ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 9

งานชุมนุมเซียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“รุกฆาต!” ประกายกระดูกมารพุ่งวาบผ่านลำคอ ห่างไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งรอบกายมู่หรงเซียนแตกละเอียดเป็นผุยผง ทว่า ฉินอวี้หาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงสะบัดลากเส้นอักขระสีทองกลางอากาศอย่างมั่นคง ราวกับจิตรกรผู้กำลังบรรจงวาดภาพทิวทัศน์บนผืนผ้าใบ ไม่ใช่ผู้กำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราชที่เงื้อมือรอปลิดชีพ “ค่ายกลอักขระของเจ้าคำนวณพลาดกระนั้นหรือ? น่าขันยิ่งนัก...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่ม่านพลังดาราเจ็ดดาวที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นดินพลันระเบิดแสงเจิดจ้า แผ่พุ่งขึ้นเป็นกรงข่ายโปร่งแสงตรึงร่างของเงาร่างปริศนาเอาไว้ในเสี้ยววินาที เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทและหน้ากากกระดูกมารชะงักกึก แรงกดดันมหาศาลที่เคยคุกคามกลับถูกสะท้อนกลับด้วยกฎแห่งฟ้าดินที่ฉินอวี้หยิบยืมมาใช้ ดวงตาใต้หน้ากากเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อตระหนักว่า ตนเองมิได้กำลังต่อสู้กับคนผู้หนึ่ง หากแต่กำลังท้าทายค่ายกลกลไกที่สวรรค์รังสรรค์ขึ้นผ่านมือของบุรุษผู้นี้ “เจ้า... นี่คือค่ายกล ‘ผนึกดาราผันแปร’ ที่สูญหายไปเมื่อสามพันปีก่อน!” เสียงปริศนาลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น ชั่วพริบตานั้น ร่างใต้หน้ากากก็สลายกลายเป็นควันสีดำทมิฬหายลับไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงร่องรอยกลิ่นอายอัปมงคลที่จางหายอย่างรวดเร็ว มู่หรงเซียนเก็บกระบี่เหมันต์เข้าฝัก ลมหายใจของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว ทว่าดวงตาคู่งามที่มักเย็นชากลับทอดมองแผ่นหลังของฉินอวี้ด้วยความซับซ้อน นางก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมันต์ปะทะกับกลิ่นอายอักษรโลหิตของฉินอวี้อย่างพพอดี “เขาตั้งใจถอยเพื่อล่อให้เราเปิดช่องว่าง” น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและทรงอำนาจดังเช่นเคย แต่กลับมีความห่วงใยเจืออยู่จางๆ ที่มีเพียงฉินอวี้เท่านั้นที่สัมผัสได้ “เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การสังหารเรา ณ ที่แห่งนี้ แต่มันต้องการให้เจ้าเปิดเผยวิถีค่ายกลเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างในงานชุมนุมเซียนที่จะถึง” ฉินอวี้หันกลับมาสบตา นางเซียนผู้สูงส่งไร้ผู้ต่อต้านแห่งสำนักกระบี่เหมันต์ ยามนี้กลับยืนเคียงข้างเขาอย่างไร้ข้อกังขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปากของบุรุษหนุ่มผู้ไร้พลังปราณ “ถูกต้องแล้วครับคุณหนูมู่... งานชุมนุมเซียนปีนี้ ดูท่าว่าจะมิใช่แค่การประลองยุทธเพื่อความเป็นหนึ่งเสียแล้วกระมัง หากแต่เป็น ‘หลุมพราง’ ที่ถูกขุดรอไว้เพื่อฝังกลบผู้กล้าทั่วทั้งยุทธภพ” ทั้งสองตัดสินใจเดินทางลงจากยอดเขาเซียนกระบี่มุ่งหน้าสู่ ‘หุบเขาหมื่นบุปผา’ สถานที่จัดงานชุมนุมเซียนอันยิ่งใหญ่ในรอบร้อยปี การเดินทางครั้งนี้มิได้เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ยุทธภพเบื้องล่างในยามนี้ปั่นป่วนยิ่งนัก ข่าวลือเรื่องการปรากฏตัวของพรรคมารโลหิตและสมบัติโบราณทำให้สำนักใหญ่น้อยต่างส่งยอดฝีมือมารวมตัวกันราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เมื่อมาถึงเขตงานชุมนุมเซียน บรรยากาศโดยรอบอبعด้วยความคึกคักและตึงเครียดในคราวเดียวกัน ศาลาหินนับร้อยถูกสร้างขึ้นรายล้อมลานประลองกว้างใหญ่ที่ปูด้วยหยกขาวบริสุทธิ์ เสียงพูดคุยจอแจของผู้ฝึกตนจากหลากหลายสำนักดังระเบิดขึ้นไม่ขาดสาย ทว่าทันทีที่ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะของมู่หรงเซียนก้าวเข้าสู่บริเวณงาน พร้อมด้วยบุรุษชุดคลุมสีเทาเรียบง่ายที่เดินเคียงข้างอย่างสงบ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงบลงในพริบตา สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่พวกเขา เต็มไปด้วยความยำเกรง ความอิจฉา และความเคลือบแคลงสงสัย “คารวะท่านเจ้าสำนักมู่หรง... ลมหวนอันใดจึงพัดพาเซียนผู้สูงส่งเช่นท่านมาร่วมงานประลองยุทธระดับล่างเช่นนี้เล่า?” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดคลุมลายพยัคฆ์เพลิง นามว่า ‘หลี่เทียนป้า’ ผู้นำสำนักอัคคีผลาญฟ้า ก้าวออกมาด้วยท่าทีทะนงตน สายตาของเขาจ้องมองฉินอวี้ด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ “แล้วนี่... เจ้าหนูไร้ลมปราณผู้ใดกัน ที่กล้าอาจหาญเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับเทพเซียนแห่งสำนักกระบี่เหมันต์? หรือว่าสำนักกระบี่เหมันต์ในยามนี้ ตกต่ำถึงขนาดต้องพึ่งพาคนไร้ค่ามาคอยรับใช้แล้วหรือ?” เสียงหัวเราะครึกโครมดังขึ้นจากพรรคพวกของสำนักอัคคีผลาญฟ้า มู่หรงเซียนขมวดคิ้วมุ่น จิตสังหารเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา กระบี่เหมันต์ข้างกายสั่นระริกพร้อมชักออกจากฝักได้ทุกเมื่อ ทว่า ฉินอวี้กลับยกมือขึ้นแตะแขนเสื้อของนางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม รอยยิ้มสุภาพแต่ทว่าแฝงความคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในไหมปรากฏบนใบหน้าของเขา “คนไร้ค่าหรือเปล่า มิได้ตัดสินกันที่ปริมาณลมปราณในตันtianหรอกครับท่านหลี่...” ฉินอวี้ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนบังร่างของมู่หรงเซียนไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ตัวเขาจะดูบอบบางเมื่อเทียบกับยอดฝีมือสายพละกำลัง แต่นัยน์ตากลับล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทร “แต่คนที่ยืนเห่าหอนเสียงดังกลางที่สาธารณะ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าใต้ฝ่าเท้าของตนกำลังยืนอยู่บนค่ายกลมรณะ... ช่างเป็นผู้ที่มี ‘ปัญญา’ ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียจริงนะครับ” “เจ้าว่าอย่างไรนะ! เจ้าขยะสามหาว!” หลี่เทียนป้าเดือดดาลจนใบหน้าแดงก่ำ พลังปราณธาตุไฟระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงทะลักออกมาจากร่างราวกับคลื่นเพลิงแผดเผา ฉินอวี้ไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง ปลายนิ้วของเขาที่ดีดออกไปเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละออง *เปรี้ยง!* พื้นหยกขาวที่หลี่เทียนป้าเหยียบอยู่พลันเรืองแสงอักขระสีทองอร่ามขึ้นมาอย่างฉับพลัน เส้นสายค่ายกลถักทอกลายเป็นโซ่ตรวนอัคคีและเหมันต์พุ่งเข้าพันธนาการร่างของหลี่เทียนป้าไว้ในพริบตาเดียว แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นหยกแตกละเอียด เลือดสดๆ พร่าพั่งออกจากปากของเจ้าสำนักอัคคีผลาญฟ้าทันทีโดยที่เขายังไม่ทันได้ชักอาวุธซ้ำซ้อนด้วยซ้ำ! ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งงานชุมนุมเซียน ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด การใช้ค่ายกลซ่อนเร้นไร้ร่องรอยในสถานที่ที่มีเซียนระดับสูงรวมตัวกันนับร้อย นี่มันฝีมือระดับใดกัน?! มู่หรงเซียนเหลือบมองแผ่นหลังของบุรุษข้างกาย หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... ไม่ว่ายุทธภพจะปั่นป่วนเพียงใด หรือมีเงาดำมืดใดซ่อนอยู่เบื้องหลังงานชุมนุมนี้ ตราบใดที่มีบุรุษผู้นี้อยู่เคียงข้าง ฟ้าดินก็ไม่อาจพลิกคว่ำได้ ทว่า ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และเย็นเยียบ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงชั้นบนสุด “ช่างเป็นฝีมือที่น่าชมยิ่งนัก... คุณชายฉิน ท่านทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่าจริงๆ” เงาร่างในชุดคลุมสีทองปักลายมังกรไร้หัวปรากฏขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณที่กดทับจนยอดฝีมือหลายคนถึงกับเข่าทรุด และเมื่อบุคคลปริศนานั้นค่อยๆ ถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... ดวงตาของฉินอวี้หรี่แคบลงทันที ส่วนมู่หรงเซียนถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไป1ด้วยกัน ณ ที่นี้ครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%