"ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือฉัน ฉันจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยงทั้งชุดคลุมอาบน้ำนี่แหละค่ะ!"
หลินเยว่หันไปถลึงตาใส่ร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องแต่งตัว สายตาของกู้เฉิงไม่ได้มองไปยังกระจก แต่มันตรึงอยู่กับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอที่โผล่พ้นรอยเว้าของชุดราตรีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัวสวยที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติลับ
กู้เฉิงก้าวเข้ามาใกล้เพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศที่แฝงด้วยความหึงหวงรุนแรงแผ่ออกมาจนห้องทั้งห้องดูเล็กลงไปถนัดตา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เอื้อมมือไปแตะสายเดี่ยวเส้นบางบนไหล่ของเธอเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านของทหารหนุ่มสั่นระริก
"มันบางเกินไป เยว่เอ๋อร์... ผมไม่อยากให้ใครมองเห็นผิวของคุณ" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่า เขาไม่ได้เป็นคนขี้หึงไร้เหตุผล แต่ในงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ เต็มไปด้วยเหล่าบรรดาคุณชายและนายทหารหนุ่มที่จ้องจะหาเศษหาเลยกับความงดงามที่เขารักและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต
"นี่คือยุค 70 นะคะคุณกู้! แฟชั่นแบบนี้ถือว่าเรียบร้อยที่สุดในห้องจัดเลี้ยงแล้ว ถ้าคุณไม่ให้ฉันใส่ชุดนี้ ฉันก็จะใส่ชุดทำงานเก่าๆ ไปงานแทน รับรองว่างานนี้คุณได้อายสมใจแน่!"
หลินเยว่หมุนตัวกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความดื้อรั้นที่แฝงไปด้วยความขี้เล่น เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของสามีคืออะไร มือเรียวสวยเอื้อมไปจัดเนกไทให้เขาก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นไปกระซิบข้างใบหู "หรือคุณอยากให้คนทั้งงานรู้ว่าภรรยาของพันเอกกู้เฉิงน่ะ... แต่งตัวเชยระเบิด?"
กู้เฉิงนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างยอมจำนน เขาคว้าสร้อยคอไข่มุกเม็ดงามจากโต๊ะเครื่องแป้งมาสวมให้เธออย่างเบามือ สัมผัสที่ผิวลำคอทำให้หลินเยว่ขนลุกซู่ แววตาของเขาที่สะท้อนในกระจกเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความหลงใหลอย่างปิดไม่มิด
"ใส่ก็ได้ครับ แต่ห้ามห่างจากสายตาผมเกินสามก้าว... ไม่อย่างนั้น ผมจะอุ้มคุณกลับบ้านทันทีโดยไม่สนมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น"
งานเลี้ยงการกุศลในค่ำคืนนี้จัดขึ้นที่ห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูประจำมณฑล แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟคริสตัลกระทบกับเครื่องแก้วและเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่ดูหรูหราผิดกับความลำบากยากเข็ญภายนอก ทันทีที่ร่างของหลินเยว่ก้าวเข้ามาในงาน สายตาทุกคู่ก็แทบจะหยุดนิ่ง
เธอเปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่าที่ท่ามกลางผู้คนในชุดเครื่องแบบทหารและชุดผ้าใยสังเคราะห์สีจืดชืด ชุดราตรีผ้าไหมสั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าของเธอ ทำให้ดูโดดเด่นและทันสมัยจนน่าเหลือเชื่อ
"นั่นใช่ภรรยาของกู้เฉิงหรือเปล่าน่ะ? สวยจนจำแทบไม่ได้เลย"
"ผู้หญิงคนนี้ไปเอาชุดแบบนี้มาจากไหนกัน? ฉันไม่เคยเห็นผ้าเนื้อดีขนาดนี้มาก่อนเลยนะ"
เสียงซุบซิบดังแว่วมาตามลม หลินเยว่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความมั่นใจของแม่ค้ามือทองระดับตำนานทำเอาคนที่มองมาต้องเบนสายตาหลบ เธอไม่ได้มาเพื่ออวดรวย แต่เธอมาเพื่อประกาศตัวตนและสร้างเครือข่ายธุรกิจที่ยากจะหาใครมาเทียบ
