บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 9

ความจริงหลังม่านควัน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอายของธูปหอมชนิดพิเศษที่ถูกจุดไว้เพื่อสะกดร่องรอยพลังงานตกค้างในห้องสืบสวนชั่วคราว ลอยวนอยู่เหนือปลายจมูกของผมราวกับกลุ่มควันสีเทาที่กำลังบิดตัวเป็นรูปร่างของคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ แทนคุณขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียายาวของเขากำแฟ้มเอกสารคดีชันสูตรศพชิ้นล่าสุดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนภาพถ่ายรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณบนผิวหนังของเหยื่อ มันไม่ใช่ร่องรอยที่เกิดจากคมมีดธรรมดา แต่มันคือรอยแผลที่ถูกประทับด้วยความแค้นและพิธีกรรมที่วิทยาศาสตร์แผนปัจจุบันไม่เคยมีคำอธิบายรองรับ "คุณกำลังใช้เหตุผลทางฟิสิกส์มาอธิบายเรื่องที่แม้แต่คนโบราณยังต้องยอมจำนนด้วยความหวาดกลัวนะครับ แทนคุณ" เสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย แสงเงาจากภายนอกหน้าต่างที่เริ่มโพล้เพล้ขับให้ใบหน้าด้านข้างของเธอคมชัดขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มองมาที่กองเอกสารบนโต๊ะ แต่กำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผมราวกับต้องการค้นหาว่ากำแพงแห่งตรรกะที่ผมสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตนั้น เหลือความมั่นคงอยู่อีกสักกี่เปอร์เซ็นต์ ผมวางแฟ้มลงอย่างช้าๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้ "ผมเป็นวิศวกรครับคุณรินรดา ทุกอย่างบนโลกนี้ต้องมีโครงสร้าง มีจุดรับน้ำหนัก และมีที่มาที่ไป รอยแผลบนศพพวกนั้น... มันต้องมีตัวแปรทางเคมีหรือกระบวนการบางอย่างที่ทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนสภาพแบบนั้นได้ ไม่ใช่เพราะคำสาปอะไรที่คุณพยายามจะบอกผม" รินรดาสบตาผมนิ่ง ชั่วขณะหนึ่งมีความรู้สึกบางอย่างไหววับอยู่ในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเย้ยหยัน แต่มันคือ 'ความเวทนา' ที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยรอยยิ้มจางๆ "ตัวแปรทางเคมีอย่างนั้นหรือครับ..." เธอทวนคำเสียงแผ่ว ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน "ถ้าเช่นนั้น คุณจะอธิบายตัวแปรที่ชื่อว่า 'อดีต' อย่างไรล่ะครับ แทนคุณ อดีตที่ต่อให้คุณใช้เครื่องมือวัดความเค้นที่แม่นยำแค่ไหน ก็ไม่มีทางตรวจวัดความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในวิญญาณของคนคนหนึ่งได้" บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงทันที สารวัตรกวินที่นั่งเงียบฟังการสนทนามาตลอดอยู่ในมุมมืด ขยับตัวอึดอัดเล็กน้อย เขาเป็นนายตำรวจที่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ไร้ร่องรอยการงัดแงะและไม่มีลายนิ้วมือแฝง กลับทำให้เขาต้องยอมนั่งฟังเรื่องไสยเวทเหล่านี้อย่างจำยอม "คุณหมายความว่าอย่างไรครับรินรดา" สารวัตรกวินอดรนทนไม่ไหว เป็นฝ่ายเปิดปากถามขึ้น "ที่คุณพูดมาทั้งหมด เหมือนคุณกำลังบอกว่า... คุณรู้จักกับคนร้ายคนนี้ หรือคุณรู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกวิธีฆ่าแบบนี้?" รินรดาหันไปมองสารวัตรกวินชั่วครู่ ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ผม ดวงตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามวิกาลที่ไร้ลมพัดผ่าน "ดิฉันไม่ได้แค่รู้จักครับสารวัตร..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่ทรงพลังจนทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ "...แต่รอยแผลบนศพพวกนั้น คือลวดลายเดียวกันกับที่เคยถูกสลักไว้บนหัวใจของดิฉันเองเมื่อสี่ปีก่อน" ความเงียบงัดเข้าเกาะกุมพื้นที่รอบตัวทันที ไม่มีใครพูดอะไรต่อ ชั่วขณะนั้นเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่เดินติ๊กๆ กลับดังชัดเจนเสียจนน่ารำคาญ แทนคุณรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังยุบตัวลงไปทีละน้อย รินรดาหญิงสาวผู้เยือกเย็น รอบคอบ และเป็นดั่งอาจารย์ผู้คอยดึงสติเขาในโลกไสยเวท กลับมีอดีตที่เชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่พวกเขากำลังตามล่าอย่างนั้นหรือ "คุณ... พูดเล่นใช่ไหมครับ" ผมเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงเจือความสั่นไหวที่พยายามเก็บซ่อนไว้ไม่มิด "เรื่องความเป็นความตายและวิญญาณ อาคมที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาด้วยเลือด ดิฉันไม่เคยเอามาล้อเล่นหรอกครับ แทนคุณ" รินรดากล่าวน้ำเสียงจริงจัง เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตบริเวณปกคอเสื้อด้านซ้ายออกช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด แต่ทว่า... บริเวณไหปลาร้ากลับมีรอยแผลเป็นสีแดงเข้ม รอยแผลที่ขดตัวเป็นรูปอักขระโบราณแบบเดียวกับศพเหยื่อไม่มีผิดเพี้ยน! สารวัตรกวินถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งเผลอเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ "นี่มัน... หมายความว่ายังไงคุณรินรดา คุณเองก็เป็นเหยื่อของมันด้วยงั้นเหรอ?" สารวัตรกวินถามเสียงเครียด รินรดาสวมเสื้อกลับเข้าที่เดิมอย่างสงบเรียบร้อย เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับผม สายตาจับจ้องมองมาที่เนตรอาคมที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นของแทนคุณ "ดิฉันไม่ได้เป็นเหยื่อครับสารวัตร... แต่ดิฉันคือ 'ผู้สร้าง' ความผิดพลาดในอดีตต่างหากล่ะครับ" เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "คนร้ายที่คุณกำลังตามหา คนที่ใช้คาถาโบราณดึงวิญญาณคนตายมาเป็นเครื่องมือแก้แค้น... เขาไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนเลย เขาคือคนที่เคยร่วมสำนักไสยเวทเดียวกับดิฉัน เป็นคนที่ดิฉันเคยสอนวิธีควบคุมพลังอาคมนี้ด้วยมือของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน... และชื่อของเขาก็คือ 'อาจารย์ธน สิ้นคำพูดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของสารวัตรกวินก็แผדเสียงดังลั่นทำลายความเงียบงันขึ้นมาทันที สารวัตรกวินรีบหยิบขึ้นมารับสาย ใบหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วกลับซีดเผือดลงไปอีกหลายส่วนเมื่อได้ยินรายงานจากปลายสาย "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงนายตำรวจลูกน้องลอดออกมาจากลำโพงด้วยความตื่นตระหนก "ศพเหยื่อรายล่าสุดที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาล... มัน... มันหายไปครับ! แล้วพวกผมก็เจอข้อความเขียนด้วยเลือดไว้ที่กำแพงห้องชันสูตรว่า..." สารวัตรกวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "...ว่า 'ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ศิษย์น้องรดา'" --- ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%