ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 21

ความริษยาของคนในสำนัก

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"กฎเหล็กแห่งสำนักกระบี่เหมันต์มีไว้เพื่อธำรงความบริสุทธิ์ของวิถีเซียน มิใช่เพื่อรองรับความมักง่ายของผู้ใด เจ้าสำนัก... ท่านกำลังทำลายเกียรติภูมิที่บรรพชนสั่งสมมานับพันปีด้วยมือของตนเอง!" เสียงกัมปนาทของผู้อาวุโสไป๋ฮั่นดังสะท้อนก้องทั่วตำหนักพิพากษาอัสนี บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ถูกกดทับด้วยไอสังหารหนาแน่นจนศิษย์สายในที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างหลั่งเหงื่อกาฬด้วยความหวาดกลัว ผนังหินแกรนิตสีดำสนิทถูกสลักด้วยค่ายกลผนึกปราณนับร้อยชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้พลังของยอดฝีมือรั่วไหลออกไปสร้างความเสียหายแก่ภายนอก ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาและมุ่งร้ายนับคู่ แสงเทียนสีครามวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าเรียบนิ่งดั่งน้ำแข็งสลักของมู่หรงเซียน นางประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์หยกขาวด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ไหวระริกตามจังหวะการหายใจ แม้รอบกายจะถูกรายล้อมด้วยเหล่าผู้อาวุโสหัวโบราณที่พร้อมใจกันรุมประณาม แต่นางมิได้แสดงความหวาดหวั่นออกมาแม้แต่น้อย "ความบริสุทธิ์ที่ท่านว่า... คือการตัดสินผู้อื่นด้วยอคติและความริษยาอันน่าสมเพชกระนั้นหรือ ผู้อาวุโสไป๋?" มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนผู้ฟังต้องสะท้านสะเทือนถึงขั้วกระดูก "ฉินอวี้คือนักปรุงค่ายกลผู้พลิกสถานการณ์ในยุทธภพ ช่วยชีวิตศิษย์ในสำนักนับร้อยจากค่ายกลมารโลหิต เหตุใดการที่ข้าสนทนากับเขาจึงกลายเป็นความผิดมหันต์ถึงขั้นต้องใช้กฎมนตราโบราณมาชำระล้าง?" "เพราะเขาไม่มีรากปราณ! เขาเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่ใช้เล่ห์กลนอกคอก!" ผู้อาวุโสไป๋ฮั่นตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้าเจ้าสำนักด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาฝ้าฟางฉายแววโลภในวิชาค่ายกลที่ฉินอวี้ครอบครอง "ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วสามพันยุทธภพแล้วว่า เจ้ามอบ 'ป้ายหยกมังกรเหมันต์' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเจ้าให้แก่ชายผู้นั้น ทั้งคู่ยังปลีกวิเวกอยู่ในเขตหวงห้ามหลังเขาถึงสามวันสามคืน หากนี่มิใช่การทำผิดจารีตประเพณี มิใช่การสมคบคิดกับคนนอกเพื่อทรยศสำนัก แล้วจะให้เรียกว่าอันใด!" คำกล่าวหาอันร้ายกาจพุ่งชนเข้าใส่ดั่งพายุหิมะ ภายในโถงประชุมพลันตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด ศิษย์หลายคนก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเยาะหยัน ความริษยาเป็นพิษร้ายที่กัดกินจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรมานักต่อนัก เมื่อมู่หรงเซียนผู้เย่อหยิ่งและไร้พ่ายมาตลอดชีวิต กลับแสดงท่าทีปกป้องชายหนุ่มไร้รากปราณผู้หนึ่งอย่างออกนอกหน้า ย่อมทำให้เหล่าผู้อาวุโสที่เคยถูกนางกดขี่ข่มเหงด้วยฝีมือและคุณธรรมสบช่องทางในการโค่นล้ม ในขณะที่มู่หรงเซียนกำลังจะสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อแผ่ซ่านลมปราณเหมันต์กดดันกลุ่มคนหน้าไหว้หลังหลอกเหล่านี้ ประตูหินหนักอึ้งนับหมื่นชั่งของตำหนักพิพากษาอัสนีก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง *ครืนนน—!