ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 22

การตัดสินใจของนางเซียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงเอ่ยปากท้าทายกฎเหล็กพันปีของสำนักกระบี่เหมันต์!" เสียงคำรามของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอวินัยดังก้องกังวาน สะท้อนผาหิมะหมื่นปีจนเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงมาดั่งฝ้ายโปรยปราย บรรยากาศ ณ ลานพิธีบูรพาตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับลงมาหมายให้ร่างของผู้อยู่เบื้องล่างคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว ทว่า... ฉินอวี้ยังคงยืนหยัดหลังตรงดั่งกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ปักษาอยู่กลางพายุ ชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านของเขาพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่กดดัน รอบกายปรากฏแสงเรืองรองจางๆ ของค่ายกลดาราเก้าสวรรค์ที่เขาแอบสลักไว้บนพื้นหิมะอย่างแนบเนียนด้วยปลายนิ้วเมื่อเค่อก่อน แม้เขาจะไร้ซึ่งเส้นชีพจรลมปราณที่แข็งแกร่ง ทว่าความเข้าใจในกฎสวรรค์และอักขระโบราณของเขากลับกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่ามหาสมุทร "กฎเหล็กอันใด? กฎที่สร้างขึ้นโดยผู้อ่อนแอเพื่อกักขังผู้แข็งแกร่ง หรือกฎที่ใช้สนองตัณหาความหวาดกลัวของคนแก่ใกล้ลงโลงเช่นท่าน?" ฉินอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวน้ำเหล็กหลอมร้อนที่สาดซัดลงบนใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโส "สามหาว!" ผู้อาวุโสสูงสุดบันดาลโทสะ ฝ่ามือลมปราณรูปกระบี่พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ทรวงอกของฉินอวี้ในพริบตา ความเร็วนั้นรวดเร็วจนผู้คนมองตามไม่ทัน รัศมีกระบี่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อย丈ให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างฉินอวี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย นิ้วมือขวาดีดออกเบาๆ อักขระสีทองโบราณสามตัวลอยวนเวียนขึ้นจากพื้นหิมะ บิดเบือนมิติในเสี้ยววินาที แรงกดดันจากฝ่ามือนั้นถูกหักเหออกไปยังเบื้องข้างอย่างไร้ร่องรอย ระเบิดภูเขาน้ำแข็งลูกย่อมๆ ด้านหลังจนพังทลายลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "วิชาอักขระพลิกนภา... เจ้าเด็กนี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!" ผู้อาวุโสอีกคนอุทานด้วยความตื่นตระหนก ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะลุกลามบานปลายจนกลายเป็นศึกนองเลือด ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่เหมันต์ก็พลันมืดครึ้มลงอย่างไร้สาเหตุ หิมะที่โปรยปรายหยุดชะงักงันกลางอากาศ ไอเย็นยะเยือกที่บริสุทธิ์และสูงส่งจนสรรพชีวิตต้องสั่นสะท้านแผ่ซ่านลงมาจากยอดเขาสูงสุด เงาร่างหนึ่งก้าวเดินลงมาจากกลีบเมฆ ราวกับเทพเซียนผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาวเคลียแผ่นหลัง ใบหน้างดงามล้ำเลิศไร้ที่ติทว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไม่ได้มองไปยังเหล่าผู้อาวุโส หรือแม้แต่ศัตรูจากสำนักภายนอก แต่มันกลับทอดมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย นางคือ "มู่หรงเซียน" เจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ และเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนบูรพา "คารวะท่านเจ้าสำนัก!" เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสรีบประสานมือคำนับด้วยความยำเกรง มู่หรงเซียนมิได้เอ่ยวาจาใดๆ นางก้าวเท้าเดินผ่านหมู่ชนราวกับเดินอยู่บนผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น กลิ่นอายกระบี่ประจำตัวของนางบริสุทธิ์และน่าสะพรึงกลัวจนไม่มีใครกล้าสบตา จนกระทั่งนางมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของฉินอวี้ ร่างระหงหยุดนิ่ง ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "เจ้าทำเกินไปแล้ว..." มู่หรงเซียนเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่หากผู้ใดตั้งใจฟังให้ดี