แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 36

ปรับความเข้าใจ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“พี่กู้... ถ้าฉันบอกว่าสิ่งที่พี่เห็นในโกดังวันนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตฉันมาตลอด พี่จะยังอยากกอดฉันอยู่ไหมคะ?” คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของหลินเยว่ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานส่วนตัวของกู้เฉิง กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากตัวสามีทหารของเธอกลายเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดที่สุดในวินาทีนี้ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน คราวนี้ไม่มีแววหยอกเย้า ไม่มีรอยยิ้มมุมปากเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความนิ่งงันที่เหมือนคลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัว กู้เฉิงไม่ตอบในทันที เขาขยับตัวช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบโน้มตัวลงมาเล็กน้อย วางมือหนาลงบนโต๊ะไม้ กักขังร่างบอบบางของภรรยาไว้ในอาณาเขตของเขา แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสลัวๆ เต้นระบำอยู่ในม่านตาที่มืดมิดคู่นั้นของเขา “เยว่เอ๋อร์...” เขาเรียกชื่อเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเพียงน้อยนิด “ผมเห็นข้าวของที่กองพะเนิน สิ่งของที่ไม่ควรมีอยู่จริงในยุคที่แม้แต่แป้งสักกระสอบยังหายาก ผมเห็นภรรยาของผมที่เหนื่อยหอบจากการเนรมิตอาหารชั้นเลิศขึ้นมาจากความว่างเปล่า... คุณคิดว่าผมคือสามีประเภทไหนกัน ถึงจะหันหลังให้คุณเพียงเพราะความลับที่คุณเก็บไว้?” หลินเยว่เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรู้ดีว่ากู้เฉิงไม่ใช่คนโง่ ความเฉลียวฉลาดที่ทำให้เขาไต่เต้าสู่ตำแหน่งพันเอกตั้งแต่อายุยังน้อยคือหลักฐานชั้นดี เขารู้... เขาเพียงแค่รอให้เธอเป็นคนสารภาพออกมาด้วยตัวเอง “มันไม่ใช่พลังวิเศษอะไรหรอกค่ะ” เธอตัดสินใจพูด พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “มันเป็นเหมือน... พื้นที่ส่วนตัว เป็นมิติที่ฉันสามารถจัดเก็บของและผลิตบางอย่างได้ แต่มันต้องใช้แลกเปลี่ยนด้วยหยาดเหงื่อและความพยายาม ไม่ได้มาฟรีๆ ฉันพยายามปกปิดเพราะกลัวว่าหากใครรู้เข้า ชีวิตที่เรียบง่ายของเราจะพังทลาย” กู้เฉิงยื่นมือออกมา เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินคำบรรยาย “สำหรับผม คุณคือภรรยา คือคนที่ผมสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต” เขาขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “เรื่องมิติลับของคุณ ผมไม่สนใจหรอกว่ามันมาจากไหน หรือเป็นสิ่งผิดธรรมชาติอย่างไร ตราบใดที่มันไม่ได้เปลี่ยนตัวตนที่ผมรัก... แต่เยว่เอ๋อร์ สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นความปลอดภัยของคุณ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรออกมาจากมิตินั้น ต้องมีผมอยู่เคียงข้างเสมอ เข้าใจไหมครับ?” ความอบอุ่นที่พุ่งเข้าใส่หัวใจทำให้หลินเยว่เกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอพยักหน้าช้าๆ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาตลอดเริ่มเบาบางลง ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังซึ้งใจ เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงและรวดเร็วก็ทำลายความเงียบลงเสียสนิท *ปัง! ปัง! ปัง!* “กู้เฉิง! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกเอาของดีๆ ซ่อนไว้ในบ้าน แกกับนังเด็กเหลือขอคนนั้นกำลังคิดจะฮุบสมบัติครอบครัวใช่ไหม!” เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยทำเอาหลินเยว่สะดุ้งสุดตัว แม่สามีจอมร้ายกาจของเธอ—นางเฉิน—บุกมาถึงหน้าบ้านพร้อมกับตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อนเสียดแทงไปถึงคนข้างบ้าน กู้เฉิงขมวดคิ้วแน่น แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันที เขาหันมาจับมือภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อให้ความมั่นใจ “อย่ากลัว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “วันนี้ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้น ไม่ว่านางจะถือไพ่ใบไหนอยู่ก็ตาม” เขาก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความวุ่นวายโดยไม่ลังเล หลินเยว่เดินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องโถงออกมา สิ่งที่เธอเห็นไม่ได้มีเพียงนางเฉินที่ยืนเท้าสะเอวด้วยความโกรธเกรี้ยวเท่านั้น แต่ด้านหลังของนางยังมีชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบพนักงานสหกรณ์รัฐสองคนที่ถือเอกสารแผ่นหนึ่งไว้ในมือ ท่าทางของพวกเขาดูเหมือนเตรียมพร้อมจะเข้าตรวจค้นบ้านของเธอทุกเมื่อ นางเฉินแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “กู้เฉิง! แกอย่าคิดว่าความเป็นทหารจะทำให้แกทำผิดกฎหมายได้ วันนี้คนจากสหกรณ์มาที่นี่เพื่อตรวจสอบโกดังส่วนตัวของแก! แกเก็บงำสินค้าเถื่อนไว้กี่ตันกัน! คราวนี้แกกับนังเมียจอมเจ้าเล่ห์เตรียมตัวไปคุกได้เลย!” หัวใจของหลินเยว่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ดีว่าในมิติลับของเธอมีของที่เตรียมไว้รอขายในสัปดาห์หน้ามากเกินกว่าจะอธิบายได้ว่าเป็นของส่วนตัว หากพวกเขาบุกเข้าไปตอนนี้ ต่อให้กู้เฉิงจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางลบหลักฐานที่คาดไม่ถึงนี้ออกไปได้ทัน กู้เฉิงยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ทว่าดวงตาสีเข้มของเขาปะทะกับสายตาของคนจากสหกรณ์ที่จ้องมองมาอย่างกดดัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด หลินเยว่ตัดสินใจก้าวขึ้นไปข้างหน้าสามี เธอคว้าเอกสารในมือคนจากสหกรณ์มาเปิดดู ก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ใครเห็นก็ต้องขนลุก “ตรวจค้นได้ค่ะ...” หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แต่ถ้าพวกคุณค้นไม่พบอะไรนอกจากข้าวสารติดก้นถังในบ้านหลังนี้ พวกคุณพร้อมจะรับผิดชอบต่อการบุกรุกเคหสถานและข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ทหารด้วยใช่ไหมคะ?” รอยยิ้มของนางเฉินชะงักค้าง ทว่าคนจากสหกรณ์กลับยิ้มตอบอย่างมีเลศนัย “ถ้าไม่มีของเถื่อนจริง เราก็พร้อมจะขอโทษ แต่ถ้ามี... พันเอกกู้เตรียมตัวถอดเครื่องแบบได้เลย!” คำถามคือ... ของพวกนั้นไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่อยู่ในมิติที่มองไม่เห็น หากพวกเขาตรวจค้นแล้วไม่เจอ กู้เฉิงจะรอด แต่ถ้าเขามีแผนอื่นที่ซ่อนไว้ล่ะ? และทันใดนั้นเอง กู้เฉิงก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องตะลึงจนตัวแข็งทื่อ... "เยว่เอ๋อร์... ผมส่งสัญญาณบอกคนของเราให้มาปิดล้อมบ้านไว้แล้ว แต่นางไม่ได้มาคนเดียว วันนี้มี 'คนจากส่วนกลาง' ติดตามมาด้วยในรถคันนั้น และถ้าผมจำไม่ผิด คนที่ลงมาจากรถ... คือคนที่คุณเคยเล่าให้ฟังว่า 'ตาย' ไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่คุณจะมาอยู่ที่นี่!" ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ ส้มหวานมิติลับจะพาทุกคนไปไขปริศนาความลับนี้ในตอนหน้า ห้ามพลาดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%