บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 8

เหยื่อรายต่อไป

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ถ้านายยังก้าวเท้าซ้ายนำในเขตอาคมนี้อีกครั้ง ฉันคงต้องใช้สายสิญจน์มัดข้อเท้านายไว้ไม่ให้เดินไปเหยียบกับดักวิญญาณจริงๆ นะครับคุณแทนคุณ” น้ำเสียงเรียบเย็นแต่เจือความระอาเล็กน้อยของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของลานจอดรถชั้นใต้ดิน โครงการคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกปิดตาย กลิ่นอับชื้นของคอนกรีตเก่าผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟฉายคาดหัวของสารวัตรกวินสาดส่องตัดความมืดไปยังเสาต้นที่สิบสาม ซึ่งมีรอยจารึกอักขระโบราณสีคล้ำสะท้อนแสงวาววับ แทนคุณหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะก้าว เขาผ่อนลมหายใจยาวเพื่อระงับความหงุดหงิดในใจ วิศวกรหนุ่มอย่างเขาไม่เคยเชื่อเรื่องงดงามทางไสยศาสตร์ จนกระทั่งรอยเลือดอาถรรพ์และโครงสร้างสะพานที่วิบัติอย่างไร้เหตุผลเมื่อปีก่อนพรากชีวิตเพื่อนร่วมงานไป ต่อหน้าหลักการทางฟิสิกส์ที่พังทลาย เนตรอาคมที่ติดตัวมาแต่กำเนิดกลับกลายเป็นเครื่องมือเดียวที่ช่วยให้เขารอดชีวิต และในตอนนี้... มันกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยในหัวจนปวดหนึบ *“ยินดีต้อนรับสู่ชั้นที่สิบสาม... ผู้ร่วมสร้างคนต่อไป”* ประโยคปริศนาจากผนังห้องชันสูตรในค่ำคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตจากฆาตกรที่ใช้ทั้งศาสตร์มืดและวิศวกรรมโครงสร้างในการบงการชีวิตคน และเป้าหมายรายต่อไปกำลังตกอยู่ในอันตราย “เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงก่อนที่ ‘สมพงษ์’ อดีตโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างชุดเดียวกับเหยื่อสามรายแรก จะถูกเก็บกวาดพยานปากเอกคนนี้” สารวัตรกวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด มือหนากำด้ามปืนพกในซองพกซ่อนแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบลานจอดรถที่เงียบสงัด “ผมพยายามติดต่อหน่วยจู่โจมแล้ว แต่สัญญาณวิทยุถูกบล็อกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแปลกๆ... ที่นี่มีสนามพลังงานบางอย่างรบกวนพวกเราอยู่” “ไม่ใช่แค่คลื่นวิทยุนะครับสารวัตร” แทนคุณเอ่ยเสียงเบา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะฉายแวววาวโรจน์ขึ้นด้วยเนตรอาคมที่เริ่มตื่นตัว เขายกมือขึ้นห้ามทั้งสองคนให้หยุดนิ่ง “ลองมองไปที่เงาของเสาต้นนั้นสิครับ มันไม่ได้ทอดตัวตามมุมองศาของแสงไฟฉาย แต่มันกำลังขยับสวนทาง” รินรดาหรี่ตาลง มือเรียวบางตวัดดึงยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกชาดออกจากสาบเสื้อ ร่ายคาถาเบาๆ ในลำคอเพื่อเปิดเนตรทิพย์ตามวิถีของสำนัก หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อภาพเบื้องหลังม่านตาเปลี่ยนไป “ไม่ใช่แค่เงาครับ... มี ‘อาคมผูกวิญญาณ’ ระดับสูงตรึงพยานของเราไว้ที่ห้องพักชั้นสิบสอง พวกมันไม่ได้แค่จะฆ่าสมพงษ์เพื่อปิดปาก แต่พวกมันกำลังใช้เขาเป็น ‘เสาเข็มต้นสุดท้าย’ ในการสร้างเขตอาคมสมบูรณ์แบบ” ทั้งสามคนสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคดีอันดำมืดทำให้พวกเขาอ่านใจกันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แทนคุณพยักหน้ารับ สัญชาตญาณวิศวกรประเมินโครงสร้างอาคารในหัวอย่างรวดเร็ว บันไดหนีไฟฝั่งตะวันออกถูกตัดขาดด้วยแรงระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางเดียวที่จะขึ้นไปถึงชั้นสิบสองคือการใช้ลิฟต์ขนของที่ถูกตัดระบบ หรือปีนโครงสร้างเหล็กด้านนอกที่เชื่อมต่อกับท่อระบายอากาศ “ผมนำทางเองครับ” แทนคุณกระชับประแจเหล็กในมือแน่น