เศษไม้โอ๊กชิ้นใหญ่พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วระดับกระสุนปืน ก่อนจะปะักเข้ากับชั้นหนังสือมะฮอกกานีจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะรุนแรงส่งผลให้ฝุ่นผงไม้คละคลุ้งผสมกับกลุ่มควันสีดำที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ตรงกรอบประตู สารวัตรกวินไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลพุ่งตัวเข้าไปหลบหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทันที พร้อมกับชักอาวุธปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำเสียงดัง *กริ๊ก* สัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด แม้ในใจลึกๆ จะรู้ดีว่ากระสุนตะกั่วในรังเพลิงนั้นแทบไม่มีความหมายอะไรเลยกับสิ่งที่กำลังคุกคามพวกเขาอยู่
"สารวัตร! อย่าเพิ่งยิงส่งเดชครับ!" แทนคุณตะโกนลั่นผ่านเสียงคำรามต่ำที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมัวเบื้องหน้า
วิศวกรหนุ่มในคราบนักสืบเฉพาะกิจไม่ได้หลบหนีไปไหน เขายืนหยัดอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของห้อง มือข้างหนึ่งยกขึ้นปัดกลุ่มควันสีดำที่เริ่มเจือจางลงด้วยท่าทีสุขุม แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับจนไหลย้อยลงมาตามสันกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบของแทนคุณไม่ได้มองไปยังเศษซากประตูที่พังพลาย หากแต่กำลังจ้องทะลุผ่านม่านหมอกไสยเวทไปยัง "โครงสร้าง" ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเงาสีดำทะมึนนั้น
ในสายตาของคนทั่วไป พวกเขาอาจเห็นเพียงเงาร่างมนุษย์นับสิบที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะกำลังคืบคลานเข้ามา แต่ใน "เนตรอาคม" ของแทนคุณ ทุกอย่างกลับถูกแปลงสภาพเป็นเส้นเรขาคณิตและสมการพลังงานอย่างไม่น่าเชื่อ—มันคือโครงข่ายอาคมระดับสูงที่ถูกถักทอขึ้นจากกระแสจิตอันดำมืดและพลังงานธาตุหยิน
รินรดาขยับตัวเข้ามาประชิดเบื้องข้างอย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าของเธอแตะพื้นแทบไม่มีเสียง ร่างเพรียวบางในชุดจีนโบราณสีเข้มยกพัดเหล็กขึ้นตั้งรับ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ไม่ใช่ภูตผีเร่ร่อน... นี่คือค่ายกลมนต์ดำเคลื่อนที่ แรงกดดันเมื่อครู่เป็นเพียงจิตวิทยาขั้นสูงที่ใช้กดทับสติสัมปชัญญะผ่านคลื่นความถี่ต่ำ ถ้าพวกคุณจิตหลุดไปตั้งแต่ก้าวแรก ตอนนี้คงกลายเป็นหุ่นเชิดของมันไปแล้วครับ"
กวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน "แล้วเราจะทำอย่างไรกับเจ้าฝูงเปรตเดรัจฉานพวกนี้ล่ะครับอาจารย์ริน? กระสุนในแมกกาซีนของผมไม่น่าจะเอาอยู่"
"เราไม่ต้องสู้ด้วยกำลังครับ" แทนคุณแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด ราวกับกำลังยืนอยู่หน้ากระดานคำนวณออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ มากกว่าการเผชิญหน้ากับกองทัพวิญญาณอาฆาต
"หมายความว่ายังไง?" กวินหันมามองด้วยหางตา
"ทุกพิธีกรรม... ไม่ว่าจะเป็นไสยเวทโบราณหรือศาสตร์มืดแขนงไหนบนโลกใบนี้ มันก็คือ 'ระบบ' ครับ" แทนคุณก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตาสาดส่องผ่านความมืดไปยังจุดตัดของเส้นพลังงานสีแดงฉานที่แผ่พุ่งออกมาจากพื้นห้อง "และทุกๆ ระบบที่มีความซับซ้อน ย่อมมี 'จุดอ่อนทางโครงสร้าง' (Structural Weakness) ซ่อนอยู่เสมอ"
ในเสี้ยววินาทีนั้น แทนคุณดึงเอาหลักการวิเคราะห์โครงสร้างสะพานและตรรกะทางวิศวกรรมโยธามาทาบทับลงบนแผนผังค่ายกลไสยเวท สมองของเขาประมวลผลด้วยความเร็วสูงราวกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม
*จุดรับแรงหลักอยู่ที่เสาเหลี่ยมมุมห้องทิศบูรพา... จุดกระจายกระแสจิตอยู่ตรงพรมเปอร์เซียผืนนั้น... และจุดอับสัญญาณที่ใช้เชื่อมต่อพลังงานจากผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง... อยู่ตรงตำแหน่งศูนย์กลางของวงกลมโลหิต!*
"รินรดาครับ ช่วยคุ้มกันผมสามวินาที" แทนคุณเอ่ยสั้นๆ
หญิงสาวไม่ถามซ้ำ พัดเหล็กในมือสะบัดวาดออกเป็นวงโค้ง เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับม่านพลังงานใสที่แผ่ขยายออกไปปะทะกับเงาดำที่พุ่งเข้ามาชนจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า
แทนคุณอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ ร่างกายของเขาย่อต่ำลงเพื่อลดแรงต้าน มือขวาคว้าเอาแท่งเหล็กฉากสำหรับยึดชั้นหนังสือที่หลุดร่อนอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้มั่น
กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเป้าหมายของวิศวกรหนุ่ม "คุณแทนคุณ! อย่าบอกนะว่าคุณจะ..."