* แรงระเบิดพลังปราณอันไร้รูปพุ่งทะยานเข้ามาก่อนที่ประตูจะเปิดเสียอีก ค่ายกลผนึกปราณระดับเจ็ดที่ปกป้องตำหนักอยู่เกิดรอยร้าวขึ้นอย่างฉับพลันราวกับใยแมงมุม ผู้อาวุโสไป๋ฮั่นและคนอื่นๆ หน้าถอดสีทันที พวกเขาแผ่จิตสัมผัสออกไปสำรวจ แต่กลับพบว่าพลังที่กดดันเข้ามานั้นมิได้มาจากความรุนแรงป่าเถื่อน ทว่ามันคือ 'ความเข้าใจในกฎสวรรค์' ที่ลึกซึ้งจนน่าสะพรึงกลัว! ร่างเงาหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างช้าๆ ฉินอวี้สวมชุดคลุมยาวสีเทาเรียบง่าย เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยปิ่นไม้ธรรมดา มือข้างหนึ่งไขว้หลัง อีกมือถือพัดจารึกอักขระโบราณที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองจางๆ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ถึงดวงตา ดวงตาดำขลับคู่นั้นดั่งห้วงจักรวาลที่ไร้ก้นบึ้ง เพียงแค่เขากวาดสายตามองผ่าน เหล่าผู้อาวุโสที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับรู้สึกราวกับถูกกระบี่นับพันเล่มจ่ออยู่ที่คอหอย "พวกท่านกล่าวหาว่าข้าใช้เล่ห์กลนอกคอก... และกล่าวหาว่าเจ้าสำนักมู่ทำผิดจารีต?" น้ำเสียงของฉินอวี้ราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคน เขาเดินเคียงคู่เข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างระหงของมู่หรงเซียนอย่างออาจ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเย็นชาที่เคยใช้มองโลกหล้าพลันอ่อนแสงลง เหลือเพียงความอบอุ่นที่มอบให้เขาผู้เดียว "ฉินอวี้! ที่นี่คือตำหนักพิพากษาอัสนี เจ้าเป็นเพียงคนนอก มีสิทธิ์อันใดมาร่วมวงสนทนา!" ผู้อาวุโสไป๋ฮั่นกัดฟันกรวด ฝืนต้านแรงกดดันทางจิตวิญญาณแล้วตะโกนขึ้น ฉินอวี้ไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย เขาเพียงยกพัดในมือขึ้นเคาะเบาๆกลางอากาศ *เปรี๊ยะ!* อักขระโบราณนับแสนตัวปรากฏขึ้นรอบตัวเขาในพริบตา พวกมันหมุนวนเป็นค่ายกลดาราเคลื่อนย้าย ก่อตัวเป็นม่านแสงสีทองอร่ามที่กดทับค่ายกลเดิมของตำหนักจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผง ในมือของเขาไม่ได้ถือกระบี่ ไม่ได้มีปราณรบพุ่งรุนแรง ทว่าเขากลับใช้ 'ปัญญา' และ 'กฎสวรรค์' บีบให้ยอดฝีมือขอบเขตผันแปรสวรรค์อย่างไป๋ฮั่นคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่ต้องลงมือด้วยซ้ำ! "สิทธิ์ของข้าหรือ?" ฉินอวี้ก้าวเข้าไปใกล้ผู้อาวุโสไป๋ที่กำลังใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาภายใต้แรงกดดันระดับมหาศาล "สิทธิ์ในการตบหน้าพวกท่านที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่มากลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์อย่างไรเล่า..." เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับมู่หรงเซียนที่มีประกายความพึงพอใจพาดผ่านแววตาคู่สวย ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรกก็ดังแทรกขึ้นจากเงาดำเบื้องหลังเสาหินหลักของตำหนัก... "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นคู่รักที่กล้าหาญยิ่งนัก ฉินอวี้... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการทำลายค่ายกลกระจอกเหล่านี้ จะทำให้เจ้าปกป้องนางพญาเหมันต์ผู้นี้ได้พ้นเงื้อมมือของ 'นิกายโลหิตทมิฬ'?" ร่างของชายชุดดำสวมหน้ากากกระดูกอสูรปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วสารทิศ ในมือของมันถือป้ายหยกประจำตัวของมู่หรงเซียนที่ควรจะอยู่กับฉินอวี้... และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนหน้าอกของศิษย์สายในที่ยืนเฝ้าประตูด้านนอก ปรากฏรอยแผลกระบี่ที่ปักทะลุหัวใจอย่างแม่นยำ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%