"ใครก็ได้! ตามหมอที! ภรรยาข้ากินอาหารจากร้านนี้แล้วท้องไส้บิดมวนแทบขาดใจ!"
เสียงตวาดกร้าวของชายวัยกลางคนที่สวมชุดมอมแมมดังขึ้นกลางร้านอาหารขนาดกะทัดรัดของหลินเยว่ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่กำลังอิ่มเอมกับรสชาติหมูตุ๋นสูตรลับ ช้อนตะเกียบในมือลูกค้าหลายคนหยุดชะงักลงทันที หลินเยว่ที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมถาดขนมหวานโฮมเมดชะงักกึก สายตาคมกริบของเธอสแกนสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งกำลังนอนตัวงออยู่บนพื้นร้าน ใบหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ มือจิกที่ท้องแน่น
"ใจเย็นๆ ก่อนนะคะท่าน" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น เธอวางถาดขนมลงบนโต๊ะข้างๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่หวั่นเกรง "ร้านของฉันใช้วัตถุดิบสดใหม่วันต่อวัน กฎระเบียบความสะอาดคือหัวใจสำคัญ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นเพราะอาหารของฉัน?"
"แกยังจะกล้าถามอีกรึ! นังแม่ค้าหน้าเลือด!" ชายคนนั้นพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อหลินเยว่ แต่ก่อนที่นิ้วหยาบกร้านจะสัมผัสตัวเธอได้ มือหนาที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของใครบางคนก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น
กู้เฉิงก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งกลับจากกรมดูน่าเกรงขามจนบรรยากาศในร้านเย็นเยียบลงทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองชายผู้ก่อเรื่องด้วยความกดดันที่ทำให้คู่สนทนาถึงกับหน้าถอดสี
"มือของแก... สกปรกเกินกว่าจะแตะต้องตัวภรรยาข้า" เสียงทุ้มต่ำของกู้เฉิงกดต่ำจนน่าขนลุก
หลินเยว่สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ เธอไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ดวงตาฉลาดเฉลียวของเธอจับจ้องไปที่คราบสีขาวขุ่นที่ติดอยู่มุมปากของหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น กลิ่นของมัน... ไม่ใช่เศษอาหาร แต่มันคือผงถ่านขาวผสมสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์กดประสาทให้เกิดอาการปวดท้องชั่วคราว
"กู้เฉิงคะ ปล่อยเขาเถอะค่ะ" หลินเยว่แตะแขนสามีเบาๆ ก่อนจะก้าวไปนั่งคุกเข่าข้างหญิงสาวที่กำลัง 'ทรมาน' คนนั้น "คุณคะ... ฉันเป็นหมอพื้นบ้านพอจะดูอาการให้ได้ ถ้าหากเป็นเพราะอาหารของฉันจริง ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ถ้าหากคุณ 'เล่นละคร' แล้วถูกจับได้... ฉันเกรงว่าโทษของการใส่ร้ายแม่ค้าสุจริตในยุคนี้อาจจะหนักหนาพอสมควรเลยนะคะ"
หญิงสาวที่แกล้งปวดท้องชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งร้องโอดโอยหนักกว่าเดิม "โอ๊ย... เจ็บ... ยิ่งพูดยิ่งปวด! พวกเจ้าเป็นพวกเดียวกัน! จะรุมรังแกคนจนหรือไง!"
ท่ามกลางความโกลาหล แม่สามีของหลินเยว่ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ นางขยับตัวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "เห็นไหมหลินเยว่! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าทำตัวเด่นเกินไป ทำมาหากินสุจริตมันไม่พอหรอกหรือถึงต้องเอาของเน่าเสียมาขายให้คนอื่นเขาแบบนี้! ชื่อเสียงตระกูลกู้ต้องมามัวหมองเพราะร้านอาหารกระจอกๆ ของเจ้าหมด!"
คำพูดนั้นเรียกเสียงซุบซิบจากลูกค้าในร้านให้หนาหูขึ้น สายตาที่เคยชื่นชมกลายเป็นความหวาดระแวงทันที หลินเยว่แค่นยิ้มในใจ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำอาหาร แต่มันคือแผนการที่วางไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อทำลายเครดิตของเธอโดยเฉพาะ
"แม่คะ... เรื่องนี้แม่รู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่าคะ?" หลินเยว่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาสบกับแม่สามีตรงๆ "ถ้าแม่มั่นใจขนาดนั้นว่าอาหารของฉันมีปัญหา ทำไมแม่ไม่ลองชิมดูเสียหน่อยล่ะคะ? ในเมื่อแม่เองก็เป็นคนสั่งให้ฉันทำ 'น้ำซุปสูตรพิเศษ' สำหรับลูกค้าวันนี้ไม่ใช่หรือ?"