จะรับรู้ได้ถึงความสั่นเครือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันนั้น ฉินอวี้เงยหน้าขึ้นสบตากับนาง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอาจหาญ "หากข้าไม่ทำเช่นนี้ แล้วข้าจะได้ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าเช่นนี้หรือ? มู่หรงเซียน เจ้าก็รู้ดีว่าข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด" หัวใจของนางเซียนผู้สูงศักดิ์กระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตที่ฉินอวี้เคยใช้ชีวิตและตายแทนค่ายกลปกป้องนางในดินแดนลับแลผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความเย็นชาที่นางสะสมมาตลอดหลายร้อยปีพังทลายลงในพริบตาเดียว นางค้นพบว่า... หัวใจที่เคยด้านชาดั่งน้ำแข็งของตน กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงให้กับความทะนงตนและความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของชายหนุ่มผู้นี้ "เจ้าสำนัก! ท่านจะปล่อยให้เด็กนอกรีตคนนี้หยามเกียรติสำนักเราไม่ได้นะขอรับ!" ผู้อาวุโสสูงสุดแผดเสียงเตือนสติ "ตามกฎของสำนัก ผู้ใดที่นำพาความวุ่นวายและขัดขวางวิถีแห่งกระบี่เหมันต์ จะต้องถูกเนรเทศและริบตำแหน่งทั้งหมด! และท่าน... ในฐานะเจ้าสำนัก หากท่านยังปกป้องเขา ท่านจะต้องสละตำแหน่งเจ้าสำนักและส่งมอบกระบี่เหมันต์โลหิตคืนแก่บรรพชน!" ความเงียบเข้าปกคลุมลานพิธีทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังมู่หรงเซียน การสละตำแหน่งเจ้าสำนัก หมายถึงการสูญเสียทรัพยากรทั้งหมด การถูกตัดขาดจากรากฐาน และการเผชิญหน้ากับบททดสอบอันโหดร้ายของสำนักกระบี่เหมันต์ สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว ตำแหน่งนี้คือเกียรติยศและชีวิต ฉินอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่อยากให้นางต้องมาแบกรับภาระแทนตน "มู่หรงเซียน เจ้าไม่ต้อง..." "หุบปากของเจ้าเสีย ฉินอวี้" มู่หรงเซียนหันมามองเขา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและประกายแสงแห่งความอ่อนโยนที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว นางค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดป้ายประจำตำแหน่งเจ้าสำนักสีทองอร่ามที่ประดับอยู่บริเวณเอวออก วางมันลงบนแท่นศิลาด้วยความมั่นคง เสียงโลหะกระทบหินดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน "ข้ามู่หรงเซียน ขอประกาศณ ที่นี้..." เสียงกังวานใสดุจระฆังแก้วดังสะท้อนไปทั่วขุนเขา "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าขอสละตำแหน่งเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ และคืนกระบี่เหมันต์โลหิตแก่บรรพชน!" เหล่าผู้อาวุโสหน้าถอดสี ไม่อยากเชื่อว่านางจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อบุรุษผู้ไม่มีแม้แต่เส้นชีพจรลมปราณคนเดียว มู่หรงเซียนหันกลับมาหาฉินอวี้ รอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวน้ำค้างยามเช้าปรากฏขึ้นบนใบหน้านางเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี งดงามจนดวงดาวบนท้องฟ้ายังต้องดับแสง "ข้าไม่ได้ปกป้องเจ้าเพราะตำแหน่งเจ้าสำนัก..." มู่หรงเซียนกระซิบแผ่วเบา ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องในใจของฉินอวี้ "แต่ข้าปกป้องเจ้า... เพราะเจ้าคือวิถีกระบี่เดียวในใจของข้า" นางเอื้อมมือเรียสงดงามออกไปหมายจะกุมมือของเขา ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าของทั้งสองก็ปริแตกออกเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ! กลิ่นอายอสูรโบราณอันน่าสะพรึงกลัวทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้อนมาจากความว่างเปล่า "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งยิ่งนัก... แต่น่าเสียดายที่วันนี้ ไม่มีใครรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว!" ร่างเงาทมิฬสวมเกราะกระดูกมารสูงสิบจั้งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับคมดาบมหึมาที่พุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของมู่หรงเซียนโดยไร้สัญญาณเตือน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%