กลิ่นอับชื้นของดินเหนียวผสมปูนซีเมนต์เก่าแก่ตีเข้าจมูกทันทีที่ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายลงมาสู่ชั้นใต้ดิน แสงไฟฉายคาดหัวของสารวัตรกวินกวาดสาดไปตามผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีคราบน้ำซึมเป็นทางยาว ราวกับรอยเลือดที่กำลังแห้งกรังในมโนสำนึกของใครบางคน
"ยินดีต้อนรับสู่พิธีกรรมบทที่ 2... ผู้เล่นหมายเลข 001 กำลังรอคุณอยู่ที่ห้องใต้ดิน"
แทนคุณทวนข้อความในหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งสว่างวาบขึ้นมาในความมืด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่ควรจะเป็นฐานรากรับน้ำหนักของอาคารพาณิชย์สูง 30 ชั้น แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เสาเข็มหรือคานคอนกรีตมาตรฐานตามหลักวิศวกรรมโยธาที่เขาเคยร่ำเรียนมา
"นี่มันบ้าอะไรกัน..." สารวัตรกวินพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือหนากำด้ามปืนพกสั้นประจำกายแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด "แปลนก่อสร้างที่พวกเราตรวจสอบจากเทศบาลระบุไว้ชัดเจนว่า ชั้นนี้คือห้องควบคุมระบบระบายอากาศและถังเก็บน้ำสำรอง แต่ทำไม... ทำไมมันถึงกลายเป็นลานกว้างแบบนี้?"
แทนคุณไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เนตรอาคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มทำงาน เส้นสายพลังงานสีดำทมิฬนับร้อยสายกำลังไหลวนเวียนอยู่ใต้พื้นผิวคอนกรีตราวกับระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ มันไม่ใช่โครงสร้างทางกายภาพที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนัก แต่มันคือ "ค่ายกล" ขนาดมหึมาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยชีวิตและความตาย
"ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับสารวัตร" เสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบของรินรดาเอ่ยขึ้น เธอเดินตามลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสวาวโรจน์ด้วยประกายความเข้าใจ เธอใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนเสาคอนกรีตต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงแน่นทึบของปูนซีเมนต์ แต่เป็นเสียงโปร่งกลวงราวกับข้างในนั้นอัดแน่นไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์ "คนร้ายไม่ได้เลือกสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้เพราะทำเลทางธุรกิจ แต่มันเลือกเพราะ 'ชัยภูมิ' ต่างหาก"
"ชัยภูมิ?" กวินหันขวับมามอง "คุณหมายความว่ายังไง?"
แทนคุณลุกขึ้นยืน ชemสายตาไปยังใจกลางห้องใต้ดิน ที่ซึ่งมีแท่นบูชาหินแกรนิตสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ บนนั้นมีร่องรอยคราบเลือดสีคล้ำที่ยังคงส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม จ๊กจณวิศวกรหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ให้มากที่สุด
"ลองคิดในมุมมองของวิศวกรดูสิครับสารวัตร... อาคารสูง 30 ชั้น จำเป็นต้องตอกเสาเข็มลงไปลึกกว่าสามสิบเมตรเพื่อรับน้ำหนักมหาศาล แรงกดอัดมหาศาลจากด้านบนจะกดทับลงมาที่ฐานรากแห่งนี้ตลอดเวลา" แทนคุณกวาดสายตามองไปรอบห้อง "ในทางศาสตร์มืด... แรงกดอัดเชิงกลไกเหล่านี้ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่มันถูกเปลี่ยนรูปให้กลายเป็น 'พลังงานบีบอัด' ที่รุนแรงยิ่งกว่าการทำพิธีในพื้นที่โล่งแจ้งเสียอีก"
รินรดาพยักหน้ารับคำของแทนคุณอย่างเห็นพ้อง "ถูกต้องค่ะ อาคารสูงหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น 'เครื่องมือบดขยี้วิญญาณ' โดยเฉพาะ ทุกๆ ตันของคอนกรีตที่เทลงไป คือการตอกตรึงวิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายให้อยู่ติดกับพื้นดิน ไม่ให้ผุดไม่ได้เกิด และพลังงานเชิงลบที่ปลดปล่อยออกมาจากการทรมานนั้น จะถูกส่งตรงขึ้นไปหล่อเลี้ยงโครงสร้างทั้งหมดของตึก เพื่อค้ำจุนบางสิ่งบางอย่าง... หรือใครบางคนให้อยู่เหนือวัฏสงสาร"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานที่ดังติ๋ๆ เป็นจังหวะราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะเป็นตำรวจผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่ความจริงที่ว่าตึกระฟ้าใจกลางเมืองมูลค่าหลายพันล้านบาทหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นมาครอบทับ "หลุมศพมนุษย์" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางไสยเวท นั้นเกินกว่าที่สมองของนายตำรวจสายตรวจอย่างเขาจะรับไหว
"ถ้าอย่างนั้น... คนที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ทั้งหมด ตั้งใจจะใช้ตึกนี้เป็นอะไรกันแน่?" กวินถามเสียงเครียด
แทนคุณก้าวเดินช้าๆ ไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้า บนนั้นมีแฟ้มเอกสารเก่าๆ วางอยู่เล่มหนึ่ง ปกแฟ้มมีตราประทับของบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดังที่เพิ่งล้มละลายไปเมื่อสี่ปีก่อน วิศวกรหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แสงจากไฟฉายส่องกระทบรายชื่อของผู้สูญหายในไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งตรงกับตัวเลขรหัสผ่านที่ส่งมาในมือถือไม่มีผิดเพี้ยน
"ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน หรือการฟอกเงินแบบที่ตำรวจสงสัยหรอกครับ..." แทนคุณกวาดสายตาอ่านบันทึกข้อความในหน้าสุดท้าย ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉานสะท้อนเข้าสู่ดวงตา
> *'วันที่ 4 เดือน 4... เหยื่อรายที่ 99 เสร็จสิ้นพิธี พลังงานจากเสาเข็มต้นที่ 13 สมบูรณ์แบบ รอเพียงการเปิดใช้งานครั้งสุดท้ายในคืนจันทร์ดับ เพื่อปลุกราชันย์แห่งความตายให้ลืมตาตื่นขึ้นมาปกครองเมืองนี้'*
หัวใจของแทนคุณกระตุกวูบ ภาพนิมิตรางๆ ผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลโครงสร้างทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรมเข้ากับแผนผังของค่ายกลไสยเวทอย่างรวดเร็ว ตึกทั้งหลังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออยู่อาศัย แต่มันคือ "เสาหลักค้ำยันประตูนรก" ขนาดยักษ์!
"เราต้องรีบออกไปจากที่นี่..." แทนคุณหันกลับมาตะโกนเสียงดังลั่น "นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของฆาตกรต่อเนื่อง แต่มันคือแผนการทำลายล้าง...!"
ครืนนนนน!
ยังไม่ทันที่แทนคุณจะพูดจบ ประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องใต้ดินด้านหลังก็กระแทกปิดลงอย่างรุนแรงด้วยแรงลมปริศนา ตามมาด้วยเสียงล็อกของกลไกอัตโนมัติที่ดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ เริ่มต้นขึ้นจากใต้พื้นดิน เสาคอนกรีตเสริมเหล็กทุกต้นส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกำลังจะรับน้ำหนักไม่ไหว
"เกิดอะไรขึ้นสุแผ่นดินไหวเหรอ!?" กวินพยายามวิ่งไปผลักประตูเหล็ก แต่มันไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ระบบไฟฟ้าทั้งหมดในห้องดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉายคาดหัวที่สาดส่องไปกระทบกับเงาดำทมิฬร่างมหึมาที่กำลังก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังแท่นบูชา
รินรดาดึงยันต์กระดาษสีแดงฉานออกจากกระเป๋าเสื้อ ร่ายคาถาเสียงดังลั่นพร้อมซัดออกไปเบื้องหน้า แต่กระดาษยันต์กลับลุกไหม้เป็นจุลกลางอากาศทันทีที่สัมผัสกับไอหมอกสีดำที่แผ่พุ่งออกมา
ร่างท้วมใหญ่ในชุดวิศวกรเก่าเขรอะ คราบเลือดแห้งกรังเต็มใบหน้า ดวงตาทั้งสองข้างโบ๋กลวงแต่มีเปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนอยู่ภายใน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพวกเขาทั้งสามคน รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน
*“ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้าย... วิศวกรผู้โง่เขลา เจ้าเดินเข้ามาในปากมังกรด้วยตัวเองแท้ๆ”*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 18
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!