ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 19

บุกทะลวงแดนปีศาจ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ความตายไม่ใช่ความเงียบงัน... แต่คือเสียงคำรามของวิญญาณนับพันที่ถูกจองจำในขุมนรกโลหิต กลิ่นอับชื้นของซากศพและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาอสูรทมิฬ แสงสีนวลจากกระบี่เหมันต์ในมือของมู่หรงเซียนเปรียบเสมือนดวงประทีปเดียวที่ขับไล่ความหนาวเหน็บแห่งความตายออกไปได้บ้าง นางยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้า ชายเสื้อสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่แผ่พุ่งออกมาเป็นระลอก แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยค่ายกลมารและกลิ่นอายอัปมงคล แต่แววตาของนางกลับว่างเปล่า เย็นชา และเด็ดเดี่ยว ราวกับเทพเซียนผู้ลงมาพิพากษาโลกหล้า "ฉินอวี้... ค่ายกลลวงตาชั้นที่เจ็ดกำลังจะแตกแล้ว พวกมันรู้ตัว" เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่นางไม่ได้หันกลับมามองบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย ความไว้วางใจที่นางมอบให้เขานั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะต้องหันกลับมาตรวจสอบ ฉินอวี้ในยามนี้ไม่ได้มีคราบ(คราบคำว่า คราบ น่าจะสะกดผิดเป็น คราบไคล หรือความหมายเดิมคือร่องรอย)ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นิ้วมือเรียวยาวของเขากำลังสะบัดพู่กันวิญญาณวาดอักขระทองคำกลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยว "ให้มันรู้ตัวไปเถอะครับ..." ฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ข้าเพียงแต่เกรงว่าพวกมันจะตายเร็วกว่ากำหนด เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์คำนวณทิศทางการไหลเวียนของลมปราณโลหิตในหุบเขานี้มาตลอดสามวันสามคืน" ตู้ม! สิ้นเสียงของฉินอวี้ พื้นดินเบื้องหน้าก็ระเบิดออก เศษหินและโครงกระดูกนับไม่ถ้วนลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า หมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งราวกับอสูรกายอ้าปากคำรามหมายจะกลืนกินทุกสิ่ง ทว่าทันทีที่หมอกทมิฬสัมผัสกับรัศมีกระบี่เหมันต์ของมู่หรงเซียน มันกลับถูกแช่แข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนก่อนจะร่วงหล่นลงมาแตกละเอียดเป็นผุยผง นี่คือวิถีกระบี่ที่ผสานเข้ากับจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ นางเซียนผู้เย็นชากล่าวขานกระบี่ในมือว่า 'เหมันต์ตัดสะท้าน' และสำหรับนางแล้ว มีเพียงฉินอวี้คนนี้เท่านั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์ให้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ในระยะที่ใกล้ชิดที่สุด "ด้านหน้าคือคุกใต้ดินร้อยอสูร นักบำเพ็ญจากสำนักต่างๆ ที่ถูกจับตัวมาถูกกักขังไว้ที่นั่น เพื่อใช้เป็นดั่งเชื้อเพลิงในการหลอมโอสถโลหิต" มู่หรงเซียนกล่าวเบาๆ ขณะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบ แต่ละย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว "เจ้ามั่นใจในค่ายกลสะกดวิญญาณที่เจ้าวางไว้แค่ไหน?" "ร้อยส่วนเต็มครับ" ฉินอวี้ก้าวตามติดไปติดๆ พลางเก็บพู่กันวิญญาณลงในแหวนมิติ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "กฎสวรรค์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเจตจำนงของฟ้าดิน แต่ค่ายกลที่ข้าสร้างขึ้น... แม้แต่เงาของยมทูตก็ยังต้องเดินอ้อม" วาบ! ทันใดนั้น เงาร่างนับร้อยก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิด พวกมันคือผู้ฝึกวิชาสายมารที่ถูกแปรสภาพจนกลายเป็นครึ่งคนครึ่งอสูร ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและสัญชาตญาณดิบเถื่อน เสียงคำรามต่ำๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณ ราวกับฝูงหิวโหยที่พบเหยื่ออันโอชะ "พวกสวะเดรัจฉานบังอาจมารบกวนเวลาสนทนาของพวกเรา" มู่หรงเซียนขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย ความรังเกียจฉายชัดในแววตา นางมิได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่เหมันต์นับพันสายก็พวยพุ่งออกไปดั่งพายุหิมะ กวาดล้างร่างของเหล่ามารร้ายจนแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดสีแดงฉานที่ย้อมผืนป่าให้กลายเป็นสีชาด ฉินอวี้มองภาพนั้นด้วยแววตาชื่นชม นางผู้นี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว พลังปราณของมู่หรงเซียนรุดหน้าไปอีกขั้นแล้ว สมกับที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนรกร้างตะวันออก "ระวังด้านบนครับ!" ฉินอวี้ส่งเสียงเตือนพร้อมกับดีดตัวพุ่งไปเบื้องหน้า มือซ้ายตบเข้าที่กระเป๋าอักขระ แผ่นยันต์สีทองส่องแสงเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ แปลงสภาพเป็นตาข่ายอักขระโบราณขนาดยักษ์เข้าตรึงร่างของเงาร่างหนึ่งที่ลอบเร้นเข้ามาจากมุมอับด้านบน เปรี้ยง! เงาร่างนั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เผยให้เห็นผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งพลังปราณในยามปกติผู้นี้ จะสามารถมองทะลุวิชาล่องหนของมันได้ด้วยการกวาดสายตาเพียงครั้งเดียว "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมค่ายกลของข้าถึงถูกทำลายโดยที่ข้าไม่รู้ตัวเลย!" ผู้อาวุโสพยายามจะขยับตัว แต่ยันต์อักขระของฉินอวี้กลับกดทับร่างมันไว้ราวกับมีภูเขาไท่ซานทับอยู่ ฉินอวี้เดินเข้าไปใกล้ชิด เขาก้มมองชายชราด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวและไร้ซึ่งความเมตตา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น "ข้าก็เป็นเพียงนักบำเพ็ญธรรมดาๆ ที่ไม่ชอบให้ใครมาขัดขวางเวลาทำงานก็เท่านั้นเองครับ" ฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเย็นชาเสียดกระดูก "สำนักมารโลหิตของพวกเจ้าทำบาปมามากเกินไปแล้ว วันนี้... บัญชีหนี้เลือดนี้ สมควรแก่เวลาต้องชำระเสียที" "บังอาจนัก!" ผู้อาวุโสสำนักมารคำรามลั่น มันกัดฟันกรอดจนเลือดทะลักออกทางมุมปาก "คิดหรือว่าบุกรังของพวกเราแล้วจะรอดออกไปได้? นายท่านของพวกเราตื่นจากการจำศีลแล้ว! พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่นี่!" ฉินอวี้เลิกคิ้วเล็กน้อย หันไปสบตากับมู่หรงเซียนที่ยืนกอดอกมองอยู่ด้านหลัง นางเพียงแค่พยักหน้ารับรู้เบาๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "นายท่านของพวกเจ้า... คงหมายถึงเจ้ามารเฒ่าสวรรค์วิปริตสินะครับ?" ฉินอวี้แย้มยิ้มบางๆ มือขวาค่อยๆ ยกขึ้นมาประสานกันระดับอก "น่าเสียดายจริงๆ ที่ข้าคำนวณเวลาไว้หมดแล้ว... ป่านนี้ ค่ายกลผนึกสวรรค์ที่ข้าวางไว้รอบหุบเขา คงจะเริ่มทำงานสมบูรณ์แบบแล้วกระมัง" สิ้นคำพูดของฉินอวี้ ท้องน้ายามราตรีที่เคยดำมืดก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงอักขระสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทุกสารทิศ ถักทอเข้าหากันจนกลายเป็นโดมแสงขนาดมหึมาครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาทันที จนเหล่ามารร้ายทั่วทั้งหุบเขาต่างพากันทรุดฮวบลงกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความหวาดกลัว มู่หรงเซียนมองปรากฏการณ์ตรงหน้า แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชากลับทอประกายระยิบระยับด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางพบว่าทุกครั้งที่ยืนอยู่ข้างกายบุรุษผู้นี้ โลกที่กว้างใหญ่และโหดร้ายใบนี้กลับดูราวกับเป็นเพียงกระดานหมากรุกที่เขาถือสิทธิ์ควบคุมไว้ทั้งหมด ทว่า... ในวินาทีที่ค่ายกลสีทองสมบูรณ์แบบที่สุดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุด ก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของทุกคน *“ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นค่ายกลที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร เจ้าหนูตระกูลฉิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการปิดกั้นหุบเขานี้ จะเป็นการขังพวกเราไว้ข้างใน?”* ร่างของฉินอวี้ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เขารีบหันขวับไปมองยังใจกลางคุกใต้ดินร้อยอสูรทันที *คลิกอ่านตอนถัดไปเพื่อร่วมลุ้นชะตากรรมของทั้งสองคน* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%