“ถ้าคุณคิดว่าการเอาเศษเงินมาฟาดหัวฉันจะทำให้ฉันยอมถอยกลับไปขายผักในตลาดล่ะก็... ฉันเกรงว่าคุณจะประเมินค่าความทะเยอทะยานของฉันต่ำเกินไปนะคะ”
หลินเยว่เหยียดยิ้มบางๆ บนใบหน้าขณะวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเซรามิกเนื้อดี เสียงกระทบกันของแก้วเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของบรรดาคุณนายไฮโซที่นั่งรายล้อมอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่สั่งตัดพิเศษเน้นสัดส่วนสมาร์ทแบบนักธุรกิจหญิงยุค 80 ต่างจากภาพลักษณ์แม่ค้าขายของชำที่ใครหลายคนเคยดูแคลนอย่างสิ้นเชิง
“หลินเยว่ อย่าได้ใจให้มากนัก!” เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลดังประจำเมืองดังขึ้น เธอขยับสร้อยมุกที่คออย่างหงุดหงิด “ธุรกิจเสื้อผ้าที่คุณเพิ่งเปิดน่ะ มันก็แค่ความโชคดีชั่วคราว อย่าคิดว่าจะก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับพวกเราได้”
หลินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจหงส์กวาดมองผู้หญิงแต่ละคนในห้องนี้ พวกเธอคือภรรยาของข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังหวาดระแวงกับการเติบโตของ ‘แบรนด์เยว่เฟย’ ที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญในตลาดค้าส่งของเมือง
“การเทียบชั้นน่ะเหรอคะ?” หลินเยว่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาทรงพลังทำเอาคู่สนทนาชะงัก “ดิฉันไม่เคยมองว่าตัวเองต้องไปเทียบชั้นกับใคร เพราะดิฉันไม่ได้กำลังจะขึ้นไปยืนในที่ที่พวกคุณยืนอยู่... ดิฉันกำลังจะสร้างที่ยืนแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมต่างหากล่ะคะ”
ทันใดนั้น ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักออก กู้เฉิงในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าคมเข้มที่เคยเย็นชาต่อผู้คนรอบข้างกลับอ่อนแสงลงทันทีที่สบตากับภรรยา เขาเดินตรงเข้ามาประคองมือหลินเยว่ขึ้นอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก ท่ามกลางสายตาอิจฉาปนหมั่นไส้ของเหล่าคุณนายทั้งหลาย
“ประชุมเสร็จแล้วหรือคะ?” หลินเยว่ถามเบาๆ พลางส่งยิ้มหวานที่ทำให้หัวใจของกู้เฉิงสั่นไหวได้เสมอ
“ครับ ผมบอกกับทางกระทรวงแล้วว่าการร่วมทุนโครงการนี้เป็นสิทธิ์ขาดของคุณ” กู้เฉิงตอบเสียงเรียบ แต่จงใจให้คนทั้งห้องได้ยินชัดเจน “ใครที่มีปัญหาเรื่องการบริหารงานของคุณ ก็เท่ากับมีปัญหากับผม... และกองพันของผมด้วย”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองทันที แม้แต่คนที่ปากเก่งที่สุดก็ไม่กล้าหือเมื่อเจอรัศมีความกดดันจากพันเอกหนุ่มผู้กุมอำนาจทางยุทธศาสตร์ของเมือง หลินเยว่รู้ดีว่านี่คือเกมการเมืองที่เธอต้องเล่นให้เป็น เธอไม่ได้อาศัยเพียงแค่บารมีสามี แต่เธอกำลังเปิดเผยเอกสาร ‘ดีลส่งออกสิ่งทอสู่ตลาดตะวันตก’ ที่เธอซุ่มทำมานานหลายเดือนลงบนโต๊ะกลาง
“นี่คือรายละเอียดการลงทุนรอบใหม่ของดิฉัน” หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “หากใครอยากขยับขยายรายได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ก็ลองอ่านดูนะคะ แต่ถ้าใครอยากเป็นศัตรูกับแม่ค้ามือทองคนนี้... ดิฉันก็พร้อมจะขยี้ให้จมดินด้วยวิธีที่หรูหราที่สุดเช่นกันค่ะ”
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันทางธุรกิจ ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกู้เฉิง—แม่สามีของเธอที่สาบสูญไปนานหลายปี—เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก
นางเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเยว่ ก่อนจะปัดเอกสารบนโต๊ะร่วงกระจายลงพื้น
“ไม่เจอกันนานเลยนะ สะใภ้ที่น่ารัก” นางเว้นจังหวะพร้อมดวงตาที่วาวโรจน์ “แต่ดูเหมือนเธอจะลืมไปนะว่า ก่อนที่เธอจะครอบครองทุกอย่างนี้... ตระกูลกู้ยังมีความลับอีกหนึ่งอย่างที่เธอไม่มีวันได้รับอนุญาตให้รู้!”
หลินเยว่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากมิติลับในตัวเธอที่กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด กู้เฉิงขยับตัวมาบังหน้าภรรยาไว้ทันที แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด
ส้มหวานมิติลับหวังว่ารี้ดที่รักจะชอบความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 41
สังคมไฮโซยุค 80
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!