"คุณจะเอาเงินเก็บครึ่งหนึ่งไปถมที่ดินรกร้างนั่นจริงๆ หรือหลินเยว่? มันเป็นแค่กองขยะที่ไร้ค่าในสายตาใครต่อใครนะ"
กู้เฉิงวางปากกาในมือลง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังขีดเขียนแผนที่ลงในสมุดบันทึกเล่มหนา เขาไม่ได้คัดค้านเพราะความโลภหรือความกังวลในตัวเงิน แต่นัยน์ตาที่อ่อนโยนลงทุกครั้งยามมองเธอ สะท้อนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขรึม
หลินเยว่เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มซุกซนแต้มอยู่ที่มุมปาก เธอวางมือลงบนหลังมือหนาของสามี "กู้เฉิงคะ คนอื่นอาจเห็นมันเป็นกองขยะ แต่ฉันมองเห็น 'อนาคต' ที่กำลังงอกเงยอยู่ใต้ผืนดินนั่นต่างหาก ที่ดินผืนนี้ติดถนนใหญ่ ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมในอนาคต อีกไม่กี่ปีราคาจะพุ่งขึ้นเหมือนติดปีกเลยล่ะค่ะ"
"คุณเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเองขนาดนั้นเลย?" เขาถามพลางเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปที่ปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
"เชื่อสิคะ เพราะถ้าฉันพลาด เราก็ยังมีกำไรจากร้านค้ามือทองให้ใช้ไม่ขาดมือ แต่ถ้าฉันถูก... เราจะกลายเป็นเศรษฐีที่ดินที่ไม่มีใครกล้าสบประมาทเลยทีเดียว" เธอกล่าวพร้อมประกายตาวิบวับที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและฉลาดล้ำเกินวัย
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของชายหนุ่ม กู้เฉิงโน้มตัวลงมาประทับจูบเบาๆ ที่ขมับของภรรยาอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณว่าแบบนั้น ผมก็พร้อมจะเซ็นชื่อร่วมในโฉนดผืนนั้นกับคุณ เงินของผมคือเงินของคุณ และความฝันของคุณคือหน้าที่ที่ผมต้องปกป้องให้สำเร็จ"
คำพูดของเขาทำให้หัวใจของหลินเยว่สั่นไหว แม้จะทะลุมิติมาอยู่ในยุค 70 ที่แสนจะลำบากยากเข็ญ แต่การมีสามีทหารหนุ่มที่คอยสนับสนุนทุกย่างก้าวแบบนี้ นับเป็นกำไรชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่ทว่าความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและไร้มารยาทดังขัดจังหวะขึ้น
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"หลินเยว่! เปิดประตูออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซุกเงินก้อนโตไว้ในบ้าน อย่าคิดจะเอาไปผลาญทิ้งกับที่ดินไร้ประโยชน์นั่น!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีจอมร้ายดังทะลุเข้ามาในห้อง หลินเยว่ถอนหายใจยาว แววตาสดใสเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในชั่วพริบตา เธอหันไปสบตากับกู้เฉิงที่บัดนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"ดูเหมือนว่า 'หมาล่าเนื้อ' จะได้กลิ่นเงินของเราเข้าแล้วนะคะ" หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม" กู้เฉิงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางจัดเสื้อเครื่องแบบให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่น่าเกรงขามจนน่าขนลุก
เขาสาวเท้าก้าวเดินออกไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูเปิดออก แม่สามีผู้จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อก็รีบพุ่งตัวเข้ามาหมายจะอาละวาด แต่กลับต้องชะงักกึกเมื่อเจอสายตาคมกริบของลูกชายที่เป็นถึงพันเอกกดทับลงมา
"แม่ครับ..." กู้เฉิงเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่นดั่งประกาศิต "นี่คือบ้านของผม และการตัดสินใจทางการเงินของผมกับภรรยา ไม่ใช่ธุระที่แม่ควรจะเข้ามาแทรกแซง"
"แกมันโดนอีนี่เป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้น!" หญิงชรากรีดร้องด้วยความโกรธจัด ชี้นิ้วมาทางหลินเยว่ที่เดินตามหลังออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง "ที่ดินผืนนั้นมันมีแต่ดินกับทราย ใครเขาจะไปซื้อต่อแก? แกกำลังพาลูกชายฉันไปลงนรก!"