ทว่าความเงียบสงบก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อร่างของสตรีวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีม่วงแก่ที่ดูหรูหราเกินตัวเดินกรายเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"โอ้... นี่น่ะหรือสะใภ้บ้านกู้ ไม่เจอกันนานเลยนะจ๊ะหลินเยว่ แต่งตัวแบบนี้... ไม่กลัวคนเขานินทาเอาหรือว่าไปทำอาชีพไม่สุจริตถึงได้มีเงินมาปรนเปรอตัวเองหรูหราขนาดนี้?" แม่สามีของกู้เฉิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ดังพอให้แขกเหรื่อรอบข้างได้ยิน
บรรยากาศรอบข้างที่เคยคึกคักพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนทั้งสาม กู้เฉิงก้าวขยับขึ้นมาบังหน้าภรรยาไว้ครึ่งตัว มือของเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่หลินเยว่กลับแตะแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็น
เธอเดินออกมาจากด้านหลังสามี รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า ทว่าแววตาของเธอกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"คุณแม่คะ ถ้าการแต่งตัวสะอาดสะอ้านและใส่ใจภาพลักษณ์ของสามีถือเป็นเรื่องไม่สุจริต แล้วที่ท่านถือกระเป๋าหนังจระเข้ใบละสองร้อยหยวนในขณะที่สามีของฉันเพิ่งจะได้รับเงินเดือน... ท่านคิดว่าคนอื่นเขาจะนินทาเรื่องอะไรกันดีคะ?"
คำพูดที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอาแม่สามีหน้าเปลี่ยนสี รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าเหือดแห้งไปทันที แขกเหรื่อรอบข้างเริ่มหันไปกระซิบกระซาบถึงความฟุ้งเฟ้อของหญิงสูงวัยที่กำลังหาเรื่องสะใภ้
"แก! นังเด็กปากดี..."
"ขอโทษนะคะ พอดีฉันมีนัดกับท่านประธานสมาคมการค้าเรื่องการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป คงไม่มีเวลามาเสวนาเรื่องส่วนตัวกับท่านที่นี่" หลินเยว่หันไปพยักหน้าให้กู้เฉิง ก่อนจะควงแขนสามีเดินผ่านแม่สามีไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่กลางงาน
ทั้งสองเดินมาถึงมุมห้องที่เงียบสงบ หลินเยว่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย กู้เฉิงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและห่วงใย
"คุณเก่งมากเยว่เอ๋อร์... แต่วันนี้แม่ดูเหมือนจะมีแผนซ่อนอยู่มากกว่าแค่นี้" กู้เฉิงกระซิบเตือน พลางกวาดสายตาไปรอบงาน
ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องโถงก็ดับลงมืดสนิท ก่อนที่ไฟสปอตไลท์ดวงเดียวจะส่องไปที่ทางเข้าประตูใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบคนดังขึ้นเป็นจังหวะพร้อมกัน ร่างของชายในชุดสูทดำนับสิบก้าวเข้ามา ขนาบข้างชายชราคนหนึ่งที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด หลินเยว่ใจเต้นรัวเมื่อจดจำคนคนนั้นได้
"นั่นมัน... สมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบพรรคจากส่วนกลางไม่ใช่หรือ?" กู้เฉิงอุทานออกมาเบาๆ
ชายชราคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบงาน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลินเยว่และกู้เฉิง พร้อมกับเอกสารในมือที่ดูหนาปึก เขาเดินตรงมาหาคนทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว
"กู้เฉิง หลินเยว่... พวกคุณถูกแจ้งข้อหาครอบครองทรัพย์สินผิดกฎหมายและการทำธุรกิจเถื่อนในนามของรัฐ ขอให้พวกคุณตามเราไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้"
ส้มหวานมิติลับหวังว่ารี้ดที่รักจะชอบความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 42
งานเลี้ยงการกุศล
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!