ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 23

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ความเงียบงันมักน่าสะพรึงกลัวกว่าเสียงคำรามกึกก้อง... โดยเฉพาะความเงียบที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความตายของค่ายกลเจ็ดดาราดับสุริยันต์ที่ฉินอวี้บรรจงสลักศิลาลงไปล่วงหน้าถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน “พวกมันก้าวเข้ามาในเขตแดนชั้นนอกแล้วครับ... แม่นางมู่หรง” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังขึ้นจากบุรุษหนุ่มผู้ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ดวงตาคู่คมกวาดมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยแววตาสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้เบื้องหน้าจะเป็นกองทัพอสูรโลหิตนับหมื่นที่นำโดยแม่ทัพปีศาจขอบเขตราชันโลหิตขั้นสมบูรณ์ก็ตาม เบื้องหลังของเขา ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราศีดั่งเทพเซียนปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชเชียบ มู่หรงเซียน เจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ผู้เย็นชาจนแม้แต่ลมหายใจยังกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงแต่ปรายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ แววตาคู่คมที่เคยราบเรียบดั่งน้ำแข็งพันปี กลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนไว้ลึกสุดหัวใจ มีเพียงเขา... บุรุษผู้ไม่มีแม้แต่เส้นชีพจรลมปราณบริสุทธิ์ แต่กลับสามารถทำให้ฟ้าดินต้องก้มหัวคำนับด้วยปัญญาอันล้ำเลิศ “เจ้ามั่นใจแค่ไหน... ว่าอักขระพันธนาการสวรรค์ของเจ้าจะหยุดยั้งพวกมันได้ทั้งหมด?” น้ำเสียงของนางเยียบเย็น ทว่าหากเงี่ยหูฟังให้ดีจะสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งตามวิสัยประมุขพรรค ฉินอวี้แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้แต่ก็ทรงเสน่ห์อย่างประหลาด “สงครามหาใช่การใช้กำลังห้ำหั่นกันด้วยเลือดเนื้อ แต่มันคือการหมากตานึงที่เดินด้วยกลยุทธ์ แม่นางมู่หรง... ท่านคอยดูเถอะว่า หมากตัวนี้จะกลืนกินกองทัพปีศาจอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร” สิ้นคำพูดของเขา ดินแดนเบื้องล่างก็พลันแปรเปลี่ยน! จากผืนป่าทึบอันเงียบสงบ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยหมอกสีชาดหนาทึบ อักขระโบราณนับล้านตัวที่ฉินอวี้ฝังไว้ใต้รากไม้และแผ่นศิลาเริ่มเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า วงแหวนค่ายกลมหาสังหารอัคคีเหมันต์สวรรค์ทำงานพร้อมกันในพริบตาเดียว! *ตูーム! ตูม! ตูม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เปลวเพลิงสีครามและอัคคีพิสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินราวกับมังกรเพลิงนับร้อยตัวที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล ความร้อนระอุหลอมละลายแม้กระทั่งศิลาผา ทว่าในขณะเดียวกัน ละอองความเย็นยะเยือกจากค่ายกลเหมันต์ของมู่หรงเซียนที่ผสานเข้ากับกลไกของฉินอวี้ ก็แปรเปลี่ยนหยดน้ำให้กลายเป็นคมหรอดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มพุ่งทะลวงจากฟ้าลงสู่ดินอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงม กองทัพปีศาจที่เคยองอาจฮึกเหิม บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงฝูงมดปลวกที่ติดอยู่ในกรงขังมรณะ ร่างของพวกมันถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา ก่อนจะถูกคมหรอดน้ำแข็งปักตรึงจนพรุนไปทั้งร่าง เลือดสีดำทะลัทย้อมผืนป่าให้กลายเป็นทะเลเลือดภายในชั่วลมหายใจเดียว แม่ทัพปีศาจขอบเขตราชันโลหิตแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันสะบัดอาวุธในมือหมายทำลายค่ายกลเบื้องหน้า ทว่าทุกย่างก้าวที่มันเดินกลับตกหลุมพรางที่ฉินอวี้คำนวณไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำทุกตารางนิ้ว แรงกดดันจากค่ายกลกดทับลงบนร่างของมันราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเอี๊ยด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก “เจ้า... มนุษย์สารเลว! นี่มันวิชาอันใดกัน!” แม่ทัพปีศาจคำรามลั่น เลือดทะลักออกจากปาก ฉินอวี้ยังคงยืนกอดอกมองภาพความพินาศเบื้องล่างด้วยแววตาสงบนิ่ง ดั่งเซียนผู้มองดูวัฏจักรของมวลมนุษย์จากสรวงสวรรค์ “วิชาก็คือวิชา... แต่ความโง่เขลาของเจ้าต่างหากเล่า ที่เป็นผู้ทำลายล้างตัวเจ้าเอง” เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง *ฉับพลัน!* อักขระใจกลางค่ายกลระเบิดแสงเจิดจ้าสูงสุด เสาแสงสีทองพุ่งทะยานเสียดฟ้า กลืนกินร่างของแม่ทัพปีศาจและกองทัพที่เหลืออยู่หายลับไปกับตา เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและควันสีดำที่ลอยกรุ่นขึ้นสู่ท้องฟ้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นหนักหนาสสาหัสเกินกว่าที่กองทัพปีศาจจะจินตนาการได้ ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่ชัยชนะด้วยกำลัง แต่เป็นชัยชนะด้วยมันสมองและวิถีแห่งกฎสวรรค์ที่เหนือชั้นกว่าอย่างแท้จริง มู่หรงเซียนมองแผ่นหลังของบุรุษข้างกายด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดชีวิตกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหวั่นไหว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน “เจ้า... ทำได้จริงๆ ด้วย” ฉินอวี้หันกลับมาสบตากับนาง รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “ข้าเคยบอกท่านแล้วอย่างไรเล่า ว่าข้าไม่มีวันปล่อยให้ท่านต้องลงมือในเรื่องที่มือของข้าสามารถเปื้อนเลือดแทนได้” คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังยิ่งกว่ากระบวนท่ากระบี่ใดๆ ในยุทธภพ มู่หรงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่หาได้ยากยิ่งจากนาง ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและงดงามนั้นเอง *เปรี้ยง!* ท้องឃฟ้าที่เคยปลอดโปร่งเหนือศีรษะของทั้งสองพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สัญญาณเตือน เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วดั่งคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์สายหนึ่งผ่าลงมาตรงหน้าผาที่พวกเขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสามก้าว แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนลมหายใจสะดุด พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้านไปถึงวิญญาณก็ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาดออกเบื้องหน้า “ช่างเป็นค่ายกลที่น่าสนใจยิ่งนัก... เจ้าหนู ฉินอวี้ เจ้าคิดว่าเจ้ากำราบกองทัพข้าได้แล้ว เจ้าจึงเป็นผู้ชนะอย่างนั้นหรือ?” ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากรอยแยกมิติช้าๆ ใบหน้าของมันสวมหน้ากากกระดูกอสูรที่ส่งกลิ่นอายอันตรายถึงขีดสุด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... กลิ่นอายพลังปราณของมัน อยู่ในขอบเขตที่เหนือกว่าราชันโลหิตขึ้นไปอีกขั้น! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%