"แกเอาเงินมาจากไหนไปซื้อจักรยานคันใหม่! ไอ้หลินเยว่! อีลูกสะใภ้ขี้ขโมย แกแอบไปเปิดหีบสมบัติของตระกูลกู้ใช่ไหม!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีจอมร้ายดังทะลุผ่านประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามาในครัว หลินเยว่ไม่ได้สะทกสะท้าน มือเรียวสวยที่เพิ่งล้างคราบแป้งทำซาลาเปาออกยังคงขยับอย่างใจเย็น เธอคว้าผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดมือพลางเลิกคิ้วมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำอยู่ตรงหน้า
"แม่คะ... ก่อนจะกล่าวหาใคร ช่วยเช็กให้ดีก่อนนะคะว่าในหีบใบนั้นของแม่ ยังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง นอกจากฝุ่นกับใยแมงมุม" หลินเยว่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนัยที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก
"แก... แกกล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้!"
"ก็พูดตามความจริงค่ะ" หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอคงที่ ดวงตากลมโตฉายแวววาวราวกับมีประกายดาว "ที่บ้านเรามีแต่กินกับเก็บ จนตอนนี้แทบไม่มีอะไรเหลือติดก้นถัง ถ้าอยากได้คำตอบว่าจักรยานคันนั้นมาจากไหน ก็ดูนี่สิคะ"
หลินเยว่หยิบถุงผ้าใบเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอสะบัดมันเบาๆ เหรียญเงินและธนบัตรใบย่อยจำนวนหนึ่งร่วงลงมากองบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของมันดังกังวานเป็นจังหวะที่ไพเราะที่สุดในความรู้สึกของเธอ มันคือ 'กำไรก้อนแรก' จากการขายซาลาเปาสอดไส้สูตรพิเศษในมิติลับของเธอ
แม่สามีตาโตขึ้นทันที มือที่สั่นเทาเอื้อมหมายจะคว้าเงินเหล่านั้น แต่หลินเยว่เร็วกว่า เธอคว้าถุงผ้ากลับมาไว้แนบอก
"เงินนี่... ฉันหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงค่ะ ไม่ได้ขโมยใครมา และมันก็เป็นของฉัน ไม่ใช่ของส่วนกลางตระกูลกู้"
"แต่ในเมื่อแกแต่งเข้ามาเป็นคนของกู้แล้ว ทุกอย่างก็ต้องเป็นของที่บ้าน!" แม่สามีพยายามตะคอกกลบเกลื่อนความโลภ
ทว่าก่อนที่สงครามประสาทจะปะทุไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าบ้าน กู้เฉิงในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังดูเนี้ยบกริบแม้จะผ่านการฝึกหนักมาทั้งวันก้าวเข้ามาในครัว สายตาคมดุจเหยี่ยวของเขาตวัดมองแม่ตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบตาภรรยา
"เกิดอะไรขึ้นครับ?" กู้เฉิงถามเสียงเรียบ แต่บรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบจนแม่สามีต้องถอยกรูด
"เฉิงเอ๋อร์... ดูเมียแกสิ มันอวดดี..."
"ผมเห็นแต่ภรรยาผมที่เหนื่อยล้าจากการค้าขายหาเลี้ยงครอบครัว" กู้เฉิงแทรกขึ้นทันที เขาเดินไปหยุดข้างกายหลินเยว่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเศษแป้งออกจากกลุ่มผมของเธออย่างทะนุถนอม "แม่ครับ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร รบกวนกลับไปพักผ่อนที่เรือนหลังใหญ่เถอะครับ ผมกับเยว่เอ๋อร์มีเรื่องต้องคุยกัน"
ความคลั่งรักที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งทำให้แม่สามีหน้าชาจนต้องเดินปึงปังออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่อบอวลด้วยไออุ่นจากเตาไฟ
"เหนื่อยไหม?" กู้เฉิงถามพลางคว้ามือเธอไปกุมไว้ ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาลูบไล้ฝ่ามือที่เริ่มมีรอยด้านจากการทำงานอย่างเบามือ
"นิดหน่อยค่ะ แต่พอเห็นเงินนี่แล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย" หลินเยว่ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย เธอหยิบเหรียญใบหนึ่งขึ้นมาโชว์ "นี่คือจุดเริ่มต้นนะคะเฉิง วันหนึ่งเราจะสร้างกิจการที่ยิ่งใหญ่ จนใครหน้าไหนก็ดูถูกเราไม่ได้อีก"
กู้เฉิงมองภรรยาด้วยความหลงใหล เขาไม่เคยคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเก่งกาจถึงเพียงนี้ สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เงินทอง แต่คือแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและชีวิตชีวาของเธอต่างหากที่เขารักจนถอนตัวไม่ขึ้น
"ไม่ว่าจะทำอะไร ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ"
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังหวานซึ้ง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านกลับดังขึ้นเป็นจังหวะที่เร่งเร้าและหนักแน่นผิดปกติ หลินเยว่ชะงัก เธอหันไปมองกู้เฉิงที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
ใครกันที่มาหาในยามวิกาลเช่นนี้?
หลินเยว่เดินไปเปิดประตูรั้วด้วยความระมัดระวัง แต่สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลงทันที เมื่อชายแปลกหน้าในชุดเสื้อผ้าซอมซ่อคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น มือของเขากำจดหมายปิดผนึกแน่น แววตาที่เขามองมายังเธอมีความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"คุณหลินเยว่ใช่ไหมครับ... ผมได้รับคำสั่งให้มาส่งสิ่งนี้ให้คุณ และถ้าคุณไม่อยากให้ความลับใน 'มิติลับ' ของคุณถูกเปิดเผยต่อทางการ... ก็จงอ่านมันซะ"
ส้มหวานมิติลับขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเยว่มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 7
กำไรก้อนแรก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!