แม้ในใจจะหวาดหวั่นต่อพลังลี้ลับเบื้องหน้า แต่ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องความจริงและทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้บริสุทธิ์มีมากกว่า พวกเขาก้าวฝ่าความมืดขึ้นสู่บันไดทีละขั้น เสียงฝีเท้าก้องสะท้อนไปทั่วอุโมงค์บันไดที่วังเวง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง รินรดาลอบโปรยข้าวสารเสกคุ้ม ภัยตามทางเพื่อป้องกันอาคมสะกดวิญญาณที่อาจลอบโจมตีจากด้านหลัง ขณะที่สารวัตรกวินคอยระวังภัยทางกายภาพด้วยสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บรรยากาศรอบตัวหนתทึบขึ้นเรื่อยๆ จนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวในความมืด จนกระทั่งพวกเขามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กกล้าของชั้นสิบสอง ป้ายบอกชั้นสีแดงเข้มเปรอะเปื้อนด้วยรอยคราบคล้ายรอยเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท แทนคุณสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วแตะลงบนพื้นผิวประตูเพื่อสัมผัสคลื่นสั่นสะเทือนของโครงสร้าง ด้านหลังประตูบานนั้น มีเสียงหอบหายใจรวยรินของมนุษย์ปะปนกับเสียงกระซิบประหลาดนับร้อยเสียงกำลังดังระงม “เตรียมตัวนะครับ... อีกสามวินาที ประตูจะถูกเปิด” แทนคุณกระซิบเตือนสหายร่วมรบทั้งสอง สารวัตรกวินยกปืนขึ้นเล็งตรงระดับสายตา รินรดากำยันต์ในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ แทนคุณง้างประแจเหล็กเตรียมกระแทกกลอนประตูระบบไฮดรอลิกที่ถูกล็อกด้วยพลังงานลี้ลับ ครู่ต่อมา... แทนคุณใช้แรงทั้งหมดกระแทกกลอนประตู เสียงโลหะลั่นดังสนั่นหวั่นไหว ประตูเหล็กค่อยๆ เคลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า... ร่างของสมพงษ์โฟร์แมนผู้เคราะห์ร้ายถูกตรึงติดไว้กับผนังด้วยเหล็กเส้นข้ออ้อยขนาดใหญ่ที่ทะลุผ่านหัวไหล่ เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งสามคนต้องหยุดหายใจไม่ใช่สภาพอันน่าเวทนาของเหยื่อ แต่เป็นร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทผู้ยืนหันหลังให้อยู่กลางห้อง เขากำลังใช้มีดอาคมกรีดอักขระสุดท้ายลงบนหน้าอกของสมพงษ์ ชายคนนั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกกอบด้วยหน้ากากโลหะลายโครงสร้างวิศวกรรมโบราณ และดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีดำสนิทไร้แววตาของความเป็นมนุษย์ *“มาช้าไปนิดเดียวนะครับ... คุณวิศวกร”* เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรกดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของสมพงษ์กระตุกเกร็ง ดวงตาของเหยื่อเบิกโพลงกลายเป็นสีดำสนิท และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว... ร่างของสมพงษ์ก็ระเบิดออกเป็นละอองเลือดสีดำที่สาดกระเซ็นเข้าใส่หน้าประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานไปทั่วตึกร้าง และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของแทนคุณก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง หน้าจอสีดำสนิทปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดสว่างวาบขึ้นมากลางความมืดโดยไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต: **[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษระดับ SSS: ผู้สร้างและผู้ถูกสร้าง บัดนี้... พิธีกรรมเปิดประตูมิติวิญญาณบทที่สี่ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว]** แทนคุณเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยพยาน... แต่พวกเขาเดินเข้ามาติดกับดักที่ถูกออกแบบไว้ต้อนรับตั้งแต่แรกแล้ว! --- ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%