โลหิตมังกรนทีร้อยสายยังคงเดือดพล่านอยู่บนจานหินอัคคีทมิฬ เสียงคำรามก้องกวาดผ่านท้องพระโรงและกำแพงศิลาโบราณของเมืองหลวง มนุษย์นับล้านชีวิตฝากฝากความหวังไว้กับบุรุษผู้ไม่มีจุดประกายลมปราณในตันเทียนแม้แต่น้อย แต่กลับกุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้ด้วยปลายนิ้วที่สะบัดพู่กันหมึกเซียน
"เจ้ามั่นใจหรือว่า 'ค่ายกลดาราบรรจบเก้าทิศ' นี้ จะต้านทานมหันตภัยจากแดนบูรพาได้ทันเวลา?"
น้ำเสียงใสราดรดด้วยหยาดน้ำค้างแข็งและไอน้ำเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัด มู่หรงเซียนยืนตระหง่านอยู่บนเชิงเทินสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณกระบี่ที่แผ่ออกโดยสัญชาตญาณ นางคือเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ผู้เย็นชาและไร้ความปรานีต่อผู้ใดในใต้หล้า ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่คมดั่งกระบี่วิเศษกลับทอดมองแผ่นหลังของบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
ฉินอวี้ไม่หันกลับไปมอง นางยังคงจรดพู่กันลงบนแผ่นยันต์ทองคำด้วยสมาธิที่แน่วแน่ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แต่รัศมีรอบตัวเขากลับสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำโบราณไร้ระลอกคลื่น
"วิถีกระบี่ของเจ้าเน้นการตัดเฉือนความอยุติธรรมในดาบเดียว แต่วิถีอักขระของข้าคือการถักทอระเบียบขึ้นมาจากความโกลาหล... เซียนน้อย เจ้ากังวลเกินไปแล้ว" ฉินอวี้เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนุ่มนวลอย่างเป็นสุภาพบุรุษ คำว่า 'เซียนน้อย' ที่หลุดออกจากปากเขา หากเป็นผู้อื่นคงถูกกระบี่ของนางตัดศีรษะไปนานแล้ว แต่น่าแปลกที่มู่หรงเซียนเพียงแค่เม้มริมฝีปากบางเฉียบ หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงทุกครั้งยามที่เขาเรียกขานด้วยความสนิทสนมเช่นนี้
ปัง!
พริบตานั้น ท้องนภากลับเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งฝันร้าย แรงกดดันจากขอบเขตเซียนแท้จริงกดทับลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นทางยาว กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ทุกขณะ กองทัพอสูรเงาจากห้วงมิติที่เจ็ดกำลังเคลื่อนพลมาถึงขอบเขตกำแพงเมืองมนุษย์แล้ว
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามเค่อ" มู่หรงเซียนชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝัก เสียงคมกระบี่เสียดสีกับฝักดังระฆังเงินกังวาน ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางก้าวเท้าขึ้นมาขวางเบื้องหน้าฉินอวี้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "เจ้าเร่งมือเสียเถอะ ทางนี้... ข้าจะซื้อเวลาให้เอง"
ฉินอวี้เหลือบมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่ทระนงยิ่งกว่าภูผาของนาง แววตาของเขาฉายประกายความอบอุ่นขึ้นวูบหนึ่ง เขาไม่ได้เอ่ยห้ามหรือแสดงความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
"ในเมื่อเจ้าไว้ใจฝากกระบี่เล่มนั้นไว้ที่ข้า เช่นนั้นวันนี้ ข้าก็จะใช้ผืนฟ้าและผืนดินแห่งนี้ เป็นฝักกระบี่ให้เจ้าได้ประจักษ์"
ฉินอวี้สะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว พู่กันวิเศษในมือพ่นละอองหมึกสีทองสุกสกาวสว่างวาบขึ้นดั่งดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน อักขระโบราณนับหมื่นตัวพรั่งพรูออกจากปลายพู่กัน ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะพุ่งทะยานลงสู่เสาศิลาทั้งเก้าทิศรอบเมืองหลวง เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังจะฉีกขาด
ค่ายกลดาราบรรจบเก้าทิศเริ่มทำงาน! ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานเสียดแทงม่านเมฆสีเลือด เกิดเป็นม่านพลังโปร่งใสรูปทรงโดมครอบคลุมเมืองหลวงเอาไว้ทั้งหมด แรงกดดันจากกองทัพอสูรที่ถาโถมเข้ามาถูกม่านพลังนี้สะท้อนกลับจนแหลกสลายไปในพริบตา
มู่หรงเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางพบว่าพลังปราณของตนเองที่สูญเสียไปจากการเดินทางไกลกลับได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วภายใต้อาณาเขตค่ายกลนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่เหมันต์ในมือของนางสั่นระริกด้วยความฮึกเหิม ราวกับมันสามารถรับรู้ได้ถึงพลังแห่งกฎสวรรค์ที่ถูกจัดระเบียบใหม่โดยบุรุษผู้นี้
"นี่มัน... วิชาค่ายกลอันใดกัน? เจ้า... ทำได้อย่างไร?" มู่หรงเซียนเอ่ยถามด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคู่งามฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"วิชาค่ายกลก็เปรียบเสมือนการเล่นหมากรุกกับสวรรค์ หากเจ้าเดินหมากด้วยกำลังย่อมพ่ายแพ้ แต่หากเจ้าเดินหมากด้วยความเข้าใจในกฎเกณฑ์ แม้แต่ฟ้าดินก็ต้องยอมจำนนต่อกระดานของเรา" ฉินอวี้กล่าวตอบอย่างถ่อมตนพลางประสานมือคารวะนางอย่างสุภาพตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและผู้คนในเมืองเริ่มโห่ร้องด้วยความยินดีที่รอดพ้นจากมหันตภัยระลอกแรก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณก็ดังขึ้นจากใจกลางค่ายกลทิศประจิม ท้องฟ้าเหนือเสาศิลาที่แปดพลացهพังทลายลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวที่ทะลวงม่านพลังเข้ามาได้โดยไม่ทำลายอักขระแม้แต่น้อย!
"เป็นไปไม่ได้!" มู่หรงเซียนอุทานลั่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว
ฉินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมลุ่มลึก เขามองไปยังเงาร่างที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเอ่ยพึมพำเบาๆ ออกมาว่า "ในที่สุด... 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' ที่แท้จริงก็ปรากฏตัวเสียทีนะครับ"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา•ตอนที่ 17
ยันต์พลิกผืนฟ้า
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กระบี่ไร้ลักษณ์พลิกชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!