แม่สามีชะงักหน้าซีดเผือด นางนึกไม่ถึงว่าหลินเยว่จะกล้าแฉกลางที่สาธารณะแบบนี้ "เจ้า... เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า! ข้าไม่เกี่ยว!"
"งั้นเหรอคะ?" หลินเยว่ลุกขึ้นยืน เธอหยิบชามน้ำซุปใบหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นไปทางหญิงสาวที่กำลังนอนเจ็บ "ถ้าหากคุณปวดท้องเพราะน้ำซุปนี้จริงๆ การจิบน้ำขิงผสมเกลือเข้มข้นจะทำให้คุณอาเจียนออกมาทันทีที่เห็นของเสียในกระเพาะ ถ้าอาเจียนออกมาแล้วหายปวด... ฉันจะจ่ายค่าทำขวัญให้คุณหนึ่งร้อยหยวน แต่ถ้าไม่... ฉันขอส่งตัวคุณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อหาฉ้อโกงและใส่ร้ายผู้อื่น!"
ชายผู้ก่อเรื่องเริ่มเหงื่อตก เขาขยับตัวถอยหลังหวังจะพาน้องสาวหนีไป ทว่ากู้เฉิงไม่ได้ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือไปง่ายๆ เขาขวางทางออกไว้ราวกับกำแพงมนุษย์
"จะรีบไปไหนล่ะครับ?" กู้เฉิงเอ่ยเสียงเย็น "ภรรยาผมกำลังจะ 'พิสูจน์' ความบริสุทธิ์ของอาหารที่ผมเป็นคนดูแลเรื่องวัตถุดิบเองกับมือ ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้นก็น่าจะอยู่รอรับเงินค่าทำขวัญไม่ใช่หรือ?"
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง หญิงสาวบนพื้นค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น สายตาหลุกลิกอย่างวิตก นางรู้ดีว่าหากฝืนกินน้ำขิงของหลินเยว่เข้าไป ความลับที่ซ่อนอยู่ในคอจะถูกเปิดเผย แต่ก่อนที่หลินเยว่จะได้ทำอะไรต่อ ประตูร้านก็ถูกผลักออกอย่างแรงพร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดเครื่องแบบสายตรวจที่เดินตรงเข้ามา
"หยุด! มีคนแจ้งว่าร้านนี้จำหน่ายอาหารปนเปื้อนสารพิษ! ใครคือเจ้าของร้าน!"
หลินเยว่ไม่ได้หวาดหวั่น เธอหันไปมองกลุ่มสายตรวจด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลัง เธอรู้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้จบแค่การป้ายสีธรรมดา แต่มันมี 'มือที่สาม' ที่ซ่อนอยู่ในความมืดคอยบงการอยู่เบื้องหลัง
ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุน กู้เฉิงก็ขยับเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหลินเยว่ใจเต้นรัว "ที่รักครับ... คนที่แจ้งความไม่ใช่คนนอก"
เขาส่งเศษกระดาษใบหนึ่งให้เธอ มันคือตราประทับของร้านอาหารคู่แข่งเจ้าใหญ่ในเมืองที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่ออาทิตย์ก่อน และใต้ตรานั้น... มีลายเซ็นที่คุ้นตาของแม่สามีเธอประทับอยู่อย่างชัดเจน!
ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเยว่ต้องเบิกตากว้างไม่ใช่ลายเซ็นนั้น แต่เป็นจดหมายลับที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสายตรวจหัวหน้ากลุ่มที่กำลังเดินตรงเข้ามาหานาง... จดหมายที่มีตราประทับของ 'สำนักงานราชการส่วนกลาง' ซึ่งระบุชื่อของตัวเธอเองในฐานะบุคคลที่ต้องถูกควบคุมตัวด่วนในข้อหา... 'สปายต่างชาติ'!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับส้มหวานมิติลับนะคะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 14
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!