคณะสถาปัตย์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงแถวนั้นกันแน่" ไทด์ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ จู่ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาแซوด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์พ่อสื่อตัวพ่อ "แหม กรณ์มันยืนเก๊กหล่อจนคอจะหักอยู่แล้วนะพรีม ไม่คิดจะเดินไปเสิร์ฟน้ำให้มันหน่อยเหรอ เห็นว่าคอแห้งตั้งแต่ตอนที่แกวิ่งหนีมันเมื่อวานแล้วมั้ง"
"ไอ้ไทด์! ปากดีนักนะ เดี๋ยวแม่ก็เอาพริกหยวกในยำนี่ป้ายหน้าซะเลยนี่!" พรีมแหวลั่น ยกมือขึ้นทำท่าจะโบกหัวเพื่อนสนิทจอมกวนประสาทสักที แต่ไทด์ก็ไวกว่า หลบฉากไปยืนหัวingร่อร่าอยู่ข้างหลังกรณ์ที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบพอดี
รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของกรณ์ปรากฏขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่พรีมราวกับจะหยั่งรู้ความคิดในหัวสมองของเธอทุกอย่าง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะที่เธอนั่งอยู่
"ใครจะป้ายหน้าใครนะ เมื่อกี้ได้ยินแวบๆ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นไอเย็นของเครื่องปรับอากาศลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้พรีมต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองจานยำในมือแทน
"ไม่มีอะไร! ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้นแหละ!" พรีมตอบเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการตักเส้นม่ามาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แบบไม่มองหน้า
กลุ่มเพื่อนๆ ในโต๊ะเริ่มส่งเสียงแซวกันเซ็งแซ่ เมื่อเห็นว่าเดือนคณะสุดฮอตจงใจเดินมานั่งคุมเชฟสตรีมเมอร์สาวปีหนึ่งถึงที่ ยิ่งไอ้ไทด์กับน้ำหวานด้วยแล้ว ยิ่งประสานเสียงกันชงเข้มจนแก้วแทบแตก
"อุ๊ย แถวนี้ควันหลงจากงานเมื่อวานมันแรงเนอะว่าไหมทุกคน" น้ำหวานเปิดประเด็นด้วยเสียงสูงชวนหมั่นไส้ "มีคนแถวนี้วิ่งหนีผู้ชายเพราะเขินจนหน้าดำหน้าแดงด้วยแหละแก"
"จริง ปล่อยให้คนแถวนี้รอคำตอบตั้งนาน สุดท้ายวิ่งเร็วยิ่งกว่านักวิ่งทีมชาติอีก" ไทด์เสริมทัพด้วยสีหน้าจริงจังเกินเบอร์
พรีมสำลักเส้นม่ามาทันที ไอคแคกๆ จนหน้าดำหน้าแดง ยัยพวกเพื่อนทรยศ! นี่มันขายเธอกลางตลาดสดชัดๆ!
ในจังหวะที่พรีมกำลังจะอ้าปากเถียงแล้วพ่นไฟใส่วีรกรรมจอมปลอมของเพื่อนรัก มือหนาของคนที่นั่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยื่นแก้วน้ำเย็นจัดมาวางตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวล พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เอื้อมมาลูบเบาๆ ที่แผ่นหลังให้อย่างอ่อนโยนเพื่อบรรเทาอาการสำลัก
สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้พรีมตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เสียงโห่แซwรอบโต๊ะเงียบกริบลงไปชั่วขณะเมื่อกรณ์หันไปส่งสายตาดุใส่เพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความดุเบาๆ
"พอก스เถอะพวกแก เดี๋ยวเด็กมันตกใจกลัววิ่งหนีรอบสองขึ้นมาจริงๆ ฉันตามเหนื่อยนะ" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่มองพรีมกลับพราวระยับไปด้วยความเอ็นดู
"ใครตกใจ! ใครกลัวนายกันหะ!" พรีมรีบปัดมือเขาออกแล้วเงີยหน้าขึ้นโวยวายกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ฉันแค่สำลักเส้นต่างหากเล่า! ไม่ได้กลัวนายสักหน่อย!"
"อ่าฮะ... ไม่ได้กลัวก็ไม่ได้กลัวครับ" กรณ์อมยิ้มรับคำ พลางขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชิดกัน "แต่ถ้าคราวหน้าจะวิ่งหนีฉันอีก... ช่วยบอกล่วงหน้าด้วยนะ จะได้วิ่งตามทัน ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันยืนเคว้งอยู่คนเดียวแบบเมื่อวาน"
คำพูดกำกวมกับสายตาที่ทอดมองมาอย่างมีความหมาย ทำเอาพรีมรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง ใบหน้าที่พยายามทำเป็นดุใส่เขาเมื่อครู่ ร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องรีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามยังไงก็ไม่ยอมหุบ
"ใครจะไปวิ่งตามนายเล่า เพ้อเจ้อ!" พรีมพึมพำเสียงเบา หันไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวเร็วจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน
ปาร์ตี้ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและความครึกครื้น แต่สำหรับพรีมแล้ว โลกทั้งใบ parece เหมือนจะหดเหลือแค่พื้นที่ตรงนี้... พื้นที่ที่มีกลิ่นอายของเขา และรอยยิ้มกวนๆ ที่ทำเอาเธอแพ้ทางราบคาบมาตลอด
จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนต่างทยอยแยกย้ายกันกลับหอพัก พรีมเดินแยกออกมากับน้ำหวานเพื่อเดินลัดสนามหญ้าใต้แสงไฟสลัวของมหาลัยลมหนาวพัดโชยมาเบาๆ ทำให้ต้องกระชับเสื้อกันหนาวเข้าหากัน
"แหม... วันนี้มีคนโดนหยอดจนตัวจะแตกเป็นโกโก้ครั้นช์เลยนะจ๊ะ" น้ำหวานแซวขึ้นระหว่างทางเดิน
"น้ำหวาน แกเงียบไปเลยนะ!" พรีมค้อนใส่เพื่อนรักวงใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกางเกงดังขึ้น
*Ping!*
พรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความ LINE ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
**[Kon_Kwanz: ถึงห้องยัง?]**
พรีมก้มมองหน้าจอ ยืนนิ่งอยู่ใต้เสาไฟสลัว เม้มปากแน่นด้วยความลังเลว่าจะตอบกลับว่าอะไรดี นิ้วเรียวเล็กกำลังจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า *"ถึงแล้วค่ะ นายล่ะ"* แต่จู่ๆ หน้าจอก็แสดงสถานะว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความบางอย่างยาวเหยียดเข้ามาซะก่อน
**[Kon_Kwanz: พรีม... เรื่องที่คุยค้างไว้เมื่อวาน ที่ฉันบอกว่าเหตุผลที่ต้องหนี... ความจริงแล้ว...]**
ข้อความถูกพิมพ์ค้างไว้เพียงแค่นั้น ก่อนที่สถานะ 'กำลังพิมพ์' จะหายไป และตามมาด้วยข้อความใหม่ที่สั้นห้วนแต่ทำเอาลมหายใจของพรีมสะดุดกึก
**[Kon_Kwanz: ช่างเถอะ... พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกต่อหน้าเธอเอง ห้ามหนีอีกนะ]**
ยังไม่ทันที่พรีมจะได้ตั้งสติกับข้อความนั้น หน้าจอมือถือก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยการโทรเข้าแบบ Video Call จากชื่อ **"กรณ์ (เดียวนายโดนดี)"** ที่กำลังสั่นกระดืออยู่บนหน้าจอ และสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวมาจากมุมตึกมืดๆ พร้อมกับโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหอพักหญิงฝั่งตรงข้ามพอดี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความโบ๊ะบ๊ะนี้เสมอนะคะ
เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม•ตอนที่ 10
งานเลี้ยงคณะที่อลหม่าน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดือนคณะสุดกวนกับยัยปีหนึ่งสายสตรีม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!