เสียงเคาะแป้นพิมพ์ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดังระรัวก้องห้องปฏิบัติการใต้ดินของกองบังคับการฯ ทว่าในโสตประสาทของแทนคุณ เสียงนั้นกลับพร่าเลือนราวกับดังมาจากก้นบึ้งของมหาสมุทร เขากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว สายตาคมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษรายงานการเข้าออกห้องเก็บวัตถุประสงค์คดี "ฆาตกรรมรอยเลือดอาถรรพ์" ครั้งล่าสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตัวเลขและเวลาบนกระดาษไม่ได้โกหก แต่มันกำลังบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจ... ประตูห้องนิรภัยเปิดด้วยรหัสผ่านระดับผู้กองขึ้นไป และมีบันทึกการใช้คีย์การ์ดเพียงใบเดียวในช่วงเวลาที่หลักฐานชิ้นสำคัญถูกสับเปลี่ยน
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ แทนคุณ หน้าตาคุณดูไม่ได้เลยนะ"
เสียงนุ่มนวลแต่จริงจังของรินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ เธอวางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและอาจารย์ แววตาของเธอสะท้อนความห่วงใยเจือความระแวดระวังอย่างที่เคยเป็นเสมอในยามที่เราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็น
"ผมกำลังคิดว่า... เราไม่ได้กำลังสู้กับฆาตกรโรคจิตที่อาศัยไสยเวทเพียงลำพังหรอกครับอาจารย์" แทนคุณลดเสียงลงกระซิบ สายตาเหลือบมองผ่านกระจกใสไปยังโต๊ะทำงานของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งทำงานกันอย่างขะมักเขม้น "มีคนส่งข่าวให้มัน มีเกลือเป็นหนอนคอยเปิดประตูหลังให้เงาสีดำพวกนั้นเดินเข้ามาขโมยหลักฐานในบ้านของเราเอง"
สารวัตรกวินที่เพิ่งเดินถือแฟ้มคดีเข้ามาหยุดชะงักฝีเท้า สีหน้าเคร่งเครียดของนายตำรวจน้ำดีฉายแววไม่พอใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเป็นความเรียบเฉยที่เดาใจยาก
"คุณกำลังกล่าวหาลูกน้องผมนะ แทนคุณ" สารวัตรกวินวางแฟ้มกระแทกโต๊ะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยความอึดอัด "ทุกคนที่นี่ผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มข้น พวกเขากินนอนกับคดีนี้มาเป็นเดือน คุณมีหลักฐานอะไร ถึงได้โยนความสงสัยใส่คนในหน่วยงานแบบนี้"
แทนคุณไม่หลบสายตา เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากเนตรอาคมที่ตื่นตัวทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างประหลาด ในมิติที่คนธรรมดามองไม่เห็น เขากลับมองเห็นเส้นใยสีดำบางเบาคล้ายเส้นด้ายอาถรรพ์ เลื้อยพันอยู่รอบข้อมือของใครบางคนในห้องนี้ เส้นใยที่เชื่อมโยงกับไอวิญญาณชั่วร้ายของฆาตกรที่พวกเขาตามล่า
"ผมไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จะชี้ตัวคนร้ายในตอนนี้หรอกครับสารวัตร..." แทนคุณเว้นจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "แต่สัญชาตญาณและเนตรที่ผมมี มันบอกว่ารอยร้าวไม่ได้เกิดขึ้นที่กำแพงห้องเก็บของ แต่มันเกิดขึ้นที่ความไว้ใจของเราต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เริ่มเงยหน้าขึ้นมองความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมห้องของพวกเขา รินรดายกมือขึ้นแตะข้อศอกของแทนคุณเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใช้อารมณ์นำเหตุผล แต่แววตาของเธอกลับกวาดตามองไปรอบห้องอย่างพิจารณา ประเมินคลื่นพลังงานแปลกปลอมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เครื่องแบบตำรวจไทย
"ผมไม่ได้หมายความว่าเป็นคนใกล้ตัวที่สารวัตรไว้ใจที่สุด..." แทนคุณผ่อนลมหายใจยาว ลดโทนเสียงลงเพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานร่วมกัน "แต่คนที่ถือสิทธิ์เข้าถึงห้องนิรภัยเมื่อคืนวาน มีอยู่เพียงสามคน หนึ่งในนั้นคือผม สองคือสารวัตร และสาม... เจ้าหน้าที่ธุรการฝ่ายไอทีที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน"
สารวัตรกวินหันขวับไปมองโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ไอทีหนุ่มผู้มีนามว่า 'หมวดนนท์' ทันที ทว่าโต๊ะตัวนั้นกลับว่างเปล่า เอกสารกองโตถูกทิ้งไว้ราวกับเจ้าตัวเพิ่งลุกไปห้องน้ำ
"หมวดนนท์ไปไหน?" สารวัตรกวินหันไปถามจ่าหน้าโต๊ะใกล้เคียง
"เอ่อ... เห็นบอกว่าจะลงไปเอาแฟ้มเอกสารจากห้องใต้ดินครับสารวัตร ลงไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว..." เจ้าหน้าที่นายนั้นตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงของผู้บังคับบัญชา
แทนคุณขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน เนตรอาคมของเขาเริ่มร้อนผ่าวจนแสบตา ภาพนิมิตรางเลือนปรากฏขึ้นในหัวสมอง เป็นภาพของเปลวไฟสีเขียวมรกตที่กำลังลุกท่วมห้องใต้ดิน และกลิ่นอายของเลือดสดๆ ที่โชยมาตามท่อระบายอากาศ
"ไม่ใช่ลงไปเอาเอกสารหรอกครับ..." แทนคุณพูดลอดไรฟัน ร่างกายขยับพุ่งตัวไปที่ประตูทางลงห้องใต้ดินทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต "เขากำลังทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เรามี!"
รินรดารemวปัดมือเรียกยันต์กระดาษสีชาออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว เธอพยักหน้าให้สารวัตรกวินที่ชักอาวุธประจำกายออกมาเตรียมพร้อม ทั้งสามคนวิ่งฝ่าทางเดินแคบๆ ลงสู่ชั้นใต้ดินที่มืดสลึมสลือ กลิ่นอับชื้นของตึกเก่าผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าว
เมื่อผลักบานประตูเหล็กของห้องเก็บวัตถุพยานชั้นล่างสุดเปิดออก ภาพตรงหน้าก็ทำให้สารวัตรกวินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หมวดนนท์กำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าตู้เก็บของ ทว่ามือข้างหนึ่งของเขากลับไม่ได้ถือแฟ้มเอกสาร แต่มันกำลังป้ายเลือดสดๆ ลงบนอักขระโบราณที่ถูกวาดไว้บนพื้นห้องเพื่อทำพิธีสะกดวิญญาณ
"หมวดนนท์! หยุดเดี๋ยวนี้!" สารวัตรกวินตะโกั่นลั่น เล็งปืนตรงไปที่ร่างนั้น
ชายหนุ่มในเครื่องแบบตำรวจค่อยๆ หันกลับมา ใบหน้าที่เคยดูอ่อนโยนและนอบน้อมบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไม่มีตาขาว ร่างกายของเขาสั่นกระตุกราวกับถูกชักใยโดยสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น
"สายไปแล้วครับสารวัตร..." เสียงของหมวดนนท์เปลี่ยนไปเป็นเสียงแหบพร่าประสานกันหลายเสียง ราวกับมีคนนับสิบกำลังพูดพร้อมกัน "นายท่านฝากบอกว่า... ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่พวกคุณมอบให้มาโดยตลอด"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของหมวดนนท์ก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เลือดสีดำทะลักออกจากปากและจมูก พร้อมๆ กับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิดจากพลังงานไสยเวทสีเลือดที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน!
แทนคุณพุ่งตัวเข้าไปคว้าตัวสารวัตรกวินและรินรดากระโจนหลบแรงกระแทกได้อย่างเฉียดฉิว เศษกระจกและควันสีดำคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าสิ่งที่ทำให้แทนคุณต้องช็อกยิ่งกว่าแรงระเบิด คือหน้าจอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของเขาที่สั่นเตือนรัวด้วยข้อความจากระบบแจ้งเตือนปริศนาที่เขาไม่เคยเปิดใช้งานมาก่อน—
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบการปลุกเสก 'ค่ายAuraมรณะ' สำเร็จ 100%]**
**[คำเตือนระดับ SSS: ศัตรูได้เข้ายึดครองระบบโครงข่ายไฟฟ้าและคมนาคมทั้งหมดของเมืองในรัศมี 10 กิโลเมตรแล้ว]**
**[บุคคลเป้าหมายที่คุณไว้ใจที่สุด กำลังรอต้อนรับคุณอยู่ที่จุดนัดพบสุดท้าย... แทนคุณ คุณเหลือเวลาอีกเพียง 3 นาที ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง]**
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 19
รอยร้าวของความไว้ใจ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!