"ใช่ครับ ผมจะถอดรหัสโครงสร้างนี้ด้วยมือของผมเอง"
แทนคุณไม่รอให้สารวัตรหนุ่มท้วงติง ร่างกายกำยำพุ่งเข้าประชิดจุดศูนย์กลางของค่ายกลทันที ดวงตาเบิกโพ้าเพ่งมองเส้นสายพลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก่อนจะเงื้อมือขึ้นสุดแขนแล้วปักแท่งเหล็กฉากลงไปยังจุดตัดของเส้นพลังงานบนพื้นไม้ปาร์เกต์อย่างแม่นยำราวกับผ่าตัดหัวใจ!
*แคร็กกก—!*
เสียงราวกับกระจกบานใหญ่แตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก แรงสั่นสะเทือนมหาศาลสะท้อนกลับมาจนแทนคุณต้องกัดฟันกรอด ฝ่ามือชาหนึบไปหมดแต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจ กลุ่มควันสีดำที่เคยพวยพุ่งหนาแน่นกลับม้วนตัวกลับเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับน้ำวนในท่อระบายน้ำ เสียงโหยหวนและเสียงฝีเท้าอึกทึกนับร้อยคู่หยุดชะงักลงในพริบตา ความกดดันอันน่าอึดอัดที่กดทับแผ่นหลังระเหิดหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
สารวัตรกวินยืนอึ้งค้าง ปืนในมือลดระดับลงโดยไม่รู้ตัว "เฮ้ย... มัน... มันหายไปไหนหมด?"
"มันไม่ได้หายไปไหนครับสารวัตร... มันแค่ถูก 'รีเซ็ต' ระบบ" รินรดาเก็บพัดเหล็กเข้าที่ ใบหน้าสวยหวานยังคงนิ่งขรึม แต่แววตาฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด เธอมองหน้าแทนคุณด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป—ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ใช้แค่เนตรอาคม แต่เขากำลังใช้ "ตรรกะของมนุษย์" มาควบคุมและทำลายล้างไสยเวทอันลึกลับได้อย่างน่าอัศจรรย์
แทนคุณถอนหายใจยาว เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าคมคาย เขาดึงแท่งเหล็กออกจากพื้น รอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุมปรากฏเด่นชัดอยู่บนพื้นไม้ พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ระเหยขึ้นมาในอากาศ
"เราชนะรอบนี้..." แทนคุณเอ่ยเสียงแหบพร่า ขณะก้มลงมองรอยร้าวบนพื้น "แต่ดูเหมือนว่า คนที่ออกแบบค่ายกลนี้ จะไม่ได้มีแค่ความรู้เรื่องไสยเวทธรรมดาๆ เสียแล้วล่ะครับ"
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งคำถามต่อ บรรยากาศภายในห้องก็กลับอุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่ดับสนิทไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีแหล่งจ่ายไฟ ตัวอักษรสีแดงฉานจำนวนมากวิ่งพล่านบนหน้าจออย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะรวมตัวกันเป็นข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่สะท้อนเงาลงบนดวงตาของทั้งสามคน
[ ตรวจพบรหัสผ่านลับ: ยินดีต้อนรับสู่พิธีกรรมบทที่ 2 - ผู้เล่นหมายเลข 001 กำลังรอคุณอยู่ที่ห้องใต้ดิน ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับเราในตอนนี้นะครับ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 17
สมการพิธีกรรม
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!