หลินเยว่เดินมายืนเคียงข้างสามี เธอไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ แต่กลับยิ้มบางๆ อย่างผู้เหนือกว่า "แม่คะ การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความจนที่แม่ยัดเยียดให้เราตลอดมานั้นน่ากลัวกว่าเยอะค่ะ อีกอย่าง... ในเมื่อแม่มั่นใจนักว่ามันไร้ค่า ทำไมแม่ถึงพยายามจะยึดโฉนดผืนนั้นไปเป็นชื่อตัวเองตั้งแต่เมื่อวานล่ะคะ?"
คำพูดของเธอราวกับสายฟ้าฟาดกลางวงสนทนา กู้เฉิงหันมองมารดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าเดิม เขาไม่ได้พูดอะไร แต่การที่เขาก้าวเท้าขึ้นหน้าหนึ่งก้าวเพื่อปกป้องภรรยาก็เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายถอยกรูดไปจนชิดผนัง
"กลับไปซะครับแม่ ก่อนที่ผมจะลืมไปว่าแม่คือคนที่ให้กำเนิดผมมา" กู้เฉิงกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ใยดี
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดูบีบคั้นและเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลินเยว่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เตรียมเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้า เธอต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนที่แม่สามีจะไปปล่อยข่าวหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมคนในหมู่บ้านมากดดัน
"เราต้องไปโอนที่ดินบ่ายนี้เลยค่ะกู้เฉิง ฉันไม่อยากรอให้ความโกลาหลเกิดขึ้น" เธอเอ่ยขณะรีบเก็บเอกสาร
"ผมเตรียมรถไว้แล้ว" กู้เฉิงตอบพลางคว้าเสื้อคลุมให้ภรรยา ทั้งสองเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงก่นด่าไล่หลัง
รถจี๊ปคันเก่งแล่นผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านออกไปสู่เขตพื้นที่นอกเมือง ที่ดินที่เธอเล็งไว้อยู่ในจุดที่ค่อนข้างเงียบเหงา แต่ทว่าเมื่อพวกเขาไปถึงจุดหมาย ทันทีที่หลินเยว่ก้าวลงจากรถ เธอกลับพบกับชายชุดดำสามคนที่ยืนรออยู่หน้าสำนักงานที่ดิน ท่าทางของพวกเขาดูไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป
"คุณหลินเยว่ใช่ไหมครับ?" ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้น แววตาของเขาดูไม่เป็นมิตรนัก "ผมเกรงว่าที่ดินผืนนี้มีเจ้าของใหม่ที่ยื่นข้อเสนอสูงกว่าคุณแล้ว"
หลินเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องแม่สามีแล้ว... ใครกันที่กำลังขัดขวางการลงทุนของเธอ และเหตุใดพวกเขาถึงรู้ความเคลื่อนไหวของเธอได้รวดเร็วขนาดนี้!
กู้เฉิงก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้ทันที มือขวาขยับไปที่เอวตามสัญชาตญาณทหารเตรียมพร้อมรับมือ "ใครเป็นคนส่งพวกแกมา?"
ชายชุดดำคนนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหยิบโทรเลขฉบับหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้ "ไม่มีใครส่งมาครับ แค่มาเตือน... ว่าอย่าริอ่านเล่นเกมกับคนที่ไม่ควรเล่นด้วย เพราะที่ดินผืนนี้ ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาอย่างคุณจะมาเหยียบย่ำได้"
ในวินาทีนั้นเอง กองกำลังทหารติดอาวุธกลุ่มหนึ่งก็ขับรถเข้ามาปิดล้อมสำนักงานที่ดินแห่งนั้นไว้ทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนจำนวนมากทำให้หลินเยว่ต้องเบิกตากว้าง นี่มันไม่ใช่แค่การซื้อขายที่ดินธรรมดาเสียแล้ว
ส้มหวานมิติลับหวังว่ารี้ดที่รักจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าส้มหวานจะแก้เกมวิกฤตครั้งนี้อย่างไรนะคะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 44